P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 127 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.127 - ปาร์ตี้น้ำชา


วันที่ 19 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 04: 00 น. (+8H)

แอ๊ด!

สว่านขนาดยักษ์พุ่งทะลุออกจากพื้นทรายตรงชายหาดในที่ลับตาคนยามค่ำคืน

ครืน!

รถถังขุดดินขนาดยักษ์ดับเครื่องยนต์ก่อนที่จะมีรถถังขุดดินแบบเดียวกันอีก 3 คันขุดดินแล้วจอดใกล้ๆ

“แรงสั่นสะเทือนปกติเตรียมพร้อมลงจอด”

“ถึงแล้วครับ” โคบอลต์ดับเครื่องยนต์และถอดเข็มขัดนิรภัย

“อืม” อลันที่ได้ยินดังนั้นปิดระบบพลังงานของตัวปล่อยคลื่นรบกวน และถอดเข็มขัด “แล้ววิลล่ะ”

“เขาอยู่ด้านนอกครับ” โคบอลต์ฉายภาพวิลที่กำลังนำทหารสการ์เล็ตติดอาวุธพร้อมกับยานเกราะสะเทิ้นบกสะเทิ้นน้ำเข้ารอบรถถังขุดดินทั้งสามคัน

“ฉันจะลงไปก่อน” อลันพูดก่อนที่จะปีนลงไปยังชั้นล่าง และเขาก็เปิดประตูและเกาะสายเคเบิ้ลลงไปถึงพื้นทรายอย่างเงียบเชียบ

“อย่าขยับ!” หัวหน้าหมู่เล็งปืนไปยังอลัน ขณะที่ทหารกับยานเกราะพร้อมรบเต็มอัตราศึก

“เธอมาจับผมไม่ใช่หรือไง แล้วสั่งอย่าขยับนี้คิดดีแล้วหรือเปล่า” อลันพูดเยาะเย้ย

“แนะ...มีย้อนน่ะหมอ” วิลสันที่แอบฟังอยู่พูดอมยิ้ม “โอ้ย! ความใจแล้วๆ” เขาสะบัดหัว

“วิล! อย่ารังแกเพื่อนสิ” อลันดุวิลที่ทำให้วิลสันปวดหัว

วิลสันสะบัดหน้าก่อนที่จะยกมือขึ้น “วางอาวุธลงก่อน” วิลออกคำสั่งให้หัวหน้าหมู่กับทหารทุกคนวางอาวุธ

“เคิร์กสงสัยว่านายจะหักหลังพวกเรา”

อลันกระพริบตาและทำหน้าบังอ่อ

“หวังลี้สิน่ะ...อืมๆ พอเข้าใจๆ”

“แกเกี่ยวข้องใช่ไหม” วิลทำหน้าเครียด

“เปล่าๆ ผมแค่แนะนำอะไรไปนิดหน่อยเวลาที่เจ้าตัวคิดจะวางมือน่ะครับ” อลันพูดพร้อมกับส่ายมือ

“งั้นโอเค” วิลสันเดินเข้าไปเอาแขนโอบไหล่ “งั้นแกมากับฉันเลย”

“ไม่มีปัญหาครับ” อลันถอดเสื้อนอกขนาดใหญ่ออกและเดินไปกับวิลสัน

แต่ก่อนไปเขาไม่ลืมแอบสื่อสารทางจิตให้พวกโคบอลต์ที่อยู่ในรถถังขุดดินเตรียมพร้อมรบและส่งสัญญาณเตือนไปยังโคบอลต์ที่กำลังโดยสารด้วยยานลำเลียงพลเรือนที่กำลังอพยพมาให้ไปยังจุดที่นัดแนะเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน

อลันกับวิล/วิลสันต่างแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆนานาที่พวกเขาพบเจอ แต่วิลถามถึงเหตุผลที่ทำไมอลันยังไม่ตายที่อยู่โรงพยาบาล อลันก็พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ตอบตรงประเด็น เมื่อรู้ว่าถามไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาวิลจึงเปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อยๆแทนเพื่อมีข้อมูลหลุดออกมาบ้าง

ต่างฝ่ายแลกเปลี่ยนคำพูดแบบฉันท์มิตร แต่อลันรู้สึกได้ถึงความไม่เป็นมิตรสักเท่าไรในน้ำเสียงของวิล อย่างว่านะ วิลซื่อสัตย์ต่อเคิร์กมากทีเดียว

เมื่อเดินไปสักพักหนึ่ง วิล/วิลสันก็พาอลันขึ้นเรือด่วนที่มีการคุ้มกันแน่นหนาจนกระทั้งอลันสังเกตเห็นสิ่งปลูกสร้างแปลกๆกลางทะเล

วิล/วิลสันพาอลันมายังโรงแรมขนาดใหญ่สำหรับแขกวีไอพีกลางทะเลที่ดูแล้วเหมือนกับบังเกอร์เหล็กทรงพีระมิดที่มีการป้องกันแน่นหนา

“ที่นี้มีอะไรงั้นเหรอ” อลันถาม เขานึกว่าจะถูกส่งเขาห้องขังเพื่อรีดข้อมูล แต่ดันมาอยู่หน้าโรงแรมหรูแทน

วิลพาอลันมาถึงทางน้ำใต้โรงงานและส่งเขาที่หน้าลิฟต์ “นายเข้าไปเลย”

อลันเดินเข้าไปในลิฟต์ และถูกพาขึ้นไปยังชั้นบนอย่างรวดเร็ว

ติ้ง!

ชั้นที่ 40 ลิฟต์พาอลันมาถึงที่หมายภายในไม่ถึงนาที และยังนุ่มนวลมากด้วย

อลันเดินออกจากลิฟต์ที่พาเขามาส่งที่ห้องลักษณะคล้ายโดมที่สามารถมองเห็นภายนอกได้อย่างชัดเจน เฟอร์นิเจอร์กับเครื่องประดับประดาแบบท้องถิ่นที่สวยงามกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ล่าสุด

“วิวดีแหะ” อลันจับราวในโดมและมองออกไปข้างนอก

บนหัวของเขามีเครื่องปรับอากาศที่ใช้คลื่นอีเลเมนต์ขจัดมลภาวะในอากาศ เขารู้สึกได้ถึงคลื่นกับอนุภาคจางๆซึ่งเหมาะกับสภาพร่างกายของเขาเป็นพิเศษ

ครืน!

เสียงดังขึ้นในทะเล ปรากฏเรือดำน้ำสุดไฮเทคหลายลำโผล่ขึ้นมา และลำที่ใหญ่ที่สุดก็จอดเทียบท่าของโรงแรม

ติ้ง!

ประตูลิฟต์เปิดออก และมีคนกลุ่มหนึ่งในชุดสีแดงห้อมรอบหญิงสาวที่เป็นบุคคลสำคัญ

“สวัสดีครับ” อลันกล่าวทักทายและหันหลังผิงราว

“สวัสดี” อลิซพูดพร้อมกับเดินไปยังโซฟาหรูๆและนั่งลง “นี้...” เธอกวักมือเรียกบอดี้การ์ดใกล้เคียงและกระซิบข้างหู

“ไม่ไปเอาเครื่องดื่มเองเหรอครับ”  

“ฉันไม่ใช่เด็กให้ใครมาคุมนิสัย” เธอพูดพร้อมกับเอามือลูบคอที่ล้าเพราะการทำงานเกินขนาด อลิซรับเครื่องดื่มมาดื่ม เธอนอนพิงที่วางแขนและใช้ที่วางแขนอีกฝั่งวางขาที่ไขว้ห้าง

“แต่เดียวถ้า.....”

แว๊บ!

แสงไฟส่องสว่าง และมียานบินตกลงไปในทะเล

ฟู่ว!

ก่อนที่ยานบินจะกระทบพื้นน้ำ ท่อขับแรงดันก็ทำงานเต็มพิกัดทำให้ยานบินลอยเหนือพื้นน้ำอย่างนุ่มนวลและค่อยๆจอดเทียบท่าภายนอกโรงแรม

ติ้ง!

ประตูลิฟต์เปิดออก คราวนี้มีชายคนหนึ่งในชุดรัดรูปสีดำที่คลุมทำด้วยชุดนอกมีฮู้ดสีขาว ด้านหลังของเขานั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมชุดแบบเดียวกันแต่ไม่ได้สวมฮู้ดปิดบังใบหน้า

“อือ !!!” อลิซที่กำลังดื่มน้ำผลไม้สำลักหลังจากที่เห็นหน้าผู้หญิงอายุน้อยที่หน้าตาโทรมๆ

“ธะ...เธอ มะ...มารี!!!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด ขณะที่พวกบอดี้การ์ดทำท่าเหมือนเห็นผี

“สวัสดีค่ะ...พี่” ผู้หญิงหน้าโทรมพูดพร้อมกับโค้งคำนับ

“สวัสดีครับ คุณมาเรีย” อลันกล่าวทักทายพร้อมกับก้มหัว

“เช่นกันค่ะ ศาสตราจารย์ฮิล”

ทั้งสองทักทายในฐานะคนรู้จักและเริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องในอดีต ก่อนที่อลันจะขมวดคิ้ว ถ้าคนที่มาคือมาเรีย เวอร์มิลเลี่ยนที่เป็นน้องสาวของอลิซ งั้นผู้ชายที่สวมฮู้ดคนนี้ก็ต้องเป็น...

“กิซ์”

อลันที่หูดีได้ยินเสียงแสดงความไม่พอใจที่มีเอกลักษณ์ นั้นแน่ะ ใช่จริงๆด้วย เตือนไม่ทันแล้ว

“ฟะ...”

“ทำไมทำตัวแบบนี้” ชายที่สวมฮู้ดถอดฮู้ดออกและเดินเข้าไปจับแก้วที่อลิซใช้ดื่มน้ำผลไม้

“แก!!!” บอดี้การ์ดจู่โจมไปยังชายที่บังอาจล่วงเกินนายหญิงของพวกเขา

แว๊บ!!!

อลันตะวัดสายตามองทุกคนในห้องทำให้บอดี้การ์ดชุดแดงยืนตัวแข็ง

ชายคนนั้นหันหน้ามายิ้มให้กับอลัน และหันไปทำหน้าดุใส่อลิซที่กำลังทำสีหน้าหวาดกลัวเหมือนกับเด็กซนที่กำลังจะถูกคุณครูลงโทษ

“อลิซ!! ฉันบอกกี่ครั้งที่หนแล้ว” ชายคนนั้นกระชากคอเสื้อของอลิซและเบิกตากว้าง “ให้นั่งเรียบร้อย และดูสิเนี่ย!!!” เขาพูดพร้อมกับจับมืออลิซ

“หันล้างมือหน่อย ขี้เล็บดำปี้เยอะขนาดนี้ เดียวก็ท้องเสียหรอก!!!”

“ใจเย็นๆหน่อยน่ะครับ” อลันพูดพร้อมกับยื่นน้ำเปล่าให้กับชายคนนั้น

“ขอบใจมาก” เขารับน้ำเปล่าแล้วดื่ม “อ๊า! ขอบคุณมากอลัน” และส่งแก้วน้ำที่ว่างเปล่าคืน

“ไม่เป็นไรครับ พี่ฟาร์โร” อลันพูดพร้อมกับรับแก้วเปล่า

“ยะ..ยะ..ยังไม่ตายอีกเหรอ” อลิซที่ตัวสั่นพูดติดขัด

“เหอะ กลับมาก็แช่งกันเลยสมเป็นเธอจริงๆ” ฟาร์โรตัดสินใจวางตัวอลิซลง และจัดท่านั่งให้ใหม่พร้อมกับหยิบผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดมือของอลิซกับแก้วน้ำจนสะอาดเอียมอ่อง

เมื่อทุกอย่างดูเรียบร้อย ฟาร์โรก็นั่งที่โซฟาแบบผู้ดีเป็นตัวอย่างกับเพื่อนๆในห้อง ส่วนมารีที่ติดตามมาก็นั่งโซฟาที่ติดกันอย่างมีมารยาท

“อลัน นายลืม....”

“ขอโทษครับ!” อลันเกาหัวก่อนที่จะตะวัดสายตาอีกรอบ พวกบอดี้การ์ดที่ยืนแข็งก็กลับสภาพเดิม

“อลิซสั่งให้คนของเธอไปรอที่อื่น”

“ดะ..ได้” อลิซกวักมือและออกคำสั่งให้บอดี้การ์ดทุกคนออกไปรอที่ห้องพักสำหรับผู้ติดตามที่อยู่ด้านข้าง

“เอาล่ะ.......เอาล่ะ” ฟาร์โรตบหัวเข่าตัวเองและมองดูห้องรับรองพิเศษที่มีโซฟาแบบพิเศษห้าตัว ตอนนี้มีเขา,อลันและอลิซ ส่วนอีกสองตัวนั้นยังไม่มีคนนั่ง...

ติ้ง!

“มาแล้วสิน่ะ” ฟาร์โรลุกขึ้นและเห็นเคิร์กในเครื่องแบบเต็มยศพาริสตี้ในชุดราตรีสีเหลืองมาถึงที่หมาย

“มาด้วยตัวเองเลยเหรอครับ”

“โตขึ้นมากเลยนิ” เคิร์กทักทายกับตบไหล่ทั้งสองข้างของฟาร์โร “กระดูกเธอยืดมาก ตัวสูงขึ้น” เขามองดูส่วนสูงของฟาร์โรที่สูงกว่าเคิร์กอีก ต่างจากแต่ก่อนที่เป็นเด็กที่เตี้ยที่สุดในกลุ่ม

ฟาร์โรยิ้มและยื่นมือไปยังริสตี้ “เชิญครับ”

ริสตี้ทำสายตาเหมือนกับลูกสุนัขที่ถูกข่มเหง แต่ก็ถูกแววตาของเคิร์กระงับไว้ เธอแตะมือของฟาร์โรที่พาเธอไปนั่งที่โซฟาอีกตัว

“ฟาร์โร นานมากแล้วเป็นยังไงบ้างคะ” ริสตี้ถามสารทุกข์สุกดิบทำให้ฟาร์โรให้ความสนใจ ถ้าเป็นแต่ก่อนคงจะเห็นแก่ตัวและแก่แดด แต่แบบนี้ เขาเห็นเคิร์กพยักหน้า

“ถ้ามีคุณคุมอยู่ ผมก็วางใจครับ” ฟาร์โรยิ้มให้กับเคิร์ก และยิ้มแบบน่ากลัวใส่ริสตี้ และทำหน้าแบบเดียวกันกับอลิซ

ฟาร์โรส่งยิ้มให้กับทุกคน แต่เมื่อมองไปยังเก้าอี้ที่วางเปล่าเขาก็ตีสีหน้าเศร้าหมอง

“ขาดไปคนหนึ่งครับ/ค่ะ” อลันกับอลิซพูดขึ้นพร้อมกันและถอยหายใจ

“ใช่” ริสตี้ที่ทำสายตาโกรธเกรี้ยวใส่อลันทำสีหน้าเศร้าหมองในทันที กิตติตายแล้วนั้นเอง พวกเธอเสียเพื่อนไปแล้วหนึ่งคน เธออาจจะโกรธอลันที่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กิตติตาย แต่เธอก็ไม่อยากเสียเพื่อนเก่าเพื่อนแก่อีกไปแม้แต่คนเดียว

“เฮอะ” ทั้งสี่คนร่วมไปถึงมารีที่นั่งข้างๆฟาร์โรถอนลมหายใจออกมาพร้อมกัน มารีอาจจะไม่ได้ใกล้ชิดกับกิตติ แต่ก็เคยพบเขาไม่กี่ครั้งจึงรู้ว่ากิตติเป็นคนที่ดีมาก เธอจึงไม่แปลกใจเลยที่ทั้งพี่สาวกับศาสตราจารย์ล้วนชื่นชมในตัวกิตติมาก

ตอนที่กิตติตายทุกคนล้วนเสียใจมากรวมทั้งถึงเธอที่เป็นคนนอกด้วย คนหนุ่มสาวห้าคนทำสีหน้าเสียใจนานกว่าชั่วโมง และหลังจากนั้นไม่นานก็มีคนเข้ามาทำลายบรรยากาศที่แสนขุ่นมั่วนี้

“แต่เสียใจแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีน่ะ” เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นทำให้ทุกคนในห้องตกใจทุกคน

“คุณแม่ครับ” เคิร์กรีบไปช่วยพยุงหญิงแก่ที่ทำหน้าอมยิ้ม เขาไม่ได้เจอแม่ตั้งนาน แต่ไม่คิดว่าแม่ของเขาจะโผล่พรวดขึ้นมาดื้อๆ

“ฉันยังไม่แก่ตายก็ไม่เห็นแปลกที่ยายแก่คนนี้จะโผล่หัวออกมา” คุณยายลอร่าที่รู้ว่าลูกชายเธอคิดอะไรอยู่พูดขึ้นและทำสายตาจิกกัด “ถ้าไม่ติดเรื่องที่ยายแก่คนนี้กำลังจะมีหลานชายหลายสาวเพิ่มอีกคนคงจะสวดแกยับไปแล้ว”

“ครับๆ คุณแม่” เคิร์กพยุงแม่ตัวเองอย่างอ่อนโยน

“คุณเหม่ยท้องอีกแล้วสิน่ะครับ” อลันเป็นคนแรกที่นึกออก แต่ทั้งเคิร์กกับเหม่ยเป็นสามีภรรยากัน และเขาก็รู้อายุของทั้งคู่กับสภาพร่างกายของทั้งสองคนในฐานะคุณหมอจำเป็น อีกอย่างวัยของทั้งคู่ก็ยังสามารถมีลูกได้ เรื่องแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

“.........” ฟาร์โรกับริสตี้ทำสีหน้าแปลกประหลาด ฝ่ายชายสนใจภรรยาของเคิร์ก เขาไม่เคยเจอภรรยาของเคิร์ก และสนใจเรื่องที่ว่าผู้หญิงคนหนึ่งสามารถมัดใจเคิร์กได้นานขนาดนี้(มีกิจกรรมบนเตียงตอนอายุเลยเลขสามเพื่อทำลูก)ถือว่าไม่ธรรมดา ส่วนฝ่ายหญิงตกใจสุดขีด เธอไม่ค่อยถูกใจเหม่ยสักเท่าไรและไม่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าใกล้ แต่พอรู้ว่าท้องอีกรอบจากปากของคุณยายลอร่าเธอถึงกับทำสีหน้าพ่ายแพ้ออกมาเลย ถ้าพวกผู้หญิงที่หลงใหลเคิร์กรู้เรื่องนี้เข้าคงจะพังทลายยิ่งกว่าเธออีก

“เข้าเรื่องเลยดีกว่า” คุณยายลอร่านั่งลงเก้าอี้ที่ต้องเป็นของกิตติที่เสียไป “ที่ฉันเรียกร่วมตัวก็เพราะมีเรื่องให้ช่วย”

“เรื่องอะไรครับ”ฟาร์โรทำสีหน้าเคร่งเครียด ถ้าคุณยายลอร่ามีเรื่องไหว้วานเรื่องนั้นต้องสำคัญมาก

“ริสตี้ ริสตี้” อลิซเรียกริสตี้ก่อนที่จะปาหมอนรองใส่เพื่อเรียกสติ

“ฮ่ะ อะไร!” ริสตี้ที่หมอนกระแทกหัวสะบัดหน้าตัวเอง “เมื่อกี้ใครเรียก”

“คุณยายคะ เอายัยนี้ออกไปเถอะค่ะ รอพวกเราคุยกันเสร็จแล้วเดียวหนูบอกทีหลังให้เองค่ะ”

“ไม่ได้ๆ เรื่องนี้เกี่ยวพันธ์ถึงกิตติ..”

“กิตติ” ริสตี้ทำสีหน้าเศร้าหมองอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะคิดถึงคนที่เสียไป แต่เธอพอจะรู้ว่าคุณยายกำลังเอ่ยถึงคนที่ใกล้เคียงกับกิตติที่สุด

อลิซถอนหายใจ “นิลสิน่ะค่ะ”

“คุณนิล” อลันกำหมัดจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ

“ใครเหรอ?” ฟาร์โรทำสีหน้างงงวย คนอื่นรู้จักกันหมดแต่เขาไม่รู้คนเดียว

“เธออยู่ดวงจันทร์ตั้งหลายปี ไม่แปลกที่เธอจะไม่รู้จัก” คุณยายลอร่าพูดพร้อมกับส่ายหัว เด็กคนนี้คงจะวิจัยอย่างเดียวไม่สนใจโลก เวลาสนใจบางสิ่งก็จะยิ่งกว่าอลิซ ทุมเททุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตัวเองใคร่รู้เป็นนิสัยเสียของฟาร์โรที่ไม่ยอมแก้สักที

“ขอโทษครับ” ฟาร์โรยอมรับแต่โดยดี เขาคลุกอยู่บนดวงจันทร์นานเกินไป ก่อนหน้านี้มีกลับโลกบ้าง แต่ก็แค่ทำธุระเสร็จก็รีบกลับดวงจันทร์ในทันที(ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะชุดที่สวมอยู่ เขาคงเคลื่อนไหวบนโลกที่มีแรงดึงดูดมากกว่าดวงจันทร์ไม่ได้) แต่คนอื่นๆรู้จักคนที่ชื่อว่านิลกันทุกคนเลย เขาคือใครหว่า

อลิซดูสิหน้าของของเพื่อนทั้งสามคน(นับรวมน้องสาวตัวเองด้วย) ฟาร์โรที่ตอนแรกทำสีหน้างุนงงได้เปลี่ยนมาทำสีหน้าแปลกประหลาดใจแทน (คงจะประติดประต่อเรื่องราวได้เอง) ริสตี้เริ่มน้ำตาคลอเบ้าดูทุเรศมาก (พอถึงเรื่องของกิตติทีก็คงเป็นคนที่ทำใจกับเรื่องนี้ไม่ได้มากที่สุด) และน้องสาวของตัวเองที่ทำสีหน้าเสียดาย

สุดท้ายเธอก็ใช้เงาสะท้อนบนแก้วน้ำต่างกระจกเงา

“แม้แต่ฉันเองก็....” สีหน้าตึงเครียดจนมีรอยเหี่ยวย่นเต็มหน้าผาก “ซี๊ด!...ปวดหัว”

คราวนี้คุณยายลอร่ากวักมือเรียกฟาร์โรมากระซิบข้างหู

“..........” ฟาร์โรที่รู้เรื่องราวของคนที่ชื่อนิลกัดปากและพยักหน้า “เข้าใจแล้วครับ แล้วคุณยายให้ผม....”

คุณยายลอร่าทำตาเข้มและมองไปยังริสตี้มันอาจจะโหดกับเธอมากเกินไปแต่มันจำเป็นจริงๆ

“ยายแก่คนนี้อยากให้เธอฆ..”

“ไม่ได้” ริสตี้ตะโกนเสียงดัง แต่ก็ถูกเคิร์กที่อยู่ใกล้ที่สุดกดไหลทั้งสองข้างไว้ไม่ให้ขยับไหนได้

“อย่านะค่ะคุณยาย เขาคือกิตติ เขาคือกิตติของพวกเรา”

.........

ริสตี้ขัดขืนการตัดสินใจของหญิงชราและพยายามเรียกเพื่อนของเธอทุกคนให้เห็นด้วยกับเธอ แต่ตรงหน้าเธอมีแต่ความสิ้นหวัง เพื่อนของเธอทุกคนทำแววตาเวทนา อลิซทำแววตาแข็งกร้าว,อลันเองหลับตาและส่ายหน้าให้กับเธอ,ฟาร์โรกับมารีเองยังทำหน้าเฉยเมยไม่สนใจเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ

‘เขาคือกิตติน่ะ เพื่อนของเรา..........’

‘ริสตี้......อย่าน่ะ!!!!!!’

“โอ๊ย!!!” ริสตี้เอามือกุมหัวด้วยความเจ็บปวด

เธอได้ยินเสียงของกิตติดังขึ้นมาในหัว และสมองของเธอก็เหมือนกับกำลังถูกเข็มนับพันทิ่มแทง

“ริสตี้!” อลันรีบเข้าไปจับมือของริสตี้ที่อลันออกแรงล็อกตัวไม่ให้เธอคลุ้มคลั่งเกินไป

“กรี๊ด!!!”

ริสตี้กรีดร้องและน้ำลายฟูมปาก ตาทั้งสองข้างเหลือก ลำตัวสั่นเหมือนกับปลาไหล ถ้าไม่ใช่เคิร์กกับอลันช่วยกดไว้ เธอคงจะลงไปนอนดิ้นกับพื้นแล้ว

“คุณยายครับ อ่อก!!!” อลันหันหน้ามาพูด แต่ก็ถูกเท้าของริสตี้ถีบจนกระเด็น

“ไอ้พวกข้างนอก เข้ามาให้หมด!!!” อลิซสั่งการบอดี้การ์ดที่อยู่ห้องด้านข้างเข้ามาช่วยล็อกแขนล็อกขาเข้ากับโซฟา

“เจ็บมากไหม” ฟาร์โรช่วยพยุงตัวอลันขึ้นมา

“ไม่เป็นไรครับ อู้ย!!!” อลันเอามือจับอก แรงของริสตี้นี้ดีจริง ถ้าไม่ติดที่เขามักจะสวมเกราะไว้ตลอดเวลา กระดูกซี่โครงคงจะแหลกไปแล้ว แต่จุกมาก!!!!

“อลัน..” คุณยายลอร่าเอามือแตะไหล่ชายหนุ่ม “คืนมันให้กับริสตี้เถอะ”

!!! แต่ว่า” อลันตะโกนเสียงดัง และมองไปยังริสตี้ “แต่ว่ามันจะดีหรือครับ?”

คุณยายลอร่ากวักมือเรียกเด็กทั้งสี่คนให้เขามาใกล้ๆเธอ

“ความจริงฆ่าได้ แต่หนีไม่มีทางหนีได้” คุณยายลอร่าพูดไปน้ำตาไหลไป “หวังว่าพวกเธอจะเข้าใจการตัดสินใจของยายแก่คนนี้น่ะ”

“ครับ” ฟาร์โรพูดเป็นคนแรก เขาที่รู้ว่าชายที่ชื่อว่านิลคือกิตติ แต่ก็รู้ว่ากิตติไม่ใช่นิล และเขาเองก็ไม่รู้จักชายคนนั้นด้วย ในใจจึงไม่รู้สึกอะไรเลย ยกเว้นเรื่องของกิตติที่ยังวนเวียนในใจของเขา แต่มันก็สำหรับเขาไม่เป็นแค่ความรู้สึกที่ผูกพันธ์กับคนที่ตายไปแล้ว ตอนนี้คนเป็นสำคัญกว่า ฟาร์โรจึงเห็นด้วยกับคุณยายลอร่า

“ได้ค่ะ” อลิซที่มองไปยังมารีน้องสาวของตนที่พยักหน้า เธอจึงพยักหน้าและตอบตกลงเป็นคนที่สอง อลิซเป็นคนที่เคยดูแลนิลมาก่อน และรู้ว่าเขาคือใครมาตั้งแต่แรก ยิ่งความสัมพันธ์ที่เธอเคยมีให้กิตติตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่จึงทำให้เรื่องนี้ตัดสินใจได้ยากสักหน่อยบวกกับสัญญาที่เธอเคยให้กับคีรีสแห่งซุนสเซต เรื่องพวกนี้รวมกันอาจจะตัดสินใจช้าไปนิด แต่สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เธอเองจึงเห็นด้วยเช่นกัน

อลันทำสีหน้าเหมือนกับเด็กที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แววตาที่ร้องขอความช่วยเหลือในการตัดสินใจ จนกระทั้งเคิร์กพยักหน้า

“เธอช่วยหวังลี้หนีไปแล้วในครั้งนี้ ฉันหวังว่าเธอจะกล้าหาญแบบซึ่งๆหน้า”

คำพูดของเคิร์กทำให้อลันหลับตา คิ้วทั้งสองข้างขมวดจนติดกันจนในที่สุด เมื่อตัดสินได้แล้วเขาจึงเริ่มผ่อนคลาย

“ครับ” อลันปาดน้ำตาตรงหางขนตาและสวมแว่นหนาเตอะตัวเก่าที่เขาไม่ได้ใส่มานาน

“ผมจะคืนความทรงจำให้ริสตี้เอง”

สำหรับทุกคน การตัดสินใจในครั้งนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า อลันเลือกที่จะรับผิดชอบที่ตัวไม่ได้ก่อเพื่อปกป้องพวกเขาทั้งหมด ตอนนี้คงต้องเป็นพวกเขาที่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดแล้ว




NEKOPOST.NET