P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 126 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.126 - ไม่ยอมเลิกรา


วันที่ 18 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 14: 42 น. (-1H)

ห้องพยาบาลกองเรือหลักเอเชียใต้

ตุบๆ!

“อึก” นิลเอามือคว้าที่หัวใจ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เขารู้สึกเจ็บที่หัวใจเหมือนกับมันกำลังฉีกออกจากกัน เขาเอามือปาดคอของตัวเอง

“เหงื่อออกเยอะขนาดนี้เชียว” เขาพูดจบก็รีบดื่มน้ำ

ตุบตับ!

“อ๊อก!” นิลทุบอก เขาเกิดปวดหัวใจตอนที่กำลังดื่มน้ำ มันก็เลย... “โอ๊ย! แฮ่กๆ โคตรทรมานเลย”

ตอนนี้นิลกำลังนั่งเฝ้านาตาเลียที่กำลังนอนพักในห้องพยาบาล ใกล้ๆกันมีเด็กสองคนที่เขาพามาด้วยนอนพักอยู่ ดูแลพร้อมกันง่ายกว่า

“เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ” เด็กผู้หญิงพูดขึ้น แต่นิลที่ส่ายหน้าตอนที่น้ำลายทะลักและทำสีหน้าบอกบุญไม่รับก็ทำให้เธออมยิ้ม

“หนอย” นิลหัวเราะ เขาเล่นทำตัวทุเรศต่อหน้าเด็กแบบนี้รู้สึกเหมือนถูกลูบคมเล่นซ่ะบิ่นเลย

เขาสัมพันธ์ระหว่างนิลกับเด็กสองคนนี้เป็นเหมือนกับคนรู้จักธรรมดาๆ แต่เด็ฏผู้หญิงขอร้องนิลไว้เรื่องหนึ่งคือเธอจะไม่บอกชื่อของตนให้กับนิลรู้จนกว่าเธอเองจะเห็นสมควร

ตอนแรกนิลก็สงสัยว่าทำไม แต่พอเขานึกถึงสิ่งที่ตัวองทำกับแนวคิดของเด็กผู้หญิงก็เข้าใจในทันที เขาอำมหิตและไม่โชว์ความใจอ่อนให้กับศัตรู แต่เด็กคนนี้ที่ฝึกวิชาหมัดมวยมาแต่เลือกที่จะไม่ใช้ความรุนแรงจนถูกกระทำชำเรา ถ้าเด็กคนนี้ยอมเปิดใจให้กับเขาง่ายเกินไป เท่ากับว่าเธอยอมรับแนวคิดของเขานั้นเอง

“แค่กๆ! บรื้อ! แย่ชะมัด” นิลสำลักน้ำ วันนี้เขาเป็นอะไรเนี่ย “เดียวมา” เขาบอกกับเด็กทั้งสองคนและรีบไปเข้าห้องน้ำ

ซ่าๆ!!

นิลล้างหน้าล้างตาและบ้วนน้ำลายกับเสมหะในปากออก เขามองเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจกและเริ่มสังเกตใบหน้ากับลำคอดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

[ผิวหนังตามใบหน้าดูปกติดี]

[รูจมูกปกติ]

[ลูกตาก็......มีตาซ้ายมีเส้นเลือดขึ้นจนแดง]

หลักๆแล้วก็ปกติดี ตาซ้ายที่แดงก็น่าจะเป็นเพราะอาการระคายเคือง แล้วตกลงมันเป็นอะไรว่ะเนี่ยรู้สึกแย่ชะมัด

“อุ๊! อ่อก” นิลอ้วกจนเลอะห้องน้ำ

“เป็นอะไรหรือเปล่า” เจ้าหน้าที่ชายที่เข้ามาในห้องน้ำเข้าไปประคองนิลที่กำลังอ้วกไม่หยุด

“มะ...ไม่เป็น..อ่อก!!”

นิลมองรอบด้าน เขาเห็นคนหลายคนวิ่งเข้ามาในห้องน้ำและอ้าปากส่งเสียงดัง แต่เขาไม่ได้ยินอะไรสักอย่าง และอาการวิงเวียนนี้กับอาการเจ็บหัวใจที่เขาไม่ได้รู้สึกมานาน

‘ถ้าเขาขาดยาของอลันเขาก็อยู่ไม่ได้เลยเหรอ?’

นิลกระพริบตาและขยี้ให้เห็นชัดๆ และเมื่อรู้สึกว่าได้สติเขาจึงสังเกตรอบด้าน ตอนนี้เขากำลังนอนมองท้องฟ้าอยู่

ท้องฟ้าสีดำสนิท รอบด้านเป็นทะเลทรายสีเทาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางทะเลทรายนั้นมีซากปรักหักพังมากมายหลายยุคสมัย เท่าที่เขาสังเกตเห็นส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่

“ความฝันอีกแล้วเหรอ?” นิลลุกขึ้นก่อนที่จะบิดตัว

“อึบ!” เขาบิดตัวยืดกล้ามเนื้อ “แล้วจะออกไปยังไง..... อืม! ไม่เจ็บแล้วแหะ”

นิลที่เดินไปปัดฝุ่นทรายไปสังเกตว่าตัวเองไม่ปวดหัวและไม่เจ็บหัวใจจึงปัดฝุ่นทรายที่เลอะตามตัว

เขาเดินไปเรื่อยๆไม่หยุดพร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศรอบข้าง อาจจะดูทุรกันดาร แต่บรรยากาศที่นี้ถือว่าดีที่เดียว อากาศบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นดินกลิ่นทรายผิดกับโลกจริงๆที่ตอนนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีเสาอีเลเมนต์ต้องสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นควัน  และสภาพรอบด้านที่ค่อนข้างโล่งทำให้ดูโล่งสบายตา สภาพดีกว่าภายในเรือของเอเชียใต้ที่มีใช้ละอองอิเล็กตรอนดักจับสิ่งแปลกปลอมอีก

“ความฝัน?” บางอย่างผิดปกติ สัญชาตญาณของเขากำลังเตือนเหมือนกับสัญญาณไซเรนเวลาไฟไหม้

นิลยกมือขึ้นและทุบลงที่พื้นและกำทรายขึ้นมาดู

‘ไม่มีอะไรผิดปกติ......ไม่สิ!’

เขารวบรวมสมาธิเพื่อเปลี่ยนร่างเป็นสีแดง นิลพอจะเริ่มควบคุมการเปลี่ยนร่างได้ในระดับหนึ่ง ทันใดนั้นทรายบนมือของเขาก็หลายสภาพเป็นของเหลวเหนียวสีดำสนิท

“ของจริงงั้นหรือ?” สภาพนี้เหมือนกับตอนที่ช่องว่างระหว่างมิติที่เขาใช้เดินทางครั้งก่อนหน้านั้น แต่ทันใดที่เขาเปลี่ยนเป็นสีแดง พื้นทรายที่เหยียบก็เริ่มกลายเป็นของเหลวเหนียวสีดำ

“อุ๊บ!” นิลรีบกลับเป็นสีน้ำตาลและสั่งของเหลวสีดำในจมูกออกมา

สสารสีดำห่อหุ้มร่างกายของเขา แต่พอเขากลับเป็นสีน้ำตาลทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาพเดิม

“แบบนี้ๆเอง!!!” นิลยืนยันได้ถึงสองเรื่อง

เรื่องแรก คือ สภาพแวดล้อมของเขาเป็นของจริงแน่นอน เพราะมีปฏิกิริยากับร่างกายของเขาในร่างสีแดง และน่าจะเป็นช่องว่างระหว่างมิติเพราะสภาพแวดล้อมถูกความสามารถของเขาในการยกเลิกทำให้กลับเป็นของเหลวสีเหมือนเดิม.....ไม่สิ! ต้องบอกว่าเขาต่างหากที่ทำให้สภาพแวดล้อมในช่องว่างระหว่างมิติไม่เสถียร ทุกสิ่งทุกอย่างด้านในจึงกลายเป็นของเหลวดำ (ตอนที่เกิดพายุเองก็คงเป็นเพราะมิติไม่เสถียร) รวมไปถึงอากาศกับพื้นโดยรอบ ‘ถึงจะกลับเป็นอากาศบริสุทธิ์เหมือนเดิม แต่นึกแล้วยังสากคอไม่หาย’

เรื่องที่สอง คือ ความสามารถของเขาที่ส่งผลเสียต่อตัวเอง อย่างกรณีเรื่องแรก ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าความสามารถในการเปลี่ยนสีส่งผลต่อสิ่งใดบ้าง (ก่อนหน้านั้นที่ยืนยันแน่ชัดคือ ปฏิกิริยาอะตอมกับอีเลเมนต์) แต่ถึงกับทำลายช่องว่างระหว่างมิติแบบนี้ทำให้กังวลมาก ขืนเปลี่ยนร่างแบบไม่ดูตาม้าตาเรือที่นี้มีสิทธิ์ตายง่ายๆ

“แต่ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี้” นี้คือปัญหาสำคัญที่เขายังคิดไม่ตก สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คืออ้วกในห้องน้ำและหมดสติไป แค่นั้นแล้วก็โผล่มาอยู่ที่เฉยเลย เขาเป็นคนพาเขามาที่นี้ หรือเขาจะไปทำปฏิกิริยาอะไรสักอย่างเข้าเลยถูกส่งมาที่นี้

“ถ้าโดโรธีอยู่ก็น่าจะดี” เขานึกถึงเมดหญิงที่มักจะอยู่ใกล้ๆเขาเกือบทุกเวลาที่ว่าง(เหมือนกับเงาตามตัว) หล่อนมีความสามารถในการเปิดช่องว่างระหว่างมิติได้ ซึ่งน่าจะพาเขาออกจากที่นี้อย่างปลอดภัยโดยง่าย เสียดายที่เขาถอนตัวจากสการ์เล็ต ถ้าให้จะกลับไปร่วมกับสการ์เล็ตอีกรอบเขาไม่เอาด้วยแน่นอน

แว็บ!!!

เสาแสงสีขาวสองเสาพวยพุ่งขึ้นฟ้าเรียกความสนใจของนิลที่กำลังสำรวจซากปรักหักพังเพื่อหาทางออก และไม่นานมันก็หายไป

นิลอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมและวิ่งไปยังต้นตอของแสงประหลาดนั้นซึ่งอยู่ไกลจากนี้ไม่มากนัก เจ้าแสงนี้อาจจะพาเขาออกไปยังโลกภายนอกได้

“ถึงล่ะ” เขาสไลด์ตัวลอดผ่านโครงเหล็กมาเบรกตรงลานกว้างขนาดใหญที่มีร่องรอยการต่อสู้ให้เห็นชัด ศูนย์กลางของลานกว้างมีชายคนนั้นกำลังนั่งคุกเข่าหน้าทิ่มอยู่ ชายคนนั้นหันหน้ามาทางนิลด้วยรอยยิ้มที่สยดสยอง

“มาได้ถูกเวลาพอดีเลย”

นิลจำหน้าของคนที่กำลังแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวได้ดีเลย เพิ่งคุยเรื่องของมันกับนาคคุดไม่นานี้เองด้วย

“ไง! โจทก์เก่า” นิลทำใจดีสู้เสือ ตอนนี้เขานอกจากเสื้อที่ใส่แล้วก็ตัวเปล่าอาวุธโดนยึดหมดทั้งตัว ถ้าขืนปะทะกับมันตอนนี้เขาไม่รอดแน่ๆ แต่ดูไปแล้วเหมือนนาระกำลังบาดเจ็บอยู่ อาจจะมีสิทธิ์เอาชนะมันในร่างสีน้ำตาลนี้แหล่ะ

นาระเลิกยิ้มแสยะและลุกขึ้นบิดตัวมาทางเขา แต่ร่างกายที่ดูบิดเบี้ยวแปลกๆทำให้เหมือนกับคนขาดสารอาหารหนักที่กำลังเมาเหล้า

“เมื่อกี้มันอร่อยมากเลยล่ะ” นาระเอามือลูบตั้งแต่คอจนถึงท้อง เสียงกระดูกกับกล้ามเนื้อดังสนั่น ร่างกายที่ซูบผอมเต็มไปด้วยมัดกล้ามจากคนขี้โรคกลับมาเป็นตัวประหลาดที่แสนน่ากลัวเหมือนที่นิลจำได้

“มันไม่ง่ายนักหรอกน่ะ” นิลตั้งท่าต่อสู้พื้นฐานแล่ะค่อยๆเข้าใกล้นาระ หนีคงหนีไม่ได้ แต่ถ้าสู้ก็พอมีโอกาสรอดมากโขอยู่ เขาที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างดีคงจะสู้กับสัตว์ประหลาดโด๊ปสเตียรอยด์ได้อย่างทัดเทียมกัน

นิลพุ่งตัวใส่นาระที่ไม่ทันตั้งตัว และชกเข้ากลางอก

นาระยกแทนทั้งสองขึ้นป้องกันได้อย่างทันท่วงที แต่นิลก็ไม่ให้โอกาสเข้ารีบจู่โจมอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ส่วนนาระก็ป้องกันการโจมตีได้อย่างเหนียวแน่น

หมับ! นาระรับแขนซ้ายของนิล และรับแขนขวาของนิลมาจับไขว้กันเป็นกากบาทหยุดการจู่โจมอย่างต่อเนื่อง

“เก่งกว่าเดิม ชั่งน่าประทับใจ” นาระที่ป้องกันพูดชมเชยนิลที่เขาเกลียด แต่ต้องยอมรับเลยว่าพลังกับความเร็วของนิลเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ความประมาทและไม่ยอมรับศัตรูทำให้เขาเสียเปรียบ

“ขอบคุณ” นิลใช้นาระเป็นที่เกาะ ยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นและถีบเข้าที่ท้องของนาระจนกระเด็น

“อึบ! ฮึม! ฉันยังไม่พร้อม” นาระล้มลงแต่ก็ใช้แขนดันตัวกลับขึ้นมา แต่นิลก็สังเกตเห็นบาดแผลที่เริ่มปริออกกับเลือดเหนียวข้นสีแดงที่ไหลออกมาเล็กน้อย

“แกคงต้องตายตรงนี้ล่ะ” นิลตัดสินใจตัดไฟเสียแต่ต้นลม นาระกำลังบาดเจ็บและอ่อนแรงขณะที่เขากำลังอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์พร้อม แบบนี้ได้เปรียบเต็มประตู

“พูดมากน่ารำคาญ”

“ถูกของคุณ” นิลที่ถูกนาระทักรู้สึกเห็นด้วย เขาพูดมากผิดปกติ ชั่งหัวมันฆ่ามันก่อน

สวบ!

!!!

“ประมาทไปน่ะ” นาระดึงมือที่เสียบขานิลออกมาสะบัดเลือด

“หนอย” นิลเสียสมดุล เขามองไม่เห็นมือข้างนั้นที่แทงเข้าขาอ่อน

“ไม่ได้มีแกคนเดียวที่เก่งขึ้นหรอกน่ะ” นาระยิ้มและดูเลือดของนิลที่เลอะมือด้วยความพึ่งพอใจ “พลังของโฮมุนครูสมันชั่งดีเหลือเกิน”

“โฮมุนครูส? พูดเป็นนิทานไปได้” นิลห้ามเลือดชั่วคราวด้วยการเอามือกดเส้นเลือดใหญ่ไว้และลุกขึ้น เขาต้องไม่ให้ถูกอีกฝ่ายทำให้ไขว้เขว นาระเมื่อกี้อาจจะดูน่ากลัว แต่การที่ไม่โจมตีต่อเนื่องคงเป็นเพราะการเคลื่อนไหวเกินขีดจำกัดทำให้ร่างกายได้รับความเสียหายเอง

‘นั้นไงเส้นเลือดแตกและเกิดอาการช้ำ’

นิลเตะทรายใส่นาระเพื่อบดบังสายตา ขณะที่นาระที่เคลื่อนไหวช้ากระโดดถอยหลังเพื่อหลบฝุ่น เขารู้ว่านิลสังเกตเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายอย่างฉับพลัน

“งั้นลองหน่อยละกัน” นาระกำหมัดขวาไว้ด้านหลังเพื่อไม่ให้ถูกสังเกตว่ากำลังโจมตีสวนกลับ

!

นิลรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติยกแขนทั้งสองข้างขึ้นป้องกัน

ตูม!

ฝ่ามือขนาดเท่าฝาบ้านกระแทกเข้ากับนิลจนกระเด็น

“อูย!” นิลสะบัดแขน ขนาดตอนที่เขาถูกกระแทกได้เบี่ยงแรงออกยังแรงขนาดนี้ ถ้าโดนเต็มๆคงมีกระดูกร้าวบ้างล่ะ

เขาเห็นฝ่ามือขนาดใหญ่โจมตีภายในเสี้ยววินาที ทั้งที่มือใหญ่ขนาดนั้นแต่กลับเหวี่ยงได้เร็วเหมือนกับหวดไม้เทนนิส แบบนี้มันผิดหลักการชัดๆ

แผล่ะ!!

มือขวาขนาดใหญ่ของนาระระเบิดเหมือนกับลูกโป่งที่ถูกอัดลม และกลับมาเป็นมือเล็กๆเหมือนเดิม แต่ไม่มีผิวหนังและกล้ามเนื้อฉีกขาดที่ห้อยตามแรงโน้มถ่วงคงจะขยับไม่ได้สักระยะ

นิลเริ่มโจมตีต่อด้วยการปล่อยหมัดแย็บอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดล้วนเล็งไปที่หน้า ต่อให้เป็นสัตว์ประหลาดที่ฟื้นฟูสภาพได้เร็วขนาดนั้น แต่ถ้าสมองกระทบกระเทือนจนเสียหายคงจะหมดฤทธิ์ในเวลาไม่นาน

“อึก!?” นาระเบี่ยงตัวหลบหมัดแย็บของนิลและใช้แขนอีกข้างที่ยังใช้การได้ปัดการโจมตีทั้งหมดที่เขามา แต่ก็ไม่หมด ยังมีหมัดแย็บบางหมัดทะลวงการป้องกันจนมึนหัว พอโดนหนึ่งหมัดก็จะโดนหมัดอีกชุดหนึ่งตามมา

“หนอย” นาระอ้วกน้ำกรดใสกระเพาะใส่หน้านิลที่กำลังจู่โจม

!!!!!????

นิลที่ไม่ทันสังเกตต้องใช้แขนทั้งสองข้างป้องกันน้ำกรดที่พ่นใส่หน้า จนแขนกับบางส่วนของหน้าเจอน้ำกรดกัดเป็นแผลเหวอะหวะ

นาระอาศัยจังหวะนั้นกัดที่แขนของนิลไม่ปล่อย

“อัก! หนอย” นิลถูกนาระกัดที่แขนซ้าย เขาขยับตัวไม่ได้ แรงกัดของนาระมหาศาลมากและต่อให้นิลจะต่อยจะเตะมากขนาดไหนก็ไม่กระเทือน แทบยังฉุดกระชากกันทำให้เขาไม่สามารถโจมตีต่อได้

กร๊อบ!

“อ๊าก!” นิลถูกกัดจนกระดูกแขนแตก เขารีบใช้มืองัดปากนาระสุดแรง

นาระใช้เข่าโจมตีใส่เอวของนิลจนสุด และออกแรงกัดมากขึ้น เสียงกระดูกถูกบดดังสนั่น สีหน้าของนิลเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“ย้าก!”

ฉัวะ!

นิลฉีกแก้มซ้ายของนาระทำให้แรงกัดลดลง เขาจึงสามารถรวบรวมพลังและซัดเข้าที่ขมับของนาระจนอีกฝ่ายต้องเลิกกัด

“แฮ่กๆ” นาระที่เกิดอาการมึนงงถึงกับทรุดลงกับพื้น ปากที่ถูกฉีกห้อยต่องแต่ง

“แฮ่กๆ” นิลดูแขนซ้ายของตัวเองที่ห้อยต่องแต่งเหมือนกัน กระดูกแขนถูกกัดจนหัก เรี่ยวแรงหายไปกับความเจ็บปวด และการที่เข้าซัดสุดแรงยังทำให้แผนที่ขาฉีกมากกว่าเดิมจนเลือดไหลทะลัก เขาจะไม่ได้ถูกนาระฆ่าตายแต่จะเลือดออกหมดตัวตายแทน

นาระอ้วกกรดในกระเพาะต่อเนื่อง คอของเขาถูกกรดกัดก่อนจนมีควันลอยออกมาจากปาก เขากัดฟันลุกขึ้น

นิลที่เห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นเช่นกัน

ต่างฝ่ายต่างค่อยๆเดินเข้าหากันอย่างช้าๆ แต่นิลที่เดินลากขากับนาระที่ลงน้ำหนักที่เท้าเต็มแรงแล้วค่อยๆเดินเข้ามา บ่งบอกถึงอาการบาดเจ็บของทั้งคู่ที่สาหัสปางตาย

และเมื่อทั้งคู่อยู่ในระยะหมัด พวกเขาก็ชาร์จหมัดและต่อยเข้าที่หน้าเต็มแรง

ตูม!

ทั้งคู่ออกหมัดพร้อมกัน และเข้าเป้าพร้อมกัน

นิลถูกชกเข้าที่จมูกจนหัวสั่น ส่วนนาระถูกต่อยเข้าที่ขมับจนหน้าชา

“อ่อก!/แอ่ก!”

นิลเลือดกำเดาไหลออกจากจมูก จมูกม่วงช้ำบิดเบี้ยว ดวงตาพร่ามั่ว เขากำลังเมาหมัด(และยังเสียเลือดมาก)

นาระสะบัดหน้าและกระอักกรดกับเลือดในคอออกมา “อ๊อก!” เขาใช้มือเป็นฐานเพื่อไม่ให้ล้ม

นิลรีบอาศัยจังหวะนี้ชกใส่นาระที่กำลังเสียจังหวะ

ฟึบ!

นาระหลบหมัดได้อย่างฉิวเฉียดและใช้แขนที่ฟื้นฟูจนสามารถขยับได้อัพเปอร์คัทสวนกลับ

ตูม! นิลถูกอัพเปอร์คัทเสยคางจนเสียจังหวะ และถูกต่อด้วยหมัดฮุคเข้าที่สีข้าง

“อ่อก!”

นาระง้างหมัดต่อยเข้าที่สีข้างอีกด้านของนิล จนนิลกระอัก

นิลเดินถอยหลัง แต่เพราะขาที่เป็นแผลเหวอะหวะทำให้มันไม่สามารถรับน้ำหนักร่างกายได้และเขาก็ล้มลงไปนอนลงกับพื้น

นาระรีบอาศัยจังหวะนี้นั่งทับนิล และกระหน่ำต่อย

นิลถูกนาระต่อยไม่หยุดจนหน้าช้ำไปทั้งหน้า เลือดสาดกระเซ็น เขาหอบแฮ่กและพยายามจะดิ้นให้หลุด แต่การที่เสียเลือดมากซ้ำสมองยังกระทบกระเทือนอย่างหนักทำให้เหมือนกับคนเมากำลังลงแดง

นาระเลือกที่จะต่อยแบบมนุษย์มากกว่าการใช้เล็บและฟันเพื่อระบายความรู้สึกที่ถูกกดดันมาอย่างยาวนาน

“เพราะแกคนเดียว!” มือของนาระที่เปื้อนเลือดสั่นสะท้านและชกใส่เต็มแรง

“ทำไม! ถึงไม่ยอมตายสักที” นาระคำรามด้วยความเคียดแค้น

“ก็...แกยังไม่เห็นตายยยยย” นิลที่หน้าเละเลือดกบปากพูดเยาะเย้ย

ผัวะ!

นาระชกนิลจนหน้าบิด ครั้งนี้นิลไม่เหลือแรงแม้แต่นิดเดียว

“จบกันสักที” นาระถุยเลือดใส่หมัดสุดท้ายแรงชกใส่ ซึ่งหมัดนี้มีพละกำลังมากกว่าก่อนหน้าที่เป็นการต่อยแบบไม่โฟกัส มันสามารถบดกะโหลกกับสมองของนิลให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน

ตูม!!!

หมัดกระแทกเข้ากับพื้นทรายจนฝุ่นคลุ้งท่ามกลางความตกใจของนาระที่อยู่ๆนิลก็จมเข้าไปในเอาดื้อๆ

“เดียวน่ะ!!!” นาระดูมือของตัวเองที่เปื้อนของเหลวเหนียวสีดำ ตอนก่อนที่หมัดของเขาจะถึงตัว นิลก็กลายสภาวะ Ascend สีแดง และตอนที่หมัดถึงหน้า นิลก็จมลงไปในทรายที่กลายสภาพเป็นของเหลวสีดำ

“มันดวงแข็งชะมัด” นาระเข้าใจแล้วว่านิลทำอะไร นิลเปลี่ยนสภาวะของตัวเองในตอนจังหวะสำคัญพอดิบพอดี เขารู้ดีว่านิลที่เปลี่ยนสภาวะจะยกเลิกผมของอีเลเมนต์ได้ แต่เล่นสลายสิ่งของในช่องว่างระหว่างมิติได้แบบนี้น่ากลัวมาก

ตอนที่หมัดถึงหน้า หมัดของเขาแทนที่จะบดศรีษะก็เป็นการดันนิลเข้าไปในทรายแทน แรงจึงถูกลดลง

“มันอยู่ที่ไหน” นาระใช้มือคุ้ยทรายอย่างบ้าคลั่ง แต่ต่อให้เขาจะคุ้ยลงไปลึกมากแค่ไหนก็ว่างเปล่า และของเหลวสีดำก็เริ่มกลับมาเป็นทรายสีเทาเหมือนเดิม

นั้นมีความหมายเดียว...... นิลหนีไปแล้ว

“อ๊าก!!!!” นาระคำรามสุดเสียง ความโกรธของเขามากเกินกว่าที่จะบรรยาย เขาปล่อยให้นิลหนีไปอีกครั้ง และครั้งนี้ ทั้งที่เขามั่นใจมาก แต่สุดท้ายก็ยังล้มเหลวเหมือนเดิม

ความเครียดที่สะสมมานานถูกปลดปล่อยไปพร้อมกับเสียง และเมื่อนาระได้สติ เขาจึงมองไปยังท้องฟ้าสีดำไร้ดาวและเอ่ยปาก

เขาเปล่งเสียงไม่ออก กล่องเสียงคงจะอักเสบเพราะการร้องอย่างต่อเนื่อง

นาระลุกขึ้นและเดินอย่างมั่นคง แผลบนตัวของเขาเริ่มสมานตัว ถ้าได้พักอีกสักหน่อยก็คงจะหายอย่างสมบูรณ์

“ฉันจะไม่ยอมแพ้” นาระพูดก่อนที่จะยกมือขวาไปยังท้องฟ้าสีดำ

ทันใดนั้นท้องฟ้าก็แตกออกเหมือนกับใยแมงมุมสีขาวที่จุดศูนย์กลางเริ่มขยายตัวและส่องสว่างดุจดวงจันทร์สีนวลกลางท้องฟ้า

รอยแตกบนท้องฟ้าหายไปและแทนที่ด้วยดวงจุดใสสว่างหลากสีเหมือนกับดวงดาวเต็มท้องฟ้า

นาระกำมือที่ชูขึ้น เขาบีบจนเลือดออก ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างโชกชวน และแสงสว่างนั้นก็ปกคลุมร่างของนาระ

ดวงดาวกำลังส่องแสงจนท้องฟ้าสีดำกลายเป็นท้องฟ้าสดใส ต้นไม้นานาชนิดกำลังงอกออกมาจากพื้นทรายและปกคลุมมันจนกลายเป็นป่าใหญ่

เมื่อแสงที่ปกคลุมนั้นหายไป นาระก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้วมีเพียงทรายที่เปรอะเปื้อนเลือดของทั้งคู่เท่านั่นที่ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

 




NEKOPOST.NET