P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 124 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.124 - อันจ์จิสเทียม (1)


 

วันที่ 18 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 14: 42 น. (-1H)

แนวโขดหินใกล้ๆค่ายทหารชั่วคราวเอเชียใต้ [ใต้น้ำห่างจากชายฝั่งไม่ทราบระยะทาง]

เปรี้ยง!!!

“อ๊าก!!!!”

นาระที่ถูกกระแสไฟฟ้ามหาศาลไหลผ่านทั่วทั้งตัว เสียงกรีดร้องงมด้วยความเจ็บปวดดังกึกก้อง

ทั่วทั้งตัวส่งกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อที่ถูกย่างสุก ผิวหนังแตกออกเผยให้เห็นเนื้อสีแดงที่มีเลือดกับน้ำมันที่กำลังพวยพุ่ง

กระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนในร่างกายของนาระมากพอที่จะฆ่าคนเป็นร้อยภายในเวลาไม่กี่นาที แต่นาระยังคงอดทนถึงเขาจะส่งเสียงร้องเพราะความเจ็บปวด แต่มันก็แค่เสียงร้องที่แสดงความเจ็บเพียงอย่างเดียว

 แววตาของนาระเปี่ยมไปด้วยพลัง เขายังไม่ยอมตาย ต่อให้ต้องถูกทรมานมากแค่ไหนตราบเท่าที่เป้าหมายของเขายังไม่สำเร็จ นาระก็จะไม่มีทางตาย

นักวิทยาศาสตร์ที่กำลังใช้ร่างกายของนาระในการทำการทดลองมองหน้ากัน หน้ากากอาจจะทำให้ไม่เห็นสีหน้า แต่นาระรู้สึกถึงความปิติยินดีของพวกหัวกะทิที่เจอกับสุดยอดหนูทดลองชั้นเยี่ยม

“ครึก!!” เสียงกัดฟันของนาระดังเสียด กล้ามเนื้อทั้งร่างกายได้รับความเสียหาย แต่เพียงไม่นานมันก็เริ่มฟื้นฟูในทันทีทั้งที่ยังมีกระแสไฟสร้างความประหลาดใจ(และประทับใจ)ให้กับนักวิทยาศาสตร์ในห้อง

พวกเขาต่างสนใจร่างกายที่สร้างใหม่ได้ดั่งใจนึกโดยไม่สนใจขีดจำกัดการสร้างเซลล์ และก่อนที่พวกเขาจะได้ทำการทดลองไปมากกว่านี้ก็มีการสั่งการลงมาทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องยกเลิกการทดลอง แต่ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะฉีดสูบเลือดในตัวกับคว้าเนื้อเยื่อของนาระไปวิจัยต่อ

นาระที่นอนตัวแห้งบนเตียง(ถูกสูบเลือดเกือบทั้งหมด)กำลังมองไปยังแสงไฟ ร่างกายเขาไม่ได้ถูกยึดติดกับเตียง แต่เขาไม่สามารถขยับตัวได้ เทคโนโลยีของคนที่จับเขามาต้องเหนือกว่าของตระกูลเวอร์มิลเลี่ยน เขาตะลุยมาทั่วทั้งโลกเจอสิ่งแปลกประหลาดมากมาย แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เขาหมดรูปจริงๆ ยิ่งกว่าตอนสู้กับพวกมนุษย์ดัดแปลงก่อนหน้านี้อีก

ตอนที่เขากำลังสงสัยอยู่นั้นเองเงาๆหนึ่งเดินเข้ามาในห้องทดลอง ดวงตาคู่หนึ่งมองมายังนาระและเอ่ยปาก

......................

สภาพแวดล้อมชั่งแปลกประหลาด ท้องฟ้าสีดำสนิทไร้ดาวกับพื้นที่รกร้างที่เต็มไปด้วยเศษซากของเครื่องจักรก่อสร้างมากมายที่ผุผัง แต่ท่ามกลางความเงียบสงัดไร้ชีวิตก็มีการต่อสู้เกิดขึ้น

โครม!

นาระม้วนตัวหลบโครงเหล็กที่ทับใส่และม้วนตัวออกห่างจากเนินก่อสร้างอย่างรวดเร็ว ทันที่ที่เท้าถึงพื้นเขาก็ดีดตัวใส่เนินหินที่ใกล้ที่สุด

ฟิ้ว!

คริสตัลสีเทาพุ่งใส่นาระที่กำลังหลบหลีกการโจมตี คริสตัลเหล่านั้นเปลี่ยนทิศทางกลางแทบจะทันทีที่เข้าใกล้นาระ

ฉัวะๆ

มันบาดเข้าเนื้อจนเลือดสีดำสาดกระเซ็น แต่นาระก็สามารถหลีกเลี่ยงจุดสำคัญได้ทั้งหมด และยังสามารถใช้มือขวาคว้าคริสตัลที่พุ่งเข้ามาได้สำเร็จ

“ช่างน่าประทับใจ” นาคคุดค่อยๆล่อนลงสู่พื้นอย่างช้าๆ

“ดูถูกกันหรือไง” นาระขยี้คริสตัลสีเทาทิ้งคามือ เศษคริสตัลกลายเป็นละอองอ่อนๆ และก้มตัวต่ำวางมือทั้งสองข้างแตะพื้นพร้อมรับการโจมตีของนาคคุด

นาคคุดที่ได้ยินจึงยิ้มให้เด็กน้อยตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

“ไม่ใช่หรอก” เขาส่ายหน้า “แค่เธอทำให้ฉันคิดถึงลูกศิษย์คนหนึ่งของฉันที่เสียไปแล้ว”

นาระพุ่งตัวใส่ แต่ทันที่เข้าใกล้ได้เพียงครึ่งทาง นาคคุดก็โผล่มาที่ด้านหลังของนาระอย่างฉับพลัน

“ย้าก!” นาระบิดตัวถีบนาคคุดที่อยู่ข้างหลัง ทางนาคคุดเองก็ชกใส่นาระเช่นกัน

เท้าของนาระเฉียดสีข้างของนาคคุด ขณะที่หมัดของนาคคุดเฉียดขากรรไกรซ้ายของนาระ การโจมตีสวนกันก่อให้เกิดแรงลมมหาศาลซัดร่างของนาระไถลไปตามพื้น

นาระหมุนตัวอย่างต่อเนื่องโดยที่มีคริสตัลสีเทาที่ก่อตัวขึ้นกลางอากาศพุ่งใส่ แต่ครั้งนี้มีอยู่แท่งหนึ่งเสียบเข้าที่หัวไหล่ของเขาทำให้นาระเสียจังหวะและถูกคริสตัลอีกสี่แท่งพุ่งโจมตี

ตูม!!!

“ฮ่า!” นาระเกร็งกล้ามเนื้อรับแท่งคริสตัล กล้ามเนื้อของเขาป้องกันคริสตัลก่อนที่ทันจะทะลวงเข้าไปถึงกระดูก จุดที่โจมตีห้าจุดไม่ใช่จุดที่สำคัญมาก แต่อาการบาดเจ็บย่อมส่งผลอย่างแน่นอน

เปรี้ยง!

“อั่ก!” นาระก้มตัวด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนกับกำลังฉีกออกจากกัน ผลกระทบของการถูกทรมานก่อนหน้านี้เริ่มส่งผลต่อการฟื้นฟูของเขา ผิวหนังของเขาปริออกและมีเลือดไหลออกมาจากทั้งตา,หู,จมูก,ปาก

“?” นาคคุดปัดมือสลายคริสตัลสีเทาที่ลอยอยู่รอบตัวออก อาการของนาระเหมือนกับร่างกายของคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก่อนแล้วอาการกำเริบ แต่ตัวที่กำลังปริแตกทำให้เขาสงสัย จากที่รายงานมาการโจมตีของราชองครักษ์ไม่น่าสร้างความเสียหายแบบนี้ได้ แสดงว่าในช่วงเวลาที่หายไปเด็กน้อยตรงหน้าคงต้องไปเจออะไรมาแน่ๆ

‘ฝีมือพวกจันทราหรือ?’ อันนี้ไม่น่าจะใช้เพราะพวกจันทราคงไม่ปล่อยให้หนีออกมาง่ายๆแบบนี้หรอก นาระเป็นมนุษย์ดัดแปลงที่แข็งแกร่งทรงพลังมากก็จริง แต่ฝีมือระดับนี้สำหรับจันทราแล้ว คงเหมือนกับจับหนูขาวตัวหนึ่งขังไว้กับฝูงแมวที่หิวโซ

“แต่คงต้องพูดคำเดิม ชั่งน่าประทับใจ” นาคคุดมองไปยังนาระที่ค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง

นาระแข็งแกร่งกว่าที่นาคคุดคาดไว้มากทีเดียว คริสตัลสีเทาของเขาคือการดึงอนุภาคระหว่างมิติมาตกผลึกและใช้โจมตีศัตรู คริสตัลอาจจะไม่แข็ง แต่สิ่งที่ถูกมันสัมผัสจะกลายเป็นสสารมืด เหมือนกับอากาศโดยรอบที่กลายสภาพเป็นละอองห่อหุ้มคริสตัล ถึงมันฤทธิ์ของมันจะสั้นมาก แต่ถ้าถูกแทงตรงๆแบบนั้นแล้วยังสร้างความเสียหายแบบที่เขาต้องการไม่ได้ก็พิสูจน์ได้แล้ว นาระที่ถูกทดลองเกี่ยวกับช่องว่างระหว่างมิติคงจะต้านทานมันได้ ถ้าเป็นปกติ คริสตัลสีเทาของเขาทะลวงได้ทุกอย่างและสลายสิ่งของใกล้เคียงในรัศมีสองเมตรในทันที

แต่ดูเด็กคนนั้นสิ นอกจากแผลเนื้อแตกตามตัวแล้ว เขาสังเกตเห็นแค่บริเวณที่ถูกคริสตัลเสียบเท่านั้นที่มีรอยด่างสีเทาขึ้น แต่ก็ค่อยจางหายไป และคริสตัลเองก็เริ่มสลายตัวแล้วด้วย

“เวลาของฉันมันสั้นลง” นาคคุดพูดออกมา เขาเริ่มควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้ อย่างร่างกายของเขาที่ต้องใช้ยาเพื่อทำให้ร่างกายเสถียรกับพลังของเขาที่ลดลงทุกขณะ

การถดถอยของพลังเร็วกว่าที่เขาคาดการไว้มากทีเดียว เดือนก่อนยังสร้างคริสตัลที่มีขนาดใหญ่กว่า,รัศมีการสลายตัวมากกว่าและปรับเปลี่ยนรูปทรงได้สบาย แต่ตอนนี้แค่ทำได้ก่อนแค่นี้ให้ลอยและพุ่งใส่ก็เต็มกลืนแล้ว

“ย้าก!!!” นาระคำรามเสียงดัง

“หือ?” นาคคุดยกแขนเสื้อป้องกันทรายที่พัดมากับแรงลม

เสียงคำรามของนาระสั่นสะเทือนทุกสิ่งในอาณาเขต

ฟิ้ว!

ทรายบนพื้นหมุนด้วยความเร็วราวกับพายุทราย

เคร้ง!

สิ่งปลูกสร้างพังทลายอย่างต่อเนื่องราวกับโดมิโน

นาระที่อยู่ตรงศูนย์กลางยังคงเปล่งเสียงสุดคอหอยในขณะที่นาคคุดกำลังยืนต้านกับแรงกดดันมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมาเหมือนกับเสาเข็มที่กำลังต้านคลื่นที่เข้ามาหักหาร

เปรี้ยง!

“อ๊อก!” นาคคุดทรุด “อ๊า!” เขาคว้าที่หัวใจของเขาที่ตอนนี้กำลังถูกบีบอัดเหมือนกับกระป๋องน้ำอัดลมที่ถูกบดขยี้ แรงกดดันนี้ไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายส่วนอื่น แต่กลับส่งผลต่อส่วนที่บอบบางที่สุดของเขา แก่นพลังงานหลัก

นาคคุดพลาดสายตาเพราะความเจ็บปวด พอเขามองไปยังนาระ เขาก็ต้องเครียดนาระหายไปแล้ว

ตูม!!!

นาคคุดถูกนาระซัดจนกระเด็น ร่างของนาคคุดบิดอย่างรุนแรงและกระแทกไปตามพื้น ชนเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าตัวของนาคคุดจะแข็งกว่าหิน เพราะหินแตกกระจุยแต่ตัวนาคคุดกับยังดูดีอยู่

“แฮ่กๆ”นาระได้โอกาสพักหายใจ โชคดีที่มีไม้ตายก้นหีบที่เพิ่งได้มาใหม่ “ได้ผลแหะ” เขามองไปยังนาคคุดที่ยังคงนอนหน้าทิ่มอยู่ เขาซัดไปสุดแรงต่อให้อึดขนาดไหนก็มีเจ็บบ้างล่ะ

“อึก!”

“สมแล้ว” นาระพูด นาคคุดที่นอนหน้าทิ่มเงยหน้ามาทางเขา แต่แขนกับขาที่บิดหลายรอบคงทำให้ขยับตัวไม่ได้ชั่วขณะ นอกจากนิลแล้วยังมีคนที่อึดระดับนี้อีกด้วยหรือนี้

กร๊อป!

แขนขวากับขาซ้ายของนาคคุดหมุนกลับที่ ส่วนแขนซ้ายกับขาขวาที่ได้รับความเสียหายหนักกว่าก็เริ่มหมุนกลับเช่นกัน

“เธอเก่งมาก” นาคคุดเอ่ยปากชม

“การที่ได้รับคำชมจากคุณถือว่าเป็นเกียรติมาก” นาระโค้งคำนับ “แต่มันก็ไม่ได้ใช่ให้ผมใจอ่อนหรอกน่ะครับ”

“ฉันรู้ๆ” นาคคุดพูดปัด “แค่กำลังอิจฉาน่ะ”

‘ได้ยินจากปากคุณที่เสมือนพระเจ้ารู้สึกเหมือนถูกประชด’

นาระไม่ได้ตอบกลับ แต่ในใจเขาคิดเอาไว้แบบนี้ นาคคุดคือโฮมุนครูสที่มีอายุเก่าแก่พอๆกับโลก แน่นอนว่าเขาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะมันเป็นแค่คำพูดปากเปล่าจากคนไม่รู้จักที่จับเขามาทรมาน แต่จากข้อมูลเกี่ยวกับโฮมุนครูสตรงหน้ารวมไปถึงจุดอ่อนก็ทำให้เขาไม่ต้องคิดเรื่องเล็กเรื่องน้อย นาระเองนอกจากคิดจะกำจัดนิลทิ้งก็คิดจะตามล่าโฮมุนครูสที่เปลี่ยนชื่อและแฝงตัวอยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์ตนหนึ่ง แต่ก็ไม่มีเบาะแสของมันเลย จนกระทั้งองค์กรที่จับเขามาทรมานที่เรียกตนว่า จันทรา ได้หมอบข้อมูลให้

‘โถ่ มันอยู่กับนิลตั้งแต่แรกแล้วนี้หว่า! เจอหนึ่งได้ถึงสอง’

แต่เอาเข้าจริง นาระไม่แน่ใจว่าเขาจะจัดการการทั้งคู่ได้หรือเปล่า แค่นิลหรือนาคคุด(โฮมุนครูส)แค่คนใดคนหนึ่งเขาก็ปานจะขาดใจ ถ้าถูกรุมนาระไม่มีสิทธิ์ชนะ และต่อให้สู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ถ้าเจอแบบต่อเนื่องเขาก็จะแพ้อย่างแน่นอน ยิ่งนิลมันมีโคตรดวง

 “ผมมีชีวิตอยู่ได้เพราะยา คุณยังดีที่ยังบำบัดได้ แต่ถ้าเป็นผม ยาหมดผมก็ตาย” นาคคุดเริ่มพูดออกมา น้ำเสียงนั้นดูเบาบาง และเหมือนกับคำพูดของคนแก่ที่กำลังสั่งเสีย

“สั่งเสียหรือไง” นาระหมุนไหลเพื่อเตรียมพร้อมยกถัดไป ครั้งนี้เขาจะซัดให้แบบฟื้นฟูตัวไม่ได้เลย

“เปล่า ผมแค่รู้สึกอิจฉาที่คุณสามารถชราภาพได้ ผิดกับผมที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง” นาคคุดพูดพร้อมกับหัวเราะ เพราะเขาดันบังเอิญเห็นเด็กน้อยตรงหน้าเหมือนกับคนรู้จักคนหนึ่งเหมือนนานมาแล้ว “ฉันเป็นแค่โฮมุนครูส ไม่ได้เป็นพระเจ้าแบบที่เธอคิดหรอกน่ะ”

นาคคุดใช้แขนขวาดันตัวขึ้นและลุกขึ้นยืนด้วยขาซ้ายข้างเดียว ก่อนที่ขาขวาที่กระดูกแหลกไปแล้วจะส่งเสียงกระดูกชนกันและกลับคืนสู่สภาพเดิม

“ขาที่แหลกไปหายแล้วเรอะ” แบบนี้มันค่อนข้างขี้โกง เพราะอย่างนาระก็ต้องให้ร่างกายย่อยเซลล์ที่ใช้การไม่ได้ทิ้ง, สร้างเซลล์ใหม่และค่อยๆจัดโครงร่างให้กลับสู่สภาพเดิม แต่นี้เหมือนกับว่าร่างกายเป็นแค่อะไหล่ บิดนิดบิดหน่อยใส่ตัวน๊อตและเชื่อมก็เสร็จเรียบร้อยยังไงยังงั้น

นาระดูขาของจิมมี่ที่หายเป็นปลิดทิ้ง ทั้งที่เขาบดทั้งกล้ามเนื้อกับกระดูกจนเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งข้อดีของวิธีนี้จะทำให้ยากที่จะรักษา เพราะมีเพียงต้องผ่าส่วนที่ได้รับความเสียหายทิ้งทั้งหมด และสร้างเซลล์ใหม่(หรือไม่เปลี่ยนร่างกายส่วนนั้นให้เป็นเครื่องจักรไปเลย)

“คงจะเป็นแบบนั่น” นาคคุดยิ้มอ่อนๆและเดินเข้าหา ทางนาระเองที่เป็นนักรบก็เข้าใจความหมายในทันที เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างมีความสามารถในการฟื้นฟูในระดับที่ไม่ธรรม ที่ทำแบบนี้คงคิดจะตัดสินให้รู้ดำรู้แดงไปเลยสิน่ะ

‘ถ้าแบบนั้นละก็….’ นาระครุ่นคิดก่อนที่ตัดสินใจที่จะแสดงทุกสิ่งที่ตัวเองมีออกมาทั้งหมด เขาไม่อยากสู้ยื้อเยื่อ ต่อให้อีกฝ่ายจะมีสภาพร่างกายที่ด้อยกว่า แต่ก็เป็นตัวต้นที่อยู่มานานมากเกินไป ประสบการณ์ล้วนมากกว่าเขา วิธีชนะเด็ดขาดมีเพียงใช้ทุกสิ่งที่ตัวเองมีเข้าต่อกร และก็......

“งั้นพวกเราก็คงไม่ต่างกัน” นาระแสยะยิ้มพร้อมกับใช้นิ้วที่ตอนนี้มีกระดูกพุ่งทะลุปลายนิ้วจนเลือดทะลัก และเขาก็ใช้กระดูกที่แหลมคมนั้นแทงเข้าไปในหน้าของตัวเองและเริ่มแทะหนังหน้าออก

นาคคุดรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติ “นั้นมัน...” เขาอึ้ง เพราะสิ่งที่ติดอยู่บนนิ้วมือนั้นคือเลือดไม่ผิดแน่ แต่เสียงเหล็กขูดพ่วงกับเสียงไฟและประกายไฟเปรี้ยงปร้างแบบนั้นไม่มีทางเป็นเสียงกระดูกหรือเสียงโลหะเสริมแกร่งธรรมดาๆ ‘หรือว่า!!!!’

“ยังที่คุณคิดนั้นแหล่ะครับ” นาระที่เห็นท่าทางของโฮมุนครูสตกอยู่ในภวังค์ ฉีกใบหน้าของตัวเองออกเผยให้เห็นโลหะสีเงินที่เรียงตัวเป็นใบหน้าของตนภายใต้เนื้อหนัง โครงกล้ามเนื้อกับผิวหนังสีเงินที่ส่งประกายเวลาถูกเสียดสี แต่กลับสามารถกดลงไปเหมือนกับหนังหน้านุ่มๆ

“เป็น..เป็นไปไม่ได้” นาคคุดพูดด้วยอาการขวัญผวา “ทะ....ทำไม....ทำไมกัน..ทำไมสิ่งนี้ถึงกลับมา!!!!” ภาพในอดีตที่เต็มไปด้วยความพินาศฉายเข้ามาในหัว อดีตที่เขากลัวและอยากลืมมากที่สุด แต่ตอนนี้มันกำลังอยู่ตรงหน้าเขา

“ใช่แล้วครับ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรกลับมา แต่ความจริงตรงหน้า...คือ.....” นาระพูดพร้อมกับโชว์มือที่ฉีกแผ่นหนัง หนังที่หลุดลอกออกแปรสภาพกลายเป็นสีเงินก่อนที่จะระเหิดเหมือนกับน้ำแข็งแห้ง

“มันคือ.....” นาระพูดไม่ออก มันติดอยู่ที่ปาก สิ่งนี้ทำให้โลกเป็นดั้งปัจจุบัน เขาถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องคุณหนูอลิซและตระกูลเวอร์มิลเลี่ยน แต่นั้นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่แม้แต่คุณหนู,ผู้นำระดับสูงกับผู้นำตระกูลคนก่อนเองก็ยังไม่รู้ และคนที่เล่าความจริงที่ดูเพ้อฝันนั้นก็คือ......

“ฉัน...ฉันขอโทษ” นาคคุดพูดขึ้น

“คุณไม่ต้องขอโทษหรอกครับ” นาระพูดปัด มันอาจจะฟังดูเหมือนกับคนที่ทำผิดแล้วเกิดขอโทษขึ้นมากะทันหันทำให้ฟังดูทุเรศ แต่เขาเองก็เข้าใจ จากท่าทางของโฮมุนครูสก็พิสูจน์ได้เรื่องหนึ่ง เรื่องที่คนพวกนั้นพูดมาทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริง

“ไม่!..เป็นเพราะฉัน...เป็นเพราะฉัน ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะตัวต้นของฉัน มนุษย์ก็คงจะไ...”

“ไม่ทำตัวเป็นพระเจ้า....นั้นสิน่ะครับ” นาระหัวเราะ “ไอ้การอยากอยู่เหนือและข่มเหงผู้อื่นเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว อย่าใส่ใจเลย”

นาคคุดเงียบ เขากำลังทำใจกับเรื่องเกิดขึ้น เขาไม่คิดเลยว่ามนุษย์จะบ้าคลั่งถึงขนาดนี้ เขาที่พยายามห้ามปรามมาโดยตลอด แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีการสร้างหุ่นจักรกลสงครามแห่งบรรพกาลอันจ์จิสด้วยน้ำมือมนุษย์

ไม่ผิดแน่ เขาจำได้ อนุภาคที่กำลังไหลเวียนใต้ผิวหนังเหมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกาย แต่ที่เขาตกใจและเครียดมากกว่าเดิมคือ การที่นาระยังคงมีสติสัมปชัญญะเหมือนปกติและมีอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ไม่ได้ออกอาละวาดเหมือนกับหุ่นอันจ์จิสของแท้

‘อย่าบอกน่ะว่าอันจ์จิสเทียมตรงหน้าจะแข็งแกร่งกว่าตัวต้นฉบับ’

“แย่ล่ะ” นาคคุดไม่สามารถปล่อยให้นาระมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป อันจ์จิสคืออาวุธ แต่ก็คืออาวุธจักรกลบ้าคลั่งที่ไม่อาจควบคุมได้ และยิ่งอยู่ในมือมนุษย์ก็ยิ่งอันตราย แต่ที่สำคัญการที่มนุษย์สร้างอันจ์จิสเทียมเพื่อสนองความโลภของตนนั้นถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย โลกจะถึงคราวจบสิ้นในทันที

“ได้เวลาแล้วล่ะครับ” นาระฉีกหนังคอของตัวเองพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แต่ช่องว่างระหว่างมิติที่เต็มไปด้วยสิ่งของที่หลุดเข้ามาแล้วยัดรวมกันก็มีแต่สิ่งเน่าๆและสากลำคอ

“เธอพูดถูก มันได้เวลาแล้วล่ะ” นาคคุดและโยนลูกแก้วสีขาวขึ้นฟ้า

“อะไรกัน?” นาระเห็นลูกแก้วนั่นพุ่งทะลุหายไปกลางอากาศ “แย่ละสิ”

นาคคุดพุ่งตัวโถมใส่นาระสุดแรง ส่วนนาระที่ถูกดึงความสนใจก็รีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นป้องกันการโจมตีนั้น

ตูม!

นาระกระเด็นไปตามแรงกระแทก แต่ก็สามารถคงสมดุลของตัวเองได้เหมือนกับการลอยตัวกลางอากาศและลงอย่างนุ่มนวล

แต่จังหวะนั้นได้ซื้อเวลาให้โฮมุนครูสอย่างเหลือเฟือ

“มันคงถึงเวลาของฉันแล้วล่ะ” นาคคุดใช้แขนทั้งสองข้างฉีกเสื้อทิ้ง และควักหน้าอกของตัวเองออก

ใจกลางคือโลหะที่มีอักษรจารึกซึ่งเป็นแก่นพลังงานของเขา นาคคุดงัดจารึกออก เผยให้เห็นวัตถุทรงกลมขนาดเท่าลูกกอลฟ์ที่มีลวดลายสีทองกำลังเปล่งแสง

“หนอย!ถ้าจะแย่” นาระพอจะเข้าใจสิ่งที่โฮมุนครูสตรงหน้าทำ มันคงเหมือนกันการปลดลิมิตของรถยนต์อย่างการเล่นตุกติกกับเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มแรงม้า และโฮมุนครูสตรงหน้าคงจะทำแบบเดียวกัน แต่การทำแบบนั้นจะทำให้เครื่องยนต์ที่เป็นเสมือนหัวใจของรถได้รับความเสียหาย คงคิดจะแลกชีวิตจริงๆแล้วสิน่ะ (เขาก็ทำได้แต่มันเสี่ยงมากเกินไป และมีสิทธ์เสียสติถูกร่างกายยึดร่างอีกเหมือนแต่ก่อน)

นาระคิดที่จะจัดการโฮมุนครูสก่อนที่จะปลดลิมิต แต่ตัวเขากับไม่ขยับ ไม่สิ! มีบ้างอย่างกดและกำลังย่อยสลายร่างกายของเขา

นาระเห็นคริสตัลสีเทาที่ค่อยๆลามบนร่างกาย และเริ่มกัดกินผิวหนังชั้นนอกที่เป็นสีเงิน

“หนอยแน่!” คงจะจังหวะที่โยนลูกแก้วและโจมตี ตอนนั้นคงจะวางกับดักตั้งแต่ตอนนั้น

ฟู่ว!!!!

แก่นของนาคคุดปล่อยออร่าสีแดงจางๆก่อนที่สีทองทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเกิดรอยปริแตกขึ้น

“ฟู้!” โฮมุนครูสเป่าลม ตัวของเขามีพลังงานงานสีแดงเปล่งประกายโดดเด่น นัยต์ตาสีแดงกำลังมองไปยังนาระที่เพิ่งควักคริสตัลสีเทาที่กัดกินร่างกายได้สำเร็จ

แววตาของทั้งคู่ชนกัน โฮมุนครูสที่ตัดสินทิ้งชื่อของตัวเองทั้งหมดและกลายเป็นตัวต้นดั้งเดิมที่ทำหน้าที่ตามคำสั่ง ขณะที่นาระเองก็กำลังมองมายังโฮมุนครูสอย่างไม่เกรงกลัว

ไม่มีอะไรให้ทั้งคู่ต้องกลัวอีกต่อไป ในเมื่อสิ่งที่พวกเขาทั้งสองกลัวได้เกิดขึ้นไปนานแล้ว ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องทำมีเพียงอย่างเดียวคือทำตามสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าถูกเท่านั้น

แต่ก่อนหน้านั้นต้องกำจัดศัตรูตรงหน้าด้วยทุกสิ่งที่ตนมี!




NEKOPOST.NET