P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 121 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.121 - หน้าตาคุ้นๆ!!!


 

วันที่ 18 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 10: 48 น. (-1H)

แอฟริกาเหนือ

“ตัวอะไรว่ะนั้น?” นิลเปลี่ยนแม็กกาซีนก่อนที่จะยิงใส่สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่กำลังวิ่งเข้าใส่อย่างไม่กลัวตาย

สัตว์ประหลาดตรงหน้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา มันเป็นอสูรที่ลักษณะของมนุษย์,สัตว์ผสมกับโลหะประกอบเป็นร่างที่แปลกประหลาด ซึ่งนิลไม่เคยเห็นตัวประหลาดผิดรูปแบบนี้มาก่อนเลย และจำนวนมันยังไม่ใช่น้อยๆด้วย ถึงกระสุนจะสามารถฆ่าพวกมันได้ แต่การที่พวกมันโผล่พรวดมาในตัวเรือแถมยังเพิ่มจำนวนแบบหาสาเหตุไม่ได้อีก

“เราติดต่อกับเรือธงไม่ได้เลยครับ” วิศวกรประจำเรือเหาะบอกกับรปภ.ในชุดป้องกัน หลังจากที่พยายามใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกับเรือธงที่นำขบวนอยู่ด้านหน้า เรือธงยังคงเหาะอยู่ตามปกติ แต่ก็มีการรบกวนระบบสื่อสารอยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้ว่ามีแค่เรือลำนี้ลำเดียวหรือเปล่าที่เกิดเหตุประหลาดแบบนี้ แต่กลุ่มคนที่ยังรอดชีวิตอยู่ก็บอกว่าพวกเขาเห็นควันไฟบนเรือเหาะลำอื่นๆด้วย แถมบางลำยังเสียหายจนโต๊ะไปแล้วด้วย

“พอจะปิดทางเดินได้หรือเปล่า” นิลพูดพร้อมกับโยนระเบิดสังหารสัตว์ประหลาดที่เกาะกลุ่มกัน

“ปิดเท่าที่ปิดได้แล้วครับ แต่ตราบเท่าที่ไม่ได้ไปปิดที่ห้องควบคุม เราก็ปิดไม่ได้หมด” วิศวกรพูดพร้อมกับเปิดแผนที่สามมิติให้นิลดู เขาใช้ตำแหน่งผู้ดูแลควบคุมระบบการทำงานของเรือเหาะทั้งการปิดประตู และปิดช่องลมก็ทำหมดแล้ว แต่เพราะมีบางอย่างที่ไม่ทราบที่หารบกวนระบบสั่งการระยะไกลจึงทำให้ปิดทั้งหมดไม่ได้ และที่แย่ที่สุดคือประตูกับช่องลมที่ปิดไม่ได้เป็นจุดที่สำคัญของตัวเรือ พอเป็นแบบนั้นทำให้คนที่ยังรอดอยู่กระจัดกระจายกันหมด ถ้าปิดได้พวกเขาก็จะสามารถรวบรวมคนที่ยังรอดอยู่และทำการยึดพื้นที่คืนจากพวกตัวประหลาดพวกนี้

“ถ้าเท้า.....” เขาที่อยู่ในสภาวะสีน้ำตาลสามารถใช้มือเปล่าขยี้พวกตัวประหลาดพวกนี้ได้ก็จริง(สร้างเสียงฮือฮาให้กับคนอื่นที่เห็น) แต่เท้าที่ขาดทำให้ขยับตัวไม่สะดวก และพวกนี้เองก็อันตรายมาก ต่อให้พละกำลังเยอะ แต่ถ้าถูกพวกมันรุมจับเขาก็ถูกฉีกเป็นชิ้นได้เหมือนกัน

พอนึกแบบนี้ก็เจ็บ ตอนที่เกิดเรื่องขึ้น นิลกำลังทำแผลให้กับเด็กสองคน อยู่ดีๆมันก็โผล่พรวดออกมาจากด้านหลัง เขาที่ยกแขนซ้ายขึ้นมากันจึงถูกมันกัดจมเขี้ยว พอจัดการตัวแรกได้เสร็จ พวกมันก็เริ่มเพิ่มจำนวนและพังประตูกับกำแพงเข้ามาเพิ่มอีก ถ้าไม่ใช่เพราะรปภ.ที่อยู่ใกล้เคียงเขามาช่วยพร้อมอาวุธหนัก เขาคงจะเสียท่าและเด็กสองคนนี้ก็คงไม่รอด

นิลจึงอุ้มเด็กไปไว้ในห้องนิรภัยที่อยู่ตรงท้องยานซึ่งเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุด แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีตัวที่แอบซุ่มอยู่ใกล้ นิลจึงใช้ขาเทียมเสียบมันจนตาย แต่ก็อย่างที่รู้กันอยู่ การที่เขาอุ้มเด็กสองคนและถูกมันลอบโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาจึงออกแรงเยอะไปทำให้ขาเทียมพังไปด้วย

หลังจากนั้นเขาก็พยายามจะไปยังห้องพักเพื่อดูสถานการณ์ แต่มันก็เลวร้ายมาก เพราะไม่ทันได้ออกไปรปภ.สองคนก็ห้ามเขาไว้ เพราะพวกสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาจากห้องพักของเขาเองนี้แหล่ะ คนข้างในก็ถูกพวกสัตว์ประหลาดฉีกเป็นชิ้นๆไปแล้ว นิลจึงร่วมมือกับรปภ.กับผู้โดยสารช่วยกันตั้งด่านกีดขวางด้วยสิ่งกีดขวางอเนกประสงค์และเสริมด้วยสิ่งของอะไรก็ได้ที่ช่วยเสริมแกร่งให้กับแนวป้องกัน และก็อย่างที่เห็นพวกเขากำลังยื้อกับพวกมัน แต่นิลกับพวกก็ยังเสียเปรียบเพราะจำนวนของพวกมันที่โผล่อย่างไม่มีที่มาทำให้พวกเขาตกเป็นรอง ยังดีที่พวกเขาอยู่ใกล้กับคลังแสงของเรือเหาะ แต่ถ้าพวกสัตว์ประหลาดยังโผล่มาเรื่อยๆแบบนี้กระสุนพวกเขาจะหมดก่อน

ตูม!!!

“อ๊าก!” ห้องด้านข้างเกิดระเบิดอย่างรุนแรง แรงระเบิดซัดร่างของนิลกับคนในบริเวณใกล้เคียงกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

นิลสะบัดหัวก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น ห้องที่เกิดระเบิดขึ้นคือคลังแสง แนวป้องกันที่ตั้งไว้ถูกแรงระเบิดซัดกระจุยหมด

“ม่าย!!! อ๊าก!” พวกสัตว์ประหลาดรุมทึ้งรปภ.ที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด ชุดเสริมพลังเองก็หมดประโยชน์ต่อหน้าจำนวนที่ถาถมใส่

นิลปาระเบิดใส่สัตว์ประหลาดที่กำลังกินคนอย่างไม่สนใจ เขาอาศัยการระเบิดนี้รีบถอยไปตั้งหลัก เท้าเทียมที่เสียหายทำให้เคลื่อนที่ไม่สะดวก แต่ถ้าแค่หนีก็พอยังทำได้อยู่

“ก้มลง” นาตาเลียพูดพร้อมกับเล็งปืนไรเฟิลที่ชาร์จพลังเต็มสูบ

นิลหมอบลงกับพื้น

กระสุนเรลกันพุ่งอย่างรวดเร็ว เส้นทางทางที่กระสุนพุ่งทะลวงถูกฉีกเป็นชิ้น สัตว์ประหลาดตัวแหลกเหลว

นาตาเลียที่ไม่รอช้าเธอยิงกระสุนลูกระเบิดสีขาวใส่ไปยังประตูที่ยังมีสัตว์ประหลาดที่ไม่ตายกำลังฝ่าเข้ามา

ระเบิดปล่อยเมือกสีขาวออกมาปกคลุมบริเวณนั้น และนาตาเลียก็ยิงลูกระเบิดไนโตรเจนเหลวเสริม

ไนโตรเจนเหลวทำให้เมือกเกิดการแข็งตัวในทันทีกลายเป็นคอนกรีตแบบพิเศษที่ตรึงร่างของพวกมันเอาไว้

“ปิดทางซ่ะ” นาตาเลียชี้ไปยังกำแพงที่มีอุปกรณ์ดับเพลิงติดตั้งอยู่

นิลรีบกระโจนก่อนที่จะใช้อุปกรณ์ดับเพลิงพ่นน้ำไปยังจุดที่ถูกแช่แข็ง

นาตาเลียรีบเสริมด้วยระเบิดไนโตรเจนเหลวทำให้น้ำที่เกาะตัวเกิดการแข็งตัวเป็นกำแพงน้ำแข็งที่ไม่ให้สิ่งมีชีวิตผ่านเข้ามาได้

นิลฉีดน้ำจนหมดก่อนที่จะดึงสายยางกับขวานติดตัวมาด้วย เพราะของพวกนี้อาจจะมีประโยชน์ต่อ แต่เมื่อคลังแสงหลักถูกทำลาย ตอนนี้สิ่งที่เขาได้ทำได้คือถอยไปยังห้องนิรภัยและวางแผนต่อว่าจะหยุดเรื่องนี้ยังไง

นาตาเลียพานิลมายังห้องนิรภัยที่อยู่ด้านล่างสุด

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“ฉันไม่แน่ใจ” นาตาเลียพูด “แต่มีคนบงการพวกสัตว์ประหลาดนั้น” เธอแสดงความไม่พอใจ พวกสัตว์ประหลาดที่โผล่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยฆ่าแขกคนสำคัญของเธอทิ้งทำให้เสียแผนหมดยังไม่พอ แต่ตอนที่กำลังพาแขกที่ยังรอดอยู่ไปยังที่ปล่อยภัย เธอเห็นผู้หญิงที่สวมหน้ากากสั่งการพวกสัตว์ประหลาดโจมตีพวกเธอซ้ำ กว่าเธอจะรอดออกมาพวกแขกก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆกันทุกคน โชคดีที่กระโดดเข้าช่องทิ้งขยะเลยโผล่มายังด้านล่างได้อย่างปล่อยภัย และการระเบิดที่เกิดขึ้นก็ปิดทางพวกมันไว้

ทั้งสองคนต่างบาดเจ็บคนละแบบ และสิ่งที่พวกเขาทำได้เพียงอย่างเดียวในตอนนี้คือการถอยไปตั้งหลักที่ห้องนิรภัย เมื่อยังไม่รู้ว่าศัตรูคือใคร มีจำนวนเท่าไร แค่เงื่อนไขสองข้อนี้ก็ทำให้ต้องถอยลูกเดียว

ระหว่างที่พวกเขากำลังไปที่ห้องนิรภัย นิลก็เห็นคลังแสงที่ตอนนี้กลายเป็นซาก กำแพงที่ถูกทำลายเพราะแรงระเบิดมีกระแสลมพัดเข้ามาทำให้เขาเคลื่อนไหวลำบาก และในตอนนั้นเองก็มีสัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนกิ้งก่าปีนเข้ามาช่องที่แตก แต่นาตาเลียก็ใช้ปืนพกยิงใส่มัน

ในเมื่อแค่การทรงตัวยังยาก ไม่ต้องพูดถึงแค่การเกาะและปีนเข้ามาจากภายนอก กระสุนเม็ดเล็กๆแค่ประทะเข้ากับตัวก็ทำให้มันตกลงยังพื้นเบื้องล่างได้แล้ว

นาตาเลียกับนิลเลือกที่จะไปดูที่คลังแสงระหว่างทางก่อน เพราะมันก็น่าจะเหลืออะไรสักอย่างให้ใช้บ้างละ

คลังแสงใต้ท้องยานที่เกิดระเบิดมีสภาพเยินแบบดูไม่ได้ แต่โครงห้องยังอยู่ครบสมกับเป็นห้องเก็บอาวุธที่เน้นความปลอดภัยสูง

“น่าจะใช้ได้” นิลเจอเท้าปลอมสำหรับคนพิการ อาจจะไม่ใช้สำหรับกองทัพ แต่ถ้าใส่แล้วเดินกับวิ่งได้ก็น่าจะมีประโยชน์ แค่เปลี่ยนข้อต่อสักชิ้นสองชิ้นก็ติดใหม่ได้สบาย

“ใครมันให้พวกสวะพวกนี้มาวิ่งในนี้” นาตาเลียดูบันทึกของห้องเพื่อหาสาเหตุการระเบิด ตอนแรกก็นึกว่ามีตัวประหลาดหลุดเข้ามา ที่ไหนได้มีชาวบ้านงี่เง่าสติแตกจุ้นกับระเบิดเข้า มันก็เลยระเบิดทุกอย่างกระจุย บวกกับการที่เรือเหาะลำนี้ขาดการซ่อมแซมเพราะมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ระบบดับเพลิงเลยไม่ทำงาน ไฟเลยลามไปยังอาวุธรอบๆ

.........!!!!!

นิลทำตาตั้ง เขาหันไปยังด้านบนที่ตอนนี้พวกตัวประหลาดกำลังพังสิ่งกีดขวาง

“ไปก่อน”

“บ้าไปแล้วหรือไง” นาตาเลียที่กำลังจัดเครื่องกระสุน เธอรู้ดีว่าเรือเหาะลำนี้ใช้การไม่ได้แล้ว วิธีเดียวที่เหลืออีกคือการระเบิดมันทิ้งทั้งลำ เรือเหาะลำนี้มีระบบระเบิดตัวเองที่ห้องนิรภัย และเธอก็จะระเบิดมันทิ้ง (ถ้าไม่ได้ระเบิดและหาทางหนีเอง ทางการที่อยู่ใกล้เคียงก็คงจะระเบิดเรือเหาะลำนี้ที่กลายเป็นพาหะสัตว์ประหลาดอยู่ดี)

“หนีไปก่อนเลย มีบางอย่างอยู่ข้างหน้า” นิลหันมามองนาตาเลีย

แววตาของเขาทำให้นาตาเลียที่เป็นพลปืนสังหารถึงกับสะดุ้งเฮือก เธอฆ่าคนมามากมาย เห็นแววตาของคนที่กำลังจะตายมาก็เยอะ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป แววตาที่ราวกับว่าจะดูดกลืนเธอเข้าไปทั้งตัว

นาตาเลียหน้าแดง เธอหายใจถี่ ร่างกายที่ร้อนผ่าว เธอกำลังมีอารมณ์ นาตาเลียเข้าใจ เธอไม่ปฏิเสธความรู้สึกที่ปานจะกลืนกินแบบนี้

“ต้องกลับมาให้ได้น่ะ” เธอพูดอย่างติดขัด ตอนนี้หัวใจของเธอถูกผู้ชายตรงหน้าชิงไปเสียแล้ว

“อืม!” นิลเดินไปยังช่องลมที่ถูกทำลาย เขาใช้แขนกระชากสิ่งกีดขวางเหมือนกับดึงขนมสายไหม

เขาปีนเข้าไปยังช่องลมเล็กๆ สัตว์ประหลาดปีนลงมาหาเหยื่อของมัน แต่นิลแค่ใช้หลังมือทุบ ร่างกายของมันก็แหลกติดกำแพง

นิลเริ่มทนไม่ไหวแล้ว เขาใช้แขนดันและเอาตัวกระแทกช่องลม

ปร๊าง!

กำแพงเหล็กแรงมหาศาลทำลายทิ้ง นิลเดินออกมา

“ที่นี้สิน่ะ” นิลสัมผัสได้เขาจำความรู้สึกนี้ได้

?!

ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมหน้ากากตกใจ เพราะอยู่ดีๆก็มีเสียงในช่องลม เธอเลยสั่งให้สัตว์ประหลาดลงไปตรวจสอบดู แต่พักเดียวก็มีเสียงดังเหมือนกับอะไรถูกบด และคราวนี้กำแพงก็ระเบิดและมีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากช่องลม

ไม่พูดพร่ำทำเพลง นิลพุ่งเข้าใส่ผู้หญิงคนนั้น สัตว์ประหลาดจำนวนมากพุ่งโจมตีคนที่กำลังจะทำร้ายเจ้านาย แต่นิลแค่โจมตีเพียงทีเดียว พวกมันก็ตัวแตกเลือดสาดกระเซ็น

ผู้หญิงคนนั้นเมื่อจะรู้แล้วว่าชายตรงหน้ามันเกินมือของตัวเองและพยายามจะหนี แต่ก็หนีไปพ้น เพราะนิลใช้สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาเป็นแท่นเหยียบ และดีดตัวกับเพดานพุ่งใส่เธอ

นิลใช้มืองัดหน้ากากเหล็กของผู้หญิงคนนั้นออก ถ้าความรู้สึกของเขาไม่ผิดละก็ ผู้หญิงคนนี้คือ

ปึง!

หน้ากากถูกกระชากออกจนชนกับเพดานส่งเสียงดัง นิลมองใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นที่เต็มไปด้วยความประสงค์ร้าย

ใบหน้าของผู้หญิงคนนี้นิลจำได้

“โฮชิโนะ! ทำไมเธอเธออยู่ที่นี้?” เขาเดาถูก ผู้หญิงคนนี้คือโฮชิโนะจริงๆ แล้วทำไมเธอถึงมาสั่งการพวกตัวประหลาดที่นี้ หรือว่าสการ์เล็ตเป็นคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้

โฮชิโนะชักมีดฟันไปยังนิลตอนนิลกำลังตกใจ

“ฮึบ!” นิลหลบมีดที่เกือบเข้าที่คอของเขา แต่ก็ถูกโฮชิโนะใช้เข่าดันตัวและถีบออก

โฮชิโนะที่ผลักนิลออกก็อาศัยจังหวะนี้รีบหนีและใช้พวกสัตว์ประหลาดโจมตีนิล

“เดียวก่อนโฮชิโนะ” สัตว์ประหลาดบุกโจมตีนิลจากทุกทิศทาง นิลจึงได้แต่กัดฟัน เขาคงไม่สามารถไล่ตามเธอได้ เพราะตอนนี้เจ้าตัวรู้ตัวแล้ว และคงไม่พลาดท่าอีกรอบ

แต่ตอนนี้นิลพอแน่ใจว่าโฮชิโนะเป็นศัตรู และถ้าสการ์เล็ตตอบคำถามข้อนี้ไม่ได้ พวกสการ์เล็ตก็คือศัตรูของเขาเหมือนกัน นิลจึงรีบกลับไปยังห้องนิรภัยเพราะนาตาเลียคงคิดที่จะระเบิดเรือเหาะนี้อย่างที่เขาคิดแน่นอน สัตว์ประหลาดทั้งหมดในตอนนี้ไม่ใช่คู่มือของเขา ร่างกายที่บอบเขา(?)ของพวกมันไม่คณามือตัวเขาแม้แต่นิดน้อย

นิลพังทั้งสิ่งกีดขวางและสัตว์ประหลาดทุกตัวที่ขวางทางเขา จนในที่สุดเขาก็มาถึงห้องนิรภัยที่มีประตูเหล็กใหญ่ๆปิดอยู่

“ฮึบ” นิลออกแรงจับที่แระตูและออกแรง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือด เขาออกแรงมาขึ้น และดึงทั้งบานประตูออก

“ขอโทษที” นิลรีบเข้าไปในห้องก่อนที่จะดึงประตูปิดทันก่อนที่จะมีสัตว์ประหลาดหลุดเข้ามาในห้อง

“ว้าว! อลังการงานสร้าง” นาตาเลียพูดพร้อมส่งเสียง ตอนแรกเธอก็คิดจะไปเปิดประตูให้ แต่เหมือนนิลจะขี้เกียจรอและเข้ามาเอง

“เราต้องรีบหนีแล้ว” นิลพูดพร้อมกับมองไปในห้อง “เหลือแค่นี้เองเหรอ” เขาพูดเพราะในห้องตอนนี้เหลือแค่นาตาเลียกับเด็กอีกสองคนที่เขาเคยช่วยไว้ ส่วนคนอื่นๆนอนตายหมด

“พวกมันเป็นบ้าไปแล้ว และพยายามจะอาละวาด ฉันเลยจัดการทิ้ง” นาตาเลียพูด ผู้รอดชีวิตที่เสียสติก็ไม่ต่างจากศัตรู การกำจัดคนพวกนี้เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่พวกนี้จะก่อความเสียหายไปมากกว่านี้ (แต่อีกใจหนึ่งก็เพื่อลดคนที่ต้องแบ่งเสบียงกับทรัพยากร เพราะเธอเองก็ต้องไปอเมริกาต่อ)

ปึง!

สัตว์ประหลาดใช้ตัวกระแทกเข้ากับประตูที่นิลดันไว้อยู่

นิลดีดออกจากกำแพงเพราะแรงกระแทก แต่ประตูนี้ถูกเข้าดึงจากด้านนอกจนพัง ดังนั้นวิธีการเปิดที่ถูกต้องคือการดึง การที่พวกสัตว์ประหลาดพวกนี้กระแทกก็ไม่ช่วยให้ประตูเปิด แต่นิลไม่ไว้วางใจสถานการณ์ เพราะถ้าประตูเจอกระแทกมากมายก็ถูกพังเข้ามาได้เหมือนกัน

“ฉันจะกดระเบิด” นาตาเลียใช้ตะขอเกี่ยวกับชุดของนิลก่อนที่จะดึงพวกเด็กๆเข้ามาด้วยและผูกไว้กับตัวเธอ

“?” นิลมองไปยังนาตาเลียเพราะ เขาเพิ่งสังเกตตอนที่หล่อนเอาตะขอมาเกี่ยว ยานกู้ชีพแบบมีร่มชูชีพไม่เหลือสักคัน

“ไปเลย” นาตาเลียกดปุ่มสีแดง

!!!!!!!

นิลถูกตะขอกระชากจนจุก พวกเขาสี่คนถูกดีดออกจากเรือเหาะด้วยความเร็วสูง และเรือเหาะก็เกิดระเบิดขึ้นในทันที

“เว้อ!” เด็กผู้ชายร้อง เพราะเขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไร และเจ้าตัวก็บอกให้เขาฟังแล้ว แต่ก็โดนย้ำว่าถ้าเกิดแหกปากก็จะมีชะตาแบบเดียวกับคนที่ตาย

เนื่องจากผู้โดยสารก่อนหน้าสติแรกและใช้ยานกู้ชีพกันแบบไม่ดูตาม้าตาเรือจึงทำให้ยานสวนหนึ่งตกกระแทกพื้นก่อนที่ร่มชีจะทำงาน ส่วนอีกกลุ่มบินเข้าไปยังดงปืนต่อต้านอากาศยานของวาติกันจนโดนนึกว่าเป็นการโปรยร่มของข้าศึกและโดนสอยร่วง

นาตาเลียจึงเข้าในว่า ถ้าเกิดลงไปทั้งยังงี้คงไม่รอด มีทางเดียวคือการใช้ร่มชูชีพขนาดเล็กเพื่อให้ระบบนำร่องต่อต้านอากาศยานไม่ทำงาน

แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่เธออย่างทำเรื่องแบบนี้

เพราะทันทีที่ร่มกาง ตัวของนาตาเลียก็ถูกดึงเข้าหานิลก่อนที่ทั้งคู่จะกอดเข้าด้วยกัน โดยที่ด้านหลังของนาตาเลียมีเด็กสองคนผูกติดไว้ เธออย่างจะแนบชิดแบบนี้นานๆเพื่อความเร่าร้อน เวลาขึ้นเตียงเธอจะได้หาจังหวะรุกได้

นิลถูกนาตาเลียสวมกอด แต่เขาต้องเป็นคนดึงร่ม เพราะน้ำหนักที่เกิดจากจำนวนคนและสัมภาระที่นาตาเลียนำติดมาด้วยทำให้เขาทำอย่างอื่นไม่ได้เลย

“อย่าปล่อยมือเด็ดขาด”

นิลตะโกนเพราะเหมือนกับเชือกที่ผูกกับเด็กผู้หญิงจะถูกเกี่ยวขาดตอนดีดออกจากเรือเหาะ เขาจึงสั่งให้เธอเกาะไว้ให้แน่น เพราะถ้าพลาดก็จบกัน แต่เขาก็ค่อนข้างเป็นห่วงเพราะถึงเด็กผู้หญิงคนนี้จะร่างกายแข็งแรงแต่ก็เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ นิลหวังได้เพียงว่าเธอจะทนไว้

นิลพยายามหลีกเลี่ยงควันกับแสงประหลาดจนเห็นชายฝั่งใต้เท้า เขาคิดว่าเพราะเรือเหาะถูกโจมตีทำให้ไม่มีคนควบคุมทิศทางเรือเหาะ และเรือเหาะเองก็ลอยสูงใช้ย่อย เวลาเขาโรยตัวลงมาก็เลยลอยมไกลขนาดนี้

“หึ?” เขาสังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งบนพื้นไกลๆกำลังมองมาที่เขา จากเครื่องแต่งกายคงจะเป็นทหารเอเชียใต้ที่น่าจะกำลังทำสงครามกับวาติกัน ถ้าการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอเชียใต้มาเดินเล่นที่นี้ก็แสดงว่าเอเชียใต้น่าจะชนะแล้วละ

“หือ?”  แต่หน้าคุ้นๆแหะ

ชายคนนั้นแสยะยิ้ม พร้อมกับยิงปืนแฟร์ขึ้นฟ้า แสงไฟจากปืนแฟร์ทำให้นิลเห็นหน้าของเจ้าหน้าที่คนนั้นและรู้ในทันทีว่าใครก็เป็นคนรู้จักของเขาอีกคนหนึ่ง

“จิมมี่!”

 

ขณะเดียวกัน ณ ห้องสีขาวที่มีหลอดไฟสีฟ้าส่องสว่าง

“เธอบาดเจ็บเหรอ” ผู้หญิงคนหนึ่งรีบลงไปรับตัวโฮชิโนะ ตอนที่เธอหมดแรงและทิ้งตัว

“เธอคงไม่ไหวแล้วล่ะ” โฮชิโนะคนที่สองพูดพร้อมกับเอามือวางบนหลังของโฮชิโนะที่แน่นิ่ง “หมายเลข 79153 เสียชีวิตแล้ว”

“ดูเหมือนว่าจะเราต้องหาคนมาแทนแล้วล่ะ” โฮชิโนะคนที่สามพูดพร้อมกับเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์

“แล้วหมายเลย 24242 ล่ะจะทำยังไง”

“ก็ใกล้หมดอายุแล้ว แต่เรายังหาตัวมาเปลี่ยนไม่ได้ คงต้องให้ยาเพื่อยื้อชีวิตอีกสักหน่อย จนกว่าแผนเราจะสมบูรณ์” โฮชิโนะที่มีหมายเลข 20001 สลักบนหน้าผากพูดพร้อมกับฉายภาพของร่างเปลือยเปล่าของโฮชิโนะที่มีรอยด่างคล้ำขึ้นตามตัว

ขณะที่เหล่าโฮชิโนะกำลังถกเถียงกันอยู่ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ออร่าของเขาทำให้แหล่าโฮชิโนะทุกคนเงียบทันที และตอนที่เช้าคนนั้นยกมือขึ้นเหนือศีรษะของตน

“ยูเรียลจงเจริญ” เหล่าโฮชิโนะนับร้อยต่างร้องกู่ก้องต่อหน้าเขา ด้านหลังของพวกเธอมีแท็งค์น้ำที่มีโฮชิโนะอีกมากมายกำลังหลับใหลอยู่ ร่างโคลนเหล่านี้รอเวลาที่ได้ลืมตาตื่นขึ้น และเวลานั้นก็ใกล้เข้ามาแล้ว




NEKOPOST.NET