P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 117 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.117 - ครั้งแรกที่พบกัน [เดือด]


 

“ที่นี้ที่ไหน”

นิลพูดพร้อมกับมองรอบด้านที่เหมือนกับว่าเขากำลังอยู่ในตัวเมือง

“อีกแล้วเหรอ” คงจะเป็นความฝันที่เป็นความทรงจำของใครสักคนละมั้ง นิลคงจะคิดได้แบบนั้น ช่วงนี้เวลาเขาหลับก็มักจะฝันเห็นเหตุการณ์แปลกๆเหมือนกับเป็นความทรงจำของใครบ้างคน และบางทียังเป็นแค่การเพ้อฝันเพราะความจริงในประวัติศาสตร์กับเนื้อหาในความฝันมันไม่ตรงกันสักนิดอีก ลำบากให้เขาต้องมาแยกแยะ แต่พอมันเริ่มถี่แบบทุกครั้งที่หลับ นิลก็เลิกสนใจเพราะเนื้อหาด้านในมันไร้สาระสิ้นดี

จะให้ไงได้ละ ก็มันแบบว่ามีภาพของตึกรามบ้านช่องแบบสตรีมพังค์ที่ชาวเมืองสวมชุดตัวบวมเดินกันให้ว่อน หรือภาพของโลกที่มีเพียงดวงจันทร์สีเขียวนวลลอยเด่นท่ามกลางท้องฟ้าสีแดงไร้ดาวที่พื้นเบื้องล่างเป็นสีดำสนิทคู่กับทะเลเมือกสีขาว มันมีแต่ภาพทำนองนี้จนเขาคิดว่าถ้าว่างจริงๆจะไปหาจิตแพทย์เพื่อปรึกษาสักหน่อยว่าจะลบมันออกไปยังไง

“แล้วครั้งนี้!” นิลสังเกตสภาพแวดล้อมที่เป็นตึกรามบ้านช่องทันสมัยที่กำลังทำการก่อสร้างตึกระฟ้าจำนวนมากให้ผู้คนอยู่อาศัย

‘นี้คือยุคที่เราอยู่’ นิลสรุปชัดเจน ทั้งภาษาและรหัสที่ระบุเป็นข้อความที่เข้ารู้จัก แต่........

‘ไม่ได้ระบุวัน’ นิลก้มตัวพลางใช้มือปัดรอยเปื้อนที่บังหน้าปัดที่กำลังแสดงข้อความ

‘สถานที่เองก็ไม่บอก....’ นิลลุกขึ้น ข้อมูลส่วนที่ระบุวันเวลาและสถานที่ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดนั้นหายไป หน้าปัดแสดงเป็นตัวอักษรประหลาด

นิลเดินดูสภาพแวดล้อมที่เป็นตึกสูงที่กำลังก่อสร้าง ความสูงของมันทำให้นิลถึงกับเสียว เพราะตอนนี้เขาอยู่ที่ 111 ถ้าตกลงไปคงจะไม่เหลือซากให้เห็น

ปัง!!!

เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด หลังจากนั้นก็มีเสียงปืนกับระเบิดดังต่อเนื่องพร้อมกับควันที่พวยพุ่งตามตัวตึก นิลจึงกระโดดไปยังลวดสลิงและโหนลงไปยังตึกที่เตี้ยกว่าในทันที เขาสังเกตรอบข้างตอลดเวลาที่เขาวิ่ง

ทหารกับพนักงานก่อสร้างไม่มีใครสนใจเขาแม้แต่คนเดียว พวกเขายิงต่อสู้กับทหารฝั่งศัตรูที่ดาหน้าเข้ามา และมีครั้งหนึ่งที่มีจรวดเจาะเกราะพุ่งใส่ แต่มันก็ทะลุผ่านร่างกายของนิล

“ทำไมกัน!” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง เรียกความสนใจของนิล ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นเสียงที่ดังที่สุด แต่....

“ริสตี้” เสียงนี้เป็นเสียงของริสตี้ นิลจำได้ดี ‘ทำไมเธอมาอยู่ที่นี้?’

นี้มันเป็นเหตุการณ์ในอดีตเหรอ หรือเป็นแค่ภาพหลอน

นิลรีบไปยังที่เกิดเหตุ เขารู้สึกไม่ค่อยดี ไม่สิรู้สึกว่าลางสังหรณ์บอกว่ามันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันจะเลวร้ายเกิดกว่าที่เขาจะนึกได้

นิลมาถึงที่เกิดเหตุ และภาพตรงหน้าของเขาคือ.....

ริสตี้ที่กำลังนอนจมกองเลือด บนหน้าอกของเธอมีมีดเสียบทะลุไปถึงข้างหลัง แต่คนที่กำมัดนั้นอยู่ในมือคือ..

“ริสตี้.......ผมขอโทษ” ชายคนนั้นกำฟันก่อนที่จะวางร่างของริสตี้ที่หมดลมบนพื้นอย่างช้าๆและอ่อนโยน เขาปิดตาของริสตี้เพื่อให้เธอได้หลับอย่างสงบชั่วนิรันดร์

“นะ....นิล!!!” เสียงขอโฮชิโนะดังขึ้น สีหน้าของเธอแสดงความหวาดกลัว เธอกำลังขานชื่อชายตรงหน้า

นิลที่วางร่างของริสตี้จ้องมองไปยังโฮชิโนะด้วยความโกรธที่แม้แต่นิลที่กำลังต้องมองอยู่ก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะโกรธได้ถึงขนาดนี้

นิล(โกรธ)กระชากมีดที่ปักอกของริสตี้ออกและชี้ไปยังโฮชิโนะ

“อย่าขยับ” ทหารที่ติดตราสการ์เล็ตเล็งปืนมาทางนิล(โกรธ)และออกคำสั่งให้ชายตรงหน้ายอมแพ้

“ไอ้พวกทรยศ”

“ห่ะ?” นิลที่พยายามจะคว้าร่างของริสตี้ที่โชกเลือดได้ยินเสียงของเขาอีกคนที่รู้สึกได้ถึงความโกรธที่ข้นกว่าสีหน้าที่เห็น นิลในตอนนี้งุนงง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต

“นิล! ทำไมเธอถึงทำกับริสตี้แบบนี้!!” โฮชิโนะชักปืนออกมาเล็งไปทางนิลทั้งน้ำตา เธอเห็นเพื่อนรักของเธอถูกฆ่า เธอเห็นนิลใช้มีดแทงริสตี้!!!

“ใครกันแน่ที่ทำ” นิล(โกรธ)พูดพร้อมกับหัวเราะ แต่ก็มีน้ำตาไหลอาบแก้ม สีหน้าที่โกรธ น้ำตาที่แก้มกับเสียงหัวเราะ บอกได้ว่าเหมือนกับคนที่กำลังบ้าคลั่ง

“ยิง!!”

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!!!

ทหารยิงปืนใส่นิล(โกรธ)ที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“อัก!” นิล(โกรธ)ถูกยิงเลือดสาด แต่เขาก็ยังไม่ล้มลง สีหน้านั้นไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวดแม้แต่นิด ใบหน้านั้นยังคงมีแต่ความบ้าคลั่ง

“ฉันจะต้องล้างแค้นให้สำเร็จ!!” นิล(โกรธ)พูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดังโดยไม่สนใจกับร่างกายที่กำลังถูกยิงจนเลือดออก

“และพวกแกคือศัตรู” นิล(โกรธ)คำรามก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่โฮชิโนะที่กำลังเล็งปืนมาทางเขาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดๆ

นิลวิ่งด้วยความเร็วสูงปล่อยให้กระสุนทะลุผ่านร่างกาย อีกทางหนึ่ง โฮชิโนะตั้งท่าเล็งปืนมาทางนิล แววตานั้นจุดประกายความแค้นที่มาพร้อมกับน้ำตาของเธอที่มีแต่เพื่อนรัก

“หยุดน่ะ!!!” นิลที่อยู่ในเหตุการณ์ตลอดตะโกนขึ้นเสียงดังพร้อมกับวิ่งเข้าไปเพื่อที่จะห้ามทั้งคู่

ปัง!!

แสงสีขาวส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้าบดบังทัศนวิสัยของเขาทั้งหมด ซึ่งเป็นจังหวะที่นิลกำลังยื่นมือไปที่หน้าของโฮชิโนะ และเป็นจังหวะเดียวกับที่โฮชิโนะเหนี่ยวไกปืนขณะที่เล็งไปยังใบหน้าของนิล

 

วันที่ 18 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 13: 48 น. (+2H)

“แฮ่กๆ” นิลตื่นขึ้นมาบนเตียงเล็กๆที่มีหลอดไฟแกว่งไปแกว่งมาๆ เขาเอนตัวขึ้นและมองรอบๆตัว

เขาอยู่บนยานบิน

หลังจากที่นิลกับนาตาเลียขึ้นยานบินโดยสารวีทีโอแอล(VTOL)กับผู้โดยสารคนอื่นๆที่กำลังจะอพยพไปยังทวีปอเมริกา เขาก็ล่มตัวนอนบนเตียงทันทีเพราะอาการปวดหัวอย่างรุนแรง

แต่ตอนนี้อาการปวดหายเป็นปลิดทิ้ง อาจจะเป็นฤทธิ์ยาแก้ปวดของผู้โดยสารใจดีที่ให้เขา ไม่ก็....?

‘ความฝันก่อนหน้านั้น’

นิลเรียบเรียงความทรงจำในหัวของเขาที่โล่งปลอดโปร่ง

ความทรงจำที่เขาฆ่าริสตี้ นิลรู้สึกได้ถึงความมืดมนจากความฝันนั้น ความรู้สึกได้ถึงความโกรธเกรี้ยวของตัวเขาอีกคน ภายใต้ใบหน้าที่ดูยิ้มแย้มอย่างบ้าคลั่งนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม้แต่ประสบการณ์ของเขาที่เคยผ่านสมรภูมิมานับต่อนับก็ยังไม่เคยเจอความรู้สึกที่ทำให้เขากระวนกระวายใจถึงขนาดนี้เลย

นิลใช้มือแตะที่คอและเห็นเหงือกบนมือนั้น เขาคงจะฝันร้ายจนเหงื่อกาฬไหลไม่หยุด แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไหลอยู่

เขาฆ่าริสตี้และเป็นศัตรูกับสการ์เล็ต.........ตอนนี้เขาก็ไม่รู้สึกดีอะไรกับNABF ด้วย ถึงเขาจะเคยอยู่และร่วมงานกับทั้งสองกองกำลัง แต่ลึกๆแล้วนิลรู้ดีว่าเขาถูกหลอกใช้ในหลายเรื่อง

NABF กับนิลค่อนข้างดี นิลมีเพื่อนร่วมรบของจริงตั้งหลายคนซึ่งผู้พันดีเบิร์ก แต่เขาก็เสียคนรู้จักไปหลายคนจนเกือบหมด และทางศูนย์บัญชาการเองก็ต้องการจะฆ่าเขาทิ้งโดยที่เขาก็ไม่รู้สาเหตุจนเพื่อนร่วมรบที่ยังเหลืออยู่ต้องคิดหาวิธีทำให้เขาหนีไปได้ แต่....เขาก็เสียเพื่อนไปอีก นิลรู้ดีว่าตอนนี้ในNABFคนที่สามารถเรียกว่าเพื่อนนั้นมีเพียงหยิบมือ และถ้าเวลามาถึงเขาก็จะไม่ใจอ่อนที่จะลั่นไกสังหารคนที่หมายปองชีวิตของเขา นั้นร่วมถึงเพื่อนเก่าของเขาด้วย

สการ์เล็ต... นิลนึกพร้อมกับเอามือกุมหัว กับNABFเขาพร้อมที่จะฆ่าโดยที่ไม่ลังเล แต่สำหรับสการ์เล็ต....เขาเกิดการลังเลขึ้นมากะทันหัน ทั้งที่พวกเขารู้จักกันได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความรู้สึกที่โหยหาที่มาจากก้นบึ้งในหัวใจก็ทำให้เขาไขว้เขว

สำหรับนิลแล้วความสงบสุขที่ได้อยู่กับพวกพ้องและไม่ต้องจับอาวุธไปฆ่าใครอาจจะจะเป็นความสุขที่เขาตามหามาตลอดก็ได้

แต่พอนึกถึงคำพูดของอลิซ เขาก็รู้สึกเย็นนะเยือก

[เขาเป็นเครื่องมือ] ความรู้สึกนั้นทำให้เขากลัว ตอนที่เขาเห็นอลัน แววตาของหัวหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นกลับดูน่ากลัว ราวกับว่ากำลังมองสิ่งของที่กำลังจะทิ้ง และตอนที่เขามองไปยังคนของสการ์เล็ต แววตาที่ปล่อยออกมาก็ทำให้ความกลัวมากขึ้นไปอีกหลายขุม แม้แต่ริสตี้กับโฮชิโนะเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงความกลัวนั้น ถึงเวลาอยู่กับวิล/วิลสันและหวังลี้เขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ตาม นิลจึงเลือกที่จะอยู่ติดกับสองคนนี้ตลอดเพราะรู้สึกสบายใจ................

เจ......

นิลคิดถึงเจ เขาคิดถึงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆตอนที่เขายังจำอะไรไม่ได้ เด็กคนนั้นช่วยเช็ดตัว เช็ดอ้วกของเขาราวกับครอบครัวเดียวกัน นิลจำความอบอุ่นนั้นได้ดี

มันอาจจะเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เขารู้สึกผูกพันกับสการ์เล็ต แต่นิลเองตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเขาจะใช้ชีวิตด้วยตัวเองไม่กลับไปแล้วด้วยสิ

“เอาเถอะ” นิลลุกขึ้นและเดินหลีกเลี่ยงผู้คนที่นอนอัดๆกันบนพื้น

เขาเองก็สงสารคนพวกนี้เหมือนกัน ทั้งที่เป็นชาวบ้านที่ตั้งถิ่นฐานมาช้านาน กลับต้องเจอกับภัยสงครามจนต้องหนีขึ้นเขา และพอสงครามจบลงพวกเขาอุตส่าห์อยู่อย่างสงบบนดอยและทะเลทราย คราวนี้ก็จะเกิดสงครามเพื่อชิงความเป็นใหญ่อีกจนต้องหนีไปยังทวีปอเมริกาที่ดีกว่าเพราะไม่มีภัยสงคราม (แต่ติดพวกหัวรุนแรงที่ประกาศตัวเป็นขุนศึกแบ่งแยกดินแดนแทน)

แล้วทำไม่ถึงนอนพื้น!?

เห็นว่าตั๋วขึ้นเครื่องที่เขากับนาตาเลียเป็นแบบวีไอพี แต่กับชาวบ้านเป็นแบบราคาถูก แต่บังเอิญว่าเดิมทีต้องมียานบินห้าลำ แต่อีกลำดันเกิดขัดข้องทางเทคนิคเพราะต้องใช้ตรวจสอบสถานการณ์ที่ยานสำรวจของทางสหพันธ์เกิดตกเมื่อไม่นานมานี้ คนก็เลยล้นจนต้องเอาผู้โดยสารอัดในห้องนอนเพิ่มเติม

......

“แล้วผู้หญิงคนนั้นหายไปไหน?” นิลพูดพร้อมกับเปิดประตู ทันทีที่เปิดประตูก็มีกระแสลมพัดเข้ามา จนผู้โดยสารบางคนหันมามอง ก่อนที่จะนิลจะผงกหัวขอโทษและปิดประตูหลังจากออกจากห้อง

ด้านนอกลมแรงมากทั้งที่อยู่บนยานบิน...?

นิลเพิ่งสังเกต ที่เขาโดยสารอยู่ไม่ใช่ยานบิน แต่เป็นเรือเหาะยักษ์ชัดๆ แค่ส่วนล่างเหมือนยานบิน แต่ข้างบนตอนนี้มีกระโจมรูปทรงลู่ลมขนาดใหญ่ที่กำลังเหาะอยู่กลางอากาศ

“ของเก่าเหรอ?” นี้คือสิ่งที่เขาคิด ยุคนี้อาจจะมีการเอาของเก่ามาใช้ประโยชน์ก็ได้ ยิ่งอีเลเมนต์เป็นสิ่งที่เริ่มที่จะแพร่รายกับทุกแวววง ถ้าเอาเรือเหาะบรรจุอนุภาคอีเลเมนต์แบบเสถียรแล้วติดตั้งเครื่องกลนิดหน่อยก็คงจะสามารถสร้างยานโดยสารที่ราคาไม่แพงได้......แต่แบบนี้ทางสหพันธ์ไม่ว่าหรือไง?

นิลพูดขณะที่กำลังรับลมที่พัดผ่าน ซึ่งลมมันก็อุ่นกำลังพอดีไม่เย็นหรือร้อนเกินไป คงเป็นเพราะแถบเหล็กเรืองแสงที่ติดตั้งทั่วทั้งยานทำหน้าที่แทนเครื่องปรับอากาศ

“นอนไม่หลับเหรอครับ” หน่วยรักษาความปลอดภัยที่สวมเกราะหนาเตอะพูด

“คือผมออกมาหาเพื่อนของผมน่ะ” นิลพูดพร้อมกับนึกคำพูดของนาตาเลียที่บอกว่า ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น หน่วยรักษาความปลอดภัยสามารถใช้ความรุนแรงจัดการได้ในทันที และเธอยังบอกต่อว่านิลเป็นแค่แขกของเธอทีติดมาด้วย ถ้าเกิดเขาก่อเรื่อง หน่วยรักษาความปลอดภัยคงจะโยนเขา

“หมายถึงคุณผู้หญิงที่สะพายปืนไรเฟิลเหรอครับ เธออยู่ที่ห้องกัปตัน” รปภ.ชี้ไปยังทางเดินด้านหน้าซึ่งมีรปภ.อีกสองคนเฝ้าอยู่

“ตื่นแล้ว?” นาตาเลียเดินออกมาจากทางเดินด้านหน้าพร้อมกับแสดงบัตรวีไอพีให้กับรปภ.ดูตลอดทาง

นิลพยักหน้า

“กลับเข้าห้อง” นาตาเลียออกคำสั่งให้กับนิล ในขณะที่นิลมองไปยังผู้หญิงตรงหน้ากับรปภ.ที่เอนหัวมานิดหนึ่ง(ทั้งที่หมวกเกราะทำให้สังเกตยากแต่ก็ยังอุตส่าห์หันหัวได้อีก)

นิลเองก็อยากจะถามอะไรเพิ่มเติมอีก แต่เขาเองไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรทั้งสิ้น และถึงตอนนี้เขาจะเป็น....

สีน้ำตาล.... โอเคๆพอจะโออยู่

แต่ถ้ามีเรื่องกันขึ้นมา เขาค่อนข้างแน่ใจในระดับหนึ่งว่าชุดที่สวมอยู่นั้นคงจะเป็นชุดเสริมประสิทธิภาพ เขาอาจจะชนกับเจ้าตัวประหลาดหัวหงอกนั้นได้ แต่ถ้าเกิดเรื่องเมื่อไร คงจะมีโผล่มาอีกบาน และเขาก็คงถูกจับโยนออกนอกยาน

นิลเดินกลับเข้าห้อง บรรยากาศระหว่างข้างในกับข้างนอกต่างกันลิบลับเลย

ข้างนอกนี้เบาสบายมีลมอุ่นๆ ส่วนข้างในนี้มืดครึ้ม จากสีหน้าของผู้คนที่เครียดกันเยอะ บางคนยังกอดถุงเงินอยู่เลยทั้งที่มันอาจจะใช้ประโยชน์ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

แต่คนที่ฉลาดกว่า ว่องไวกว่าย่อมได้เปรียบ แค่คิดว่าโลกนี้มันสงบสุขก็ถือว่ามันผิด....... เจ......ทุกคน

“ชิส์!” นิลสถบก่อนที่จะนั่งลงบนหัวเตียง เขาได้รับผลกระทบจากทางสการ์เล็ตมากเกินไป ทั้งที่เขาต้องการตัดทุกอย่างทิ้ง อย่างNABFเขายังตัดความรู้สึกที่มีให้ทั้งหมดทิ้งได้ แต่กับสการ์เล็ต.....ต้องเป็นฝีมือของเจแน่ๆ

นิลนั่งคิด น่ากลัวมาก เขาเคยได้ยินเรื่องที่สตีฟหลุดปากเรื่องความสามารถของเจออกมา สตีฟบอกว่าเขาไม่รู้ว่าเป็นความสามารถเหนือธรรมชาติแบบไหน แต่ก็บอกว่าเจมีความสามารถพิเศษอยู่ เขาอาจจะโดนความสามารถของเด็กคนนั้นโดยไม่รู้ตัว

นิลถอนหายใจก่อนที่จะเห็นผู้โดยสารที่เป็นเด็กเหมือนกำลังจะป่วย

“นอนตรงนี้สิ” เขาพูดพร้อมกับจะอุ้มเด็กคนนั้นมานอนบนเตียง แต่ผู้ปกครองของเด็กคนนั้นไม่ยอม

.........

.........

นิลสังเกตเห็นเด็กหลายคนที่เนื้อตัวสกปรกและมีบาดแผล แต่กับผู้ใหญ่ที่ดูแปลกๆ

“นอนตรงนี้สิ” นิลพูดประโยชน์และเดินเข้าไปอุ้มเด็กคนนั้นขึ้นมา

เคร้ง!

นิลมองโซ่ที่คล้องที่ข้อเท้าของเด็กที่เขาอุ้มขึ้นมา ก่อนที่จะวางเด็กคนนั้นไว้ให้ผิงเตียง

“อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น

“คุณคงไม่อยากถูกผมโยนออกจากยานใช่ไหมครับ” นิลที่มองแผลของเด็กที่ถูกทรมานพูดพร้อมกับเหล่ตามองด้วยความเยือกเย็น

“เฮ้ๆ อวดดีกันจังเลยน่ะ” นาตาเลียพูดพร้อมกับเคาะประตู

นิลกับชายตรงหน้าหันมามองพร้อมกับนิ่งเพราะด้านหลังของผู้หญิงคนนั้นมีรปภ.มองมายังพวกเขา

“เอ้า! ตามสบาย ฉันไม่ห้าม” นาตาเลียพูดพร้อมกับปิดประตู

“สวยแล้วสิ” ชายอีกกลุ่มหนึ่งลุกขึ้น ถ้าทางพวกเขาจะแน่ชัดแล้วว่าผู้ชายที่หัวเดียวกระเทียมลีบคนนี้อยากจะตาย

แต่มันไม่รู้หรอกว่าที่แขกวีไอพีอนุญาตไม่ใช่เพราะอยากเขี่ยคนที่เป็นตัวถ่วง แต่เป็นเพราะมันไม่มีอะไรให้ดู นาตาเลียไม่สนใจด้วยซ้ำว่านิลจะก่อเรื่องทะเลาะวิวาทเพื่อช่วยเด็กพวกนี้ เพราะต่อให้ช่วยไปเธอก็ไม่คิดจะพาไปด้วย เด็กที่ตกเป็นทาสก็คงถูกผลัดมือเป็นทาสคนอื่นแทน

นิลมองไปยังรอบห้อง

‘3,4,5………7 คนสิน่ะ’ นิลหมุนหัวไหล่เสียงกระดูกกระทบดังสนั่น

ส่วนอีกฝ่ายนี้ก็หยิบอาวุธอย่างดาบด้ามยาวกับสนับมือ ดูไปแล้วคงจะพกปืนขึ้นมา แต่คนที่เจ็ดก็ยังแฝงตัวอยู่ จากลักษณะที่เหมือนกับเด็กคงจะเป็นพวกเน้นปะปนกับพวกเด็กตัวเล็กๆเพื่อลอบสังหารอีกฝ่ายแบบไม่ทันตั้งตัว

แต่......นิลไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว เขารู้สึกแปลกๆหลังจากที่เห็นโซ่ที่คล้องที่ข้อเท้าของพวกเด็กๆเหล่านี้ เขารู้สึกได้ถึงความโกรธที่ควบคุมตัวเองไม่ได้

นิลยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังสับสน เขาที่อยู่ห่างจากเจสสิก้าต่างก็แสดงอาการออกมา เจกลายเป็นหุ่นไม้ส่วนนิลนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ยากจะดับลง

ภาพในความฝันที่นิลเห็นอาจจะเป็นลางบอกเหตุที่นิลในตอนนี้ยังไม่อาจเข้าใจได้ แต่อีกไม่นานนิลจะเข้าใจความฝันที่ว่าด้วย ประสบการณ์ของตัวเอง

 




NEKOPOST.NET