P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 115 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.115 - ครั้งแรกที่พบกัน [ฉันจะไม่ยอมเสียไปอีกแล้ว]


“เจ! เธออยู่ที่ไหน” ริสตี้วิ่งพร้อมกับตะโกนเรียกชื่อเจที่หายตัวไปจากสนามเด็กเล่นที่เด็กหญิงมักวิ่งเล่นเป็นประจำ “ตรงนั้นเจอไหม โฮชิ!”

“แฮ่ก! ไม่เจอ” โฮชิโนะตอบก่อนที่จะเอามือทุบขาอ่อนที่ล้า “ริสตี้แล้วพวกสตีฟเจอไหม”

ริสตี้ที่กำลังร้อนรนส่ายหน้า เธอให้พวกสตีฟไปหาเจตามที่เล่นสำหรับเด็กที่เธอเคยพาพวกเด็กไปเล่น และเพื่อถามคนแถวนั้นว่าเจอเด็กผู้หญิงที่มีลักษณะแบบเดียวกันเจหรือเปล่า ถ้าเจอพวกเขาก็จะติดต่อกลับมาด้วยวิทยุไร้สายที่พกติดไป แต่สตีฟก็รายงานว่าไม่เจอเจที่ไหนเลย

“หรือว่าจะหลงไปนอกโคโลนี่!!” โฮชิโนะตะโกนขึ้นมา เพราะโคโลนี่อาจจะใหญ่และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สูงก็จริงก็จริง แต่ก็ยังสร้างไม่เสร็จ พื้นที่บางส่วนไม่มีกำแพง,อนุภาคอีเลเมนต์และระบบจักรกลป้องกันอัตโนมัติ อย่างพื้นที่พวกเธอใช้เป็นที่พักผิงก็คือพื้นที่ตรงจุดสิ้นสุดพอดี (วันดีคืนดีก็มีโจรหรือตัวประหลาดบุกเข้ามาบ้าง)

“ว่าไงน่ะ!!! เดียวฉันจะไปเอารถจิ๊ป”

“ริสตี้ใจเย็นก่อน.... โทษ!ฉันผิดเองที่ไปกระตุ้นเธอ” โฮชิโนะตบหัวตัวเอง ข้างนอกโคโลนี่นั้นอันตรายมาก เพราะทั้งอุณหภูมิที่สูงบวกกับมลพิษที่ยังคงปนเปื้อนอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะมีการใช้เทคโนโลยีอีเลเมนต์สร้างอาณาเขตป้องกันไว้ โคโลนี่แห่งนี้ก็คงไม่สามารถที่จะใช้สำหรับการอยู่อาศัย

“เอางี้น่ะ รอฉันตรงนี้ก่อน..” โฮชิโนะพูดขึ้นเพื่อห้ามปรามเพื่อนรักที่กำลังควบคุมอารมณ์ไม่ได้

“รออะไรกัน!!! จะไปขออนุญาตจากพวกเบื้องบนพวกนั้นเหรอ ไม่มีทาง...”

“แต่เราไม่ทางเลือกนะ คนของเราถูกส่งออกไปทำภารกิจที่อื่นกันเกือบหมด” โฮชิโนะพูด พวกเธอไม่มีตัวเลือกมากนัก ทางเบื้องบนควบคุมสมาชิกในองค์กรอย่างเข้มงวด การจะทำอะไรสักอย่างก็จะมีพวกสายสืบภายในคอยจับผิด สาเหตุที่พวกเธอสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกในเมืองนี้ก็เพราะคุณยายลอร่ามีอภิสิทธิ์กับอำนาจกดดันพวกเบื้องบน แต่สถานการณ์ที่พวกเธอขาดคน ถ้าไปเรียกคนมาช่วยเพิ่มทางเบื้องจนจะหาเรื่องลดทอนอำนาจคุณยายได้ซึ่งมันเป็นวิธีที่ไม่ฝั่งเธอมีแต่เสียกับเสีย

“ก็ได้ๆ!!! เดียวฉันจะไปหานอกเขตคนเดียวเอง” ริสตี้หันหลังก่อนที่จะเริ่มวิ่งด้วยความเร็วสูง ความคิดของเธอนั้นง่ายมาก ร่างกายของเธอทนและอึดกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

“โธ่.. รอฉันด้วยสิ” โฮชิโนะรีบวิ่งตามเพื่อนรัก ตอนนี้พวกเธอทำได้แค่การตามหาไปเรื่อยๆเท่านั้น

นี้เป็นครั้งแรกที่ริสตี้ลำบาก เจมักจะหลงทางไม่ก็ถูกล่อด้วยแสงสีภายนอกบ่อยๆ แต่ทุกครั้งเธอก็สามารถหาเจอได้ไม่ยากเย็น เธอถึงขนาดลงไปแสดงศักดาที่ตลาดหลักจนได้ข่าวสารเรื่องยิบย่อยไว้กว่าคนอื่นๆอีก แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะไม่มีพบร่องรอยของเจแม้แต่คนเดียว แต่ละคนก็ ‘เด็กหายอีกแล้วเหรอ/คุณหนูไปเล่นที่ไหนหรือเปล่า’ กันทุกคน บ้าจริง!!!

ริสตี้ที่ขาไวมาถึงโรงพยาบาลก่อนโฮชิโนะรีบสวมชุดป้องกันทันที

“นี้เธอยังไม่ได้เบิกชุดเลยนะ” แพทย์ผู้ดูแลเตือนริสตี้ผู้แหกกฎเรื่องใช้เครื่องแบบเป็นประจำ จนหลังๆพวกเขาให้เธอเอาชุดไปใช้ได้เลยแต่ต้องเบิกก่อน

“เหตุการณ์ด่วน!!!!” ริสตี้พูดเสร็จก่อนที่จะรีบวิ่งออกไป

“ไปนอกเขตอีกแล้ว เชื่อเขาเลย” ผู้ดูแลพากันส่ายหน้าก่อนที่จะทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

โฮชิโนะเปิดประตูเข้ามาเสียงดังพร้อมกับมองทุกคนในห้อง

“แฮ่ก! ริสตี้อยู่ไหน!”

“เบิกชุดแล้วไปไหนไม่รู้” รปภ.หญิงตอบ

“ไม่รอฉันเลย” เธอเหนื่อยหอบ ความสามารถทางกายภาพริสตี้เหนือกว่าเธอราวฟ้ากับเหว และความสามารถอีเลเมนต์ของเธอเองก็ใช้ในเมืองไม่ได้อีกเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าสายตา

“เธอไปนานมากไหม!”

“สักสิบนาทีเห็นจะได้”

โฮชิโนะที่ได้ยินจึงรีบดูนาฬิกาของตัวเอง

“แย่ละ!” โฮชิโนะพูดพร้อมกับเปลี่ยนมาสวมชุดป้องกัน “บอกหัวหน้าด้วยว่าเจหายตัวไป!!!”

“เคๆๆ WHAT?” รปภ.ที่เพิ่งรู้ตัวว่าผิดปกติจึงรีบมองไปทางโฮชิโนะ แต่ก็ช้าไป โฮชิโนะหายตัวไปอีกคนทิ้งให้ทุกคนเหวอ

 

“เจเธออยู่ที่ไหน” ริสตี้วิ่งอย่างรวดเร็วผ่านซากปรักหักพังมากมาย ตอนที่เธอสวมชุดและวิ่งออกนอกเขต เธอเจอคนที่สวมชุดมาสคอตหมีสวมผ้ากันเปื้อนกำลังทำความสะอาดอยู่ เขาบอกว่าเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่คล้ายคลึงกับเจเดินออกไปด้านนอก ซึ่งเขาก็ตกใจและห้ามปรามแต่เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ฟังเขาเลย พอไปบอกคนอื่น ทุกคนก็บอกว่าบ้าเพราะไม่ทางที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กจะรอดชีวิตเกินครึ่งนาที เขาจึงคิดว่าหลอดไปเอง เขามาแล้วนั้นแล้วริสตี้เองก็เชื่อมหมดใจ

ตามเส้นทางเธอเจอรอยรองเท้าของเจกำลังมุ่งหน้าไปยังตึกร้างแห่งนี้ ริสตี้จึงรีบเร่งความเร็วมากขึ้น

ปืด!

เสียงกล้ามเนื้อดังออกมาจากขาของริสตี้ ถ้าทางเธอจะฝืนเร่งความเร็วมากจนเกินไป แต่เจสำคัญกว่าเพราะกล้ามเนื้อบาดเจ็บเธอแค่ไปรับยาแล้วหลับสักคืนก็หาย แต่ถ้าเจเป็นอะไรไปเธอก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอบ้าง

ก๊าสสส!

สัตว์ประหลาดที่ทำจากเนื้อผสมโลหะรูปร่างเหมือนกับหมาป่ากระโดดออกมาจากเนินหินที่ผุพังพุ่งจู่โจมริสตี้ที่กำลังเร่งความเร็วสูงสุด จากสภาพถ้าทั้งสองชนเข้าด้วยกันริสตี้คงจะเป็นฝ่ายถูกกัดจมเคี้ยว

เธอใช้ความเร็วยกเท้าขึ้นโดยเบี่ยงตัวกระแทกเข้าที่ส่วนคอของมันแทนไม่ให้โดนปากที่เต็มไปด้วยฟันที่แหลมคม ไม่รอช้าริสตี้ชักมีดพกออกจากรองเท้าและเสียบเข้าที่อีกด้านหนึ่งของคอจนเลือดสีดำของมันสาดกระเซ็น เธอใช้มืออีกข้างจับปากล่างของมันงัดขึ้นก่อนที่จะออกแรงทั้งหมดหักคอของมันทิ้งจนหัวหมุนครบหนึ่งรอบ

ริสตี้ทิ้งร่างของมันก่อนที่จะรีบวิ่งไปต่อ ระหว่างเธอเจอตัวประหลาดมากมายที่เธอไม่เคยเห็น แต่พวกมันก็ไม่คณามือเธอแม้แต่น้อย ร่างกายของพวกมันดูเหมือนกับมีโลหะเป็นส่วนประกอบแต่ตัวมันก็นุ่มนิ่มเหมือนกับเนื้อมนุษย์ธรรมดาๆ

“กรี๊ด!!!!”

“เจ! เดียวจะไปเดียวนี้ละ” ริสตี้ได้ยินเสียงเด็กหญิงดังขึ้นเหนือหัว เสียงนี้เป็นเสียงของเจที่เป็นหัวแก้วหัวแหวนของเธอ ริสตี้ตะโกนเสียงดังตอบรับและเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัวเองอีก

เธอรู้ในทันทีว่าเจกำลังตกอยู่ในอันตรายในใจของเธอร้อนรน ริสตี้วิ่งขึ้นบันไดแบบก้นหอยที่ชั้นล่างสุดจะเป็นส่วนแหลมและด้านบนขยายออก แต่มันสูงมาก และยิ่งขึ้นไปมากเท่าไรบันไดก็เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางหลายอย่างทั้งแท่งเหล็กผุกร่อน บันไดเต็มไปด้วยกับดัก และยังมีสัตว์ประหลาดอีก

แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องร้อนใจมากกว่าคือเสียงของเจที่ร้องออกมาตลอดเวลาเหมือนกับเธอกำลังหนีอะไรบางอย่าง และถึงขีดสุดตอนที่เสียงนั้นเงียบหายไปพร้อมกับพละกำลังของริสตี้ที่กำลังหมดลง

ตูม!!

“กรี๊ด!”

ริสตี้ส่งเสียงร้องทางเดินที่เธอวิ่งผ่านเงียบๆไม่มีสิ่งใดผิดปกติจู่ๆก็เกิดระเบิดขึ้นแบบที่เธอไม่ทันตั้งตัว เศษเหล็กพุ่งใส่บาดตามเนื้อตัวของริสตี้ที่ยกแขนป้องกันใบหน้าและส่วนอก แต่พื้นที่เธอเหยียบอยู่เองก็มาถึงขีดจำกัดของมัน

เธอตกลงไปยังทางเดินด้านล่างทันทีที่พื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ ริสตี้ที่มองไปด้านล่างก็ต้องตกใจ เพราะด้านล่างได้กลายเป็นเหมือนกับบ่อน้ำวนขนาดใหญ่ที่จะดูดทุกอย่างที่ตกลงไป สัตว์ประหลาด,พื้นก่อนหน้ากับทางเดินแตกๆถูกดูดหายไปหมด และน้ำวนดังกล่าวก็เริ่มดูดกำแพงที่อยู่ติดกับน้ำวนจนกลายเป็นเศษแก้ว

“นี้มันบ้าอะไรกัน!!!”

แกร๊ก!

“แย่แล้ว” ราวเหล็กที่ริสตี้ใช้ยึดเกาะกำลังหลุด ต่อให้เธอมีพละกำลังมากแต่ที่ยึดเกาะดูเหมือนจะมีแรงไม่พอ

ปึง!

เหล็กทั้งยวงหลุดจากคอนกรีตที่แหลกเป็นผุยผง พร้อมกับริสตี้ที่จับราวเหล็กไว้แน่นกำลังตกลงสู่น้ำวนเบื้องล่าง

หมับ!

!!!

ริสตี้ตกใจว่าเธอถูกคนช่วยชีวิตในสถานที่ๆไม่น่าจะมีใคร แต่บางอย่างกลับทำให้เธอรู้สึกถึงวันวานเก่าๆ มือที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่น่าโหยหานั้น เธอกลั่นความรู้สึกทั้งหมดเข้าไปในอกก่อนที่จะเงยหน้าไปมองคนที่คว้ามือของเธอเอาไว้

ตรงหน้าของเธอถือชายผิวแทนผมสีน้ำตาลคนหนึ่งกำลังคว้ามือของริสตี้เอาไว้

เขา......

เขากำลังยิ้มให้กับริสตี้อย่างอ่อนโยนและออกแรงแขนทั้งสองข้างดึงตัวริสตี้ขึ้นมาจับราวด้านข้าง

“กะ..กิตติ” ริสตี้ร้องไห้ออกมา ความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้ก่อนหน้าถูกปล่อยออกมาทั้งหมด ตรงหน้าของเธอคือชายที่เธอคิดถึงและรักที่สุดจนหมดหัวใจ “ขะ..ขอบคุณ” เธอทำตัวไม่ถูกตอนนี้เธอกำลังรู้สึกเหมือนกับถูกแช่ในบ่อน้ำอุ่น

“ริสต้า....” แค่พูดชื่อของริสตี้ออกมา ร่างเขาก็หมดเรี่ยวแรงก่อนที่จะร่วงลงไปด้านล่าง

“ไม่!!!!” ริสตี้คว้ามือของกิตติเอาไว้ในทันที เธอพยายามออกแรงทั้งหมดที่เหลือดึงเขาขึ้นมา แต่เหมือนกับร่างกายของเธอถูกสูบแรงทั้งหมดออกไป ตอนที่เธอมาที่นี้ เธอออกแรงมากไปหรือ? ไม่ใช่! เป็นไปไม่ได้! ร่างกายเธอถูกดัดแปลงมา แค่ระยะทางกับสัตว์ประหลาดพวกนั้นไม่น่าทำให้เธอหมดแรงได้ ........

“ปล่อยมือเถอะครับ” กิตติพูดอย่างอ่อนโยน

“ไม่!!! ฉันจะไม่ยอมเสียคุณไปอีกแล้ว” ริสตี้ปฏิเสธพร้อมกับออกแรงสุดฤทธิ์ ลูกฮึดทั้งหมดถูกปล่อยออกมา

กิตติส่ายหน้า “แต่ผมตายไปแล้วน่ะ ตรงหน้าคุณมันก.”

“ไม่! ฉันไม่ปล่อย!!!” ริสตี้ยังคงดื้อดึงปฏิเสธอยู่เหมือนเดิม เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เพราะว่าตรงหน้าของเธอคือกิตติ กิตติตัวเป็นๆ ทั้งความทรงจำกับความรู้สึกทั้งหมดบอกว่าชายตรงหน้าคือกิตติจริงๆที่ไม่ใช่ภาพลวงตา ถึงเขาจะบอกว่าตายไปแล้ว เธอก็ไม่มีทางปล่อย

กิตติขยับปากเหมือนกับสวดภาวนาบางอย่างให้กับผู้หญิงตรงหน้า เขาเข้าใจความดื้อรั้นดี เธอไม่เปลี่ยนไปเลย

“ผมเองก็รักคุณนะครับ” กิตติสารภาพทุกอย่างที่อยู่ในหัวใจของตน เขารักเธอจริงๆ

ริสตี้ที่ได้ยินค้างไปชั่วขณะ เธอถูกหยุดด้วยความรู้สึกที่ถาถมเข้ามาในอก

“ไปช่วยเจสสิก้าเถอะครับ” กิตติพูดก่อนที่ร่างกายของเขาจะเริ่มเปล่งแสงนวล

“กิตติ?” ตรงหน้าของริสตี้คือกิตติที่เปร่งแสงและมีละอองค่อยๆออกจากร่างกายของเขา

“ฟังนะริสตี้! ผมช่วยคุณได้อีกไม่นานแล้ว” กิตติที่สังเกตว่าร่างกายของตัวเองเกิดปฏิกิริยาเร็วกว่าที่คิดไว้ทำสีหน้าเคร่งเครียด “ศัตรูที่แท้จริงกำลัง....”

“อย่าน่ะกิตติ อย่าจากฉันไป!!” ริสตี้เริ่มร้องไห้เพราะร่างของกิตติกำลังกลายเป็นฝุ่นละออง

กิตติที่เห็นสีหน้าของริสตี้รู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก เขากำลังเห็นผู้หญิงที่เขารักกำลังเจ็บปวด แต่กำลังมีเรื่องที่น่าเจ็บปวดมากกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นอีก และเขาก็ไม่อยากให้คนอื่นๆเจ็บปวด แต่.......

“ปกป้องเจ!”

“กะ.กิตติ?”

“ปกป้องเด็กคนนั้นให้ได้” กิตติที่ตอนนี้เหลือแค่หัวที่ติดกับอกและมือที่ริสตี้จับไว้ “ผม...ผม” ครั้งนี้กิตติกำลังร้องไห้ออกมา

ริสตี้กัดปากตัวเองจนเลือดออก ฟันของเธอกระทบกันเสียงดัง เธอไม่อยากเห็นเขาร้องไห้ กิตติไม่เคยร้องไห้มาก่อน และตอนนี้เขากำลังร้องไห้ต่อหน้าเธอ

“ผมอยากอยู่กับทุกคน.......”

ร่างกายของของกิตติระเหิดหายไป ทิ้งไว้เพียงแค่ภาพความทรงจำเก่าๆที่มีมาพร้อมกับพูดสั่นๆ

มือของริสตี้สั่นระริก ตอนนี้ในกำมือของเธอมีแต่ความว่างเปล่า เขาคือกิตติ กิตติที่รักทุกคน แม้แต่จากไปเขาก็ยังเป็นกิตติคนเดิมที่ห่วงเพื่อนๆของตน

“อลิซ....” ชื่อแรกที่เธอนึกคือชื่อของเพื่อน(เคย)สนิทที่เหมือนกับเธอทุกอย่าง ทั้งนิสัยและฐานะ แต่ตอนนี้กลายเป็นศัตรูเพราะเป้าหมายที่ต่างกัน คนหนึ่งเลือกที่จะทิ้งฐานะของตนและอีกคนเลือกที่จะดำรงในฐานะและไขว่คว้าอำนาจ เธอในตอนนี้ไม่เชื่อใจอลิซ แต่ลึกๆแล้วก็เกลียดเธอไม่ลงเหมือนกัน และตัวริสตี้เข้าใจดีว่าตัวอลิซเองก็ไม่ได้เกลียดเธอเหมือนกัน

“ฟาโร” ชื่อที่สองที่เธอนึกได้ เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มของเธอในวัยเด็ก ฟาโรมีนิสัยชอบจู่จี้จุกจิก และจัดการทุกอย่างๆรวดเร็วฉับไวเป็นระบบผิดกับเด็กในวัยเดียวกัน แต่เวลาเขาทำอะไรเคร่งมากเกินไปกิตติก็จะค่อยห้ามปราม ตอนนั้นเธอกับอลิซรำคาญเขามากและมักจะแกล้งฟาโรบ่อยๆจนเขาร้องไห้ง่อแง่ไปเลย แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นเขาก็หายตัวไป หายไปเลย ตอนที่เธอกับอลิซยังคงสนิทกันอยู่ พวกเธอสองคนร่วมมือกันหาตัวเขา แต่ก็ไม่มีใครพบราวกับว่าเขาไม่อยากให้มีใครมาพบเจอ

 “อลัน” ชื่อที่สามทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด เด็กน้อยผมสีฟ้าที่มีอาการประหลาด น้องชายคนเล็กสุดในกลุ่ม เขาเป็นเด็กน่ารักที่เชื่อฟังทุกอย่างและอ่อนโยนมาก บรรยากาศรอบตัวที่เคยนุ่มละมุ่น แต่เขาเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของกิตติโดยตรง และเธอเองก็ยังไมอภัยเขาในเรื่องนั้น

“กิตติ.....”

ริสตี้ปล่อยโฮออกมา ชายที่เธอรัก คนที่ชอบทำขนมพร้อมกับวาดฝัน เขาเป็นคนที่มีความสามารถประหลาดในการชักจูงผู้คน พวกเธอที่มีนิสัยต่างกันสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกลมเกลียว...กัน........ ???

‘ขาดไปคนหนึ่ง’

ริสตี้เพิ่งนึกขึ้นมาได้ พวกเธอมีกัน 5 คนก็จริง แต่ตอนที่อยู่ด้วยกัน มันมีอยู่ทั้งหมด 6 คน คนที่หกที่มักจะแอบอยู่ด้านหลังของอลิซและจ้องมองกิตติกับเธอด้วยสายตาเขินอาย

...........

‘ริสตี้’

“อัก!” เธอนึกถึงคนสุดท้ายไม่ออก เธอจำได้ถึงเสียงของเขา เสียงที่ไพเราะและอ่อนหวานราวกับเสียงของเด็กที่ไม่รู้ประสีประสา เสียงนั้นดังก้องในหัวของเธออย่างต่อเนื่อง

ริสตี้หลับตาก่อนที่เธอจะกระพริบตา เธอสับสนกับตัวเองและสภาพแวดล้อม ตอนนี้เธอมาอยู่บนถนนคอนกรีตสักที ซึ่งน่าจะเป็นชั้นบน แต่เธอขึ้นมาได้ยังไงกัน

“ช่วยด้วย!!!!”

“เจ!” ริสตี้หันไปมองทิศเสียง

เธอเห็นเจกำลังใช้แขนสองข้างเล็กๆรีบๆดึงร่างของชายคนหนึ่งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด

“อ้า!!” แต่น้ำหนักของชายคนนั้นหนักเกินกว่าที่เด็กตัวเล็กๆจะรับไว้ เธอจึงตกไปพร้อมกับชายคนนั้น

“ฮึบ! เกือบไป” เจกระโดดคว้าเจกับชายคนนั้นเอาไว้ได้ทัน

“พี่ริสตี้” เจร้องไห้ “หนู!! …หนู” เธอคิดว่าเธอจะไม่ได้เจอกับริสตี้อีกแล้ว

“ไม่เป็นไร! ใจเย็นๆ พี่อยู่นี้แล้ว” ริสตี้ใช้แขนข้างเดียวยกเจมาบนหลังอย่างง่ายได้ แต่ชายที่เธอใช้แขนอีกข้างจับไว้อยู่คือใคร

“ขะ..เขาช่วยหนู” เจพูดอย่างตะกุกตะกัก

“เข้าใจแล้ว เดียวพี่จะช่วยเขาเอง” ริสตี้ที่ดีใจมากตอบรับ เธอต้องช่วยคนๆนี้ไว้ก่อน เพราะมีเรื่องที่เธอต้องถามอีกมา ว่าเป็นใคร มาจากไหน และตกลงช่วยเจจริงๆหรือเปล่า

“นี้ทำใจดีๆไว้น่ะ!” ริสตี้พูด เพราะอยู่ๆชายคนนั้นที่ดูมีสติอยู่ก็พับคอไปเลย

“ไม่ได้การละ” เธอออกแรงดึงร่างของเขาขึ้นมาวางบนถนนคอนกรีต ก่อนที่จะฟังเสียงหัวใจ

เสียงแผ่วมาก

ริสตี้ช่วยปั้มหัวใจอย่างเร่งรีบ ขณะที่เจกำลังน้ำตาคล้อเบ้าเตรียมปล่อยโฮรอบที่สอง

“อ่อก!” ชายคนนั้นสำลักเลือกออกมาจากคอ

“โอเคละ”

ดูถ้าชีวิตของชายคนนี้จะยังไม่ถึงฆาต แต่สลบไม่ได้สติแบบนี้ เธอคงต้องแบกกลับไปสิน.!!!!

“คะ..คุณ คือใคร” เจทำแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

ชายที่มีผมสีทองคนหนึ่งกำลังใช้มือแปะที่ท้ายทอยของริสตี้ มือข้างนั้นปล่อยเส้นแสงสีทองออกมาปกคลุมหัวของหญิงสาวเอาไว้ ขณะที่ริสตี้ตอนนี้กำลังทำตาเหลือกเหมือนกับคนโดนสะกดจิต

ชายคนนั้นยิ้มอ่อนๆให้กับเด็กหญิง เขาทำนิ้วให้เด็กหญิงอย่าส่งเสียงดังและเป็นเชิงให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับที่รู้กันแค่สองคน

 

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เจก็ไม่เคยบอกความจริงกับใครรวมถึงริสตี้เพราะเธอรู้สึกกลัวจับใจ ราวกับสัตว์ที่อ่อนแอกำลังถูกสัตว์นักล่าที่แข็งแกร่งกว่าจ้องมอง เด็กหญิงรู้สึกว่าถ้าเธอพูดออกไปเธอจะเจอกับความกลัวแบบนั้นอีกเธอจึงปิดปากเงียบและไม่ยอมนึกถึงเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

ต่อมาเจที่ยังเด็กเกินไปก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทในเวลาสั้นๆหลังจากเจอกับชายที่ชื่อว่านิล

จนกระทั้งมีการขุดคุ้ยความจริงนี้ขึ้นมาอีกในอีกไม่นานหนัก แต่ผลกระทบของความจริงที่ถูกบิดเบือนนี้จะส่งผลกระทบตามมา ผลกระทบที่น่ากลัวมาก!!!

 




NEKOPOST.NET