P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 113 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.113 - ก่อนที่จะกรึ๊บ


 

วันที่ 17 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 22: 47 น. (+3H)

ชั้นดาดฟ้า ณ xxxxx

ร้านเบียร์ร้านหนึ่งเปิดเงียบๆบนดาดฟ้า ต่างจากเบื้องล่างที่มีเสียงด่าทอต่อว่ากับเสียงปืนดังสนั่น มันอาจะดูแปลกและพิเศษที่ร้านพวกนี้ควรจะมีลูกค้ามากกว่านี้ แต่นี้มีคนอยู่แค่สามคนเท่านั้น คนหนึ่งคือบาร์เทนเดอร์ที่กำลังปรุงเครื่องดื่มสูตรเฉพาะให้กับลูกค้าสองคนที่กำลังรอรับเครื่องดื่ม

“นี้ครับ” บาร์เทนเดอร์ส่งเบียร์สไลด์ไปหาชายที่อยู่ใกล้ที่สุด

“ไม่เอา” นิลใช้มือผลักขวดเบียร์ที่สไลด์บนโต๊ะไปให้พ่นหน้าของตัวเอง

“.....” นาตาเลียรับขวดเบียร์ก่อนที่มันจะตกพื้นแล้วมาเทใส่แก้วของตัวเอง

วันนี้นิลกำลังนั่งเหม่อลอยสูดคลื่นลมที่หนาวเย็นพลางดูท้องฟ้าสีเขียวมรกตที่มีประกายไฟดูงดงาม เขาอยากที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศมากกว่าที่จะดื่มของมึนเมาจนรับรู้ความงดงามเหล่านี้ไม่ได้

ทางฝั่งนาตาเลียเองก็เอนเบาะหลังเพื่อมองท้องฟ้าที่งดงามพลางซดเบียร์อย่างช้าๆ บรรยากาศชั้นบนที่เงียบสงบปนกับชั้นล่างที่เอิกเกริกก็เป็นสีสันอย่างหนึ่งสำหรับคนเป็นทหาร และเธอเองก็คิดว่ามันเป็นบรรยากาศที่ดีสำหรับนิลเช่นกัน

หลังจากที่คุยเรื่องเสบียงกับเส้นทางเสร็จ นาตาเลียกับนิลก็มานั่งเงียบๆบนโรงแรมสำหรับพวกนอกกฎหมาย ดาดฟ้าแห่งนี้เป็นที่พักวีไอพีสำหรับแขกพิเศษที่กำลังรอยานบินรับส่งเพื่อเดินทางต่อ ซึ่งในอีกไม่กี่ชั่วโมงพวกเธอทั้งสองจะต่อยานบินพิเศษเลาะผ่านชายแดนอิหร่านไปลงจอดที่เทือกเขาแอตลาสที่เป็นฐานปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นที่เป็นแขกประจำของคนรู้จักของนาตาเลีย ถ้าพวกเขาโชคดี คนท้องถิ่นจะสามารถส่งพวกเธอถึงท่าเรือโมร็อกโก แล้วก็ต่อเรือเดินสมุทรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปที่ทวีปอเมริกาเหนือได้เลย

แต่สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไร เพราะสงครามระหว่างขั้วอำนาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่นักวิชาการคาดเอาไว้ทำให้ประชาชนแถบนี้ที่ยังไม่ทันได้ลงหลักปักฐานเริ่มทำการอพยพไปยังทวีปอเมริกา ทางวาติกันจึงเริ่มทำการปิดอ่าวส่งเรือรบของตนเข้าประจำโดยอ้างว่าเพื่อป้องกันกองทัพเรือของเอเชียใต้ที่รุกล้ำเขามาทางอ่าวแอฟริกา แต่ความเป็นจริงคือต้องการจับกุมเรืออพยพเพื่อยึดเสบียงกับกวาดต้อนผู้คนเอาไปใช้แรงงาน ส่วนทางเอเชียใต้ก็ไม่น้อยหน้าเพราะเล่นทำแบบเดียวกันกับวาติกันทุกระเบียบนิ้ว

“ทั้งที่คนอื่นๆเริ่มทำสงครามครองโลก แต่ประเทศแม่กลับทำตัวหัวหด?” นาตาเลียที่เริ่มเมาบรรยากาศตะโกนเสียดัง “ฮ่าๆๆๆ เอาเถอะๆ สุดท้ายมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน” เธอพูดพร้อมกับซดเบียร์ต่อ

“นี้....” นิลเงยหน้าถามบาร์เทนเดอร์ที่กำลังผสมเครื่องดื่มให้กับนาตาเลีย

“ครับ?”

“คือพวกผมกำลังรีบ....พอจะรู้ไหมว่ายานบินจะมาตอนไหน”

“ผมบอกเรื่องเวลาไม่ได้” บาร์เทนเดอร์ก้มหน้าผสมเครื่องดื่มต่อ

“ถ้างั้น..” นิลหันหน้าไปทางนาตาเลียที่กำลังดื่มได้ที “เธอเป็นแบบนี้ตลอดเลยหรือครับ”

บาร์เทนเดอร์มองไปยังนาตาเลียที่เอนหัวมามองก่อนที่จะส่ายหน้าไม่สนใจ

“คุณผู้หญิงคนนี้เป็นลูกค้าชั้นดีมาตั้งแต่ตอนที่ๆนี้ยังคงเป็นแค่ซ่องโจร” เขาอธิบายพร้อมกับผายมือไปยังชุนชมขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบโรงแรมที่ทำจากหินอ่อนประดับด้วยรูกระสุน

ซึ่งนิลก็ฟังเรื่องของที่นี้จากปากของนาตาเลียว่า เดิมทีมันเป็นแค่ที่ทิ้งซากรถกับขยะเคมีผิดกฎหมายในเมืองที่โจรกับกองคาราวานใช้เป็นจุดพักชั่วคราว พอถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สาม สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งร่วมตัวของผู้รอดชีวิตจำนวนมาก ตึกรามบ้านช่องใกล้เคียงกลายเป็นซากเพราะอาวุธทำลายล้าง แต่เพราะมันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เจ้าของที่ดินซึ่งเป็นอดีตนายพรานกับพวกจึงร่วมหุ้นยึดที่นี้ และทำการก่อสร้างต่อเติมจนเป็นป้อมปราการกลางทะเลทราย(ซึ่งเคยเป็นเมืองมาก่อน) ลูกค้าทั้งเศรษฐี,โจร,กองคาราวานกับชาวบ้านใกล้เคียงจึงใช้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนซ่ะเลย

นาตาเลียยังบอกต่อว่า เนื่องจากที่นี้มันไม่เหมาะกับการพักผ่อนสำหรับแขกที่มีชื่อเสียงสักเท่าไร(สภาพมันเน่าและมีแต่อาชญากรรมเกิดขึ้นทุกวัน) หุ้นส่วนจึงทำการสร้างโรงแรมห่างจากป้อมแดนเถื่อนแห่งนี้ประมาณ 100 กิโลเมตรโดยมีสำนักงานว่าการกับกองกำลังทหารรับจ้างมือดีคุ้มกันอย่างแน่นหน้า

เจ้าของที่ดินซึ่งเป็นคนรู้จักจะมาเที่ยวผู้ชายที่นี้เป็นครั้งคราว ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่เจอพอดีไม่งั้นอาจจะมีการยิงกันกับทหารรับจ้างก่อนก็ได้

“แล้ว... ทั้งคู่เจอกันได้ยังไง” นี้คือคำถามที่เขาสงสัย นาตาเลียเป็นทหารไม่น่าจะญาติดีกับนายพรานที่ค้าของเถื่อน แต่นี้พูดคุยเหมือนกับคนรู้จัก

“ผมคงตอบไม่ได้” บาร์เทนเดอร์โค้งคำนับ พลางหันหน้าไปทางนาตาเลียเป็นเชิงว่า ‘ถ้าอยากรู้ก็ต้องถามเจ้าตัวเองสิ’

“อยากรู้เรื่องของฉันมากนักหรือไง?” นาตาเลียเหล่ตามาทางนิลที่สะดุ้งเล็กน้อย ส่วนบาร์เทนเดอร์ก็ส่ายหัวพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ

นาตาเลียโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆนิล

“งั้นลองถามด้วยร่างกายของเธอสิ” นาตาเลียใช้ร่างกายสัมผัสกับร่างกายราวกับว่ากำลังลิ่มลองรสชาติอาหารแสนอร่อย

ทางนิลเองก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะระเบิดที่ยังติดบนหลังทำให้เขาไม่สามารถขัดขืนผู้หญิงที่ทำตัวเหมือนกับสัตว์กระหายเลือดตรงหน้า

“ล้อเล่น” นาตาเลียเอนตัวกลับก่อนที่จะกวักมือเพื่อเรียกเครื่องดื่มจากบาร์เทนเดอร์มาดื่มต่อ

นิลนั่งตัวแข็ง หลังจากที่นาตาเลียเองตัวกลับ เขารู้สึกแปลกๆ ร่างกายมันร้อนรุ่มไปหมด

“ริสตี้!”

“ฮะ?”

“เปล่าๆไม่มีอะไร” นิลส่ายหัว เขาอยู่ดีๆก็นึกถึงหน้าของริสตี้ขึ้นมาเฉยๆ ความรู้สึกน่าหวนนึกมากมายไหลเข้ามาในสมองเหมือนน้ำหลาก

“อีกแล้วเหรอ?”

เปรี้ยง!!!!!

‘อัก ความทรงจำนี้มันอะไรกัน’ ความทรงจำมากมายผุดขึ้นมาในหัวของนิล แต่ต่างกับครั้งก่อนตรงที่ความทรงจำนี้เป็นความทรงจำที่ไม่เกี่ยวข้องกับตอนที่เขายังเป็นทหาร

‘ความทรงจำก่อนหน้าที่ขาดหายไป?......ไม่ใช่!!’

ความทรงจำที่เกิดขึ้นฉายภาพของเด็กกลุ่มหนึ่งราวกับว่าภาพที่เขาเห็นเป็นเพียงวิดีโอของคนๆหนึ่ง

‘เด็กคนนั้นคือริสตี้...’ นิลเห็นริสตี้ในวัยเด็กกำลังนั่งกินคุกกี้กับเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ทำหน้าตาย

‘อลิซาเบธ!’  เด็กผู้หญิงคนนั้นคืออลิซาเบธอย่างแน่นอน เขาจำโครงหน้าแบบนั้นได้ แต่ทำไมเด็กหน้าตายที่แววตาดูมีชีวิตชีวาคนนี้จะกลายเป็นคนที่แววตาอำมหิตมากได้ขนาดนี้

แต่ที่เรียกความสนใจได้มากที่สุดคือในภาพย้อนหลังนั้นมีเด็กคนหนึ่งที่เขาไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกำลังรินน้ำชาให้พวกเขา(?)อยู่ เด็กคนนั้นหันมายิ้มให้กับเขา(?)พร้อมกับยื่นถ้วยน้ำชา

“นาระ......” นิลเอยปากเรียกชื่อพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

‘คุณกิตติจะรับน้ำชาสักหน่อยไหมครับ’

ผัวะ!!

“โอ๊ย!!!” นิลจับจมูกตัวเอง ก่อนที่จะเห็นเลือดอาบนิ้ว

“เขาหายเมาแล้วครับ” บาร์เทนเดอร์สะบัดมือก่อนที่จะไปผสมเครื่องดื่มเหมือนเดิม

“เมาบรรยากาศเหรอ” นาตาเลียพูดพร้อมกับซดเครื่องดื่มต่อ

“แค่..” นิลที่ได้สติใช้นิ้วขยี้ตาตัวเอง “อาการเก่ากำเริบ”

“ไม่ใช่มั้ง” นาตาเลียทำหน้าสงสัยก่อนที่จะชักมีดแล้วใช้ส่วนปลายแตะที่ขอบตาของนิล

“เลือด...” เลือดสีแดงข้นติดกับปลายมีดดูน่ากลัว แถมยังยืดเหนียวยังกับน้ำผึ้ง

“ถ้าไม่ติดที่ว่าแกมีความสามารถพิเศษ ฉันก็คงจัดการแกไปแล้ว” นาตาเลียพร้อมกับเช็ดเลือดโดยใช้คอเสื้อของนิล

“แต่ถ้าผมตาย คุณก็ตายด้วย” นิลเข้าใจข้อนี้ดี เขาจำได้ว่าที่สถานีฯ ทั้งเขาและเธอต่างก็มีอาการบาดเจ็บจากสารกัมมันตรังสีทั้งคู แต่รู้สึกว่าตัวเขาเองจะมีความสามารถในการระงับการทำงานของรังสี ทางนาตาเลียจึงเลือกที่จะช่วยเขาออกมา

แต่ที่เขายังคิดไม่ตกจริงๆคือเหตุผลที่นาตาเลียคิดที่จะหนีทหารเป็นคนทรยศขายชาติ เพราะถ้านาตาเลียเลือกที่จะจับเขากลับไปให้เอเชียเหนือ เธอคงจะได้รับความดีความชอบ ความสามารถของเขาถ้าเอาไปวิจัยอาจจะพลิกสถานการณ์ของเอเชียเหนือที่เสียเปรียบได้

เอเชียเหนือ(เอเชียบูรพา)มีพื้นที่มากที่สุดในโลก แต่ก็เป็นประเทศที่ได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งทีสามที่สุด รังสีตกค้างภายในพื้นที่มากที่สุดในโลก ทั้งรัสเซียกับจีนรวมกันมีประชากรตายไปเป็นพันล้าน ความเสียหายประเมินค่าไม่ได้ถึงขนาดที่ว่าอดีตยักษ์ใหญ่ต้องรวมประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเกือบทั้งหมดเพื่ออยู่รอด แต่อย่างที่ทราบกันว่าเอเชียเหนือมีกำลังไม่มากพอที่ป้องกันดินแดนของตัวเองที่กว้างใหญ่ พอตอนนี้เกิดสงครามขึ้นอีกครั้ง ฝั่งวาติกันจึงสามารถลุกคืบเข้าไปในดินแดนของฝั่งเอเชียเหนือได้อย่างไม่ยากเย็นผิดกลับอีกฝั่งที่ต้องถอนกำลังทหารที่เฝ้าชายแดนไปปกป้องจุดยุทธศาสตร์สำคัญเกือบทั้งหมด

ถ้าเอเชียเหนือสามารถใช้ประโยชน์จากเขาได้ ฝั่งเอเชียเหนือจะสามารถขจัดรังสีตกค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งฝั่งที่ป้องกันอยู่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ในทันที

“ทำไม”

“......”

“ทำไมคุณถึงไม่กลับไปรายงานตัวละครับ ถ้าคุณส่งตัวผมกลับไ..”

“อย่าดีกว่า” นาตาเลียพูดตัด “ฉันไม่ได้เต็มใจเป็นทหารเพราะรักชาติหรืออยากได้ลาภยศ” นาตาเลียชี้นิ้วไปยังนิล “ซี๊ด!เอาเถอะ จะคิดยังไงก็เชิญ แต่อย่าเหมารวมฉันกับคนอื่นๆละกัน”

“แปลกคน”

นาตาเลียไม่สนใจคำพูดของนิลก่อนที่เธอจะเหมาเครื่องดื่มบนเคาเตอร์มาดื่มทั้งหมด ส่วนนิลเองก็รับกระดาษชำระจากบาร์เทนเดอร์มาเช็ดเลือดที่ไหลออกจากจมูกและตาให้สะอาดก่อนที่จะรับน้ำเปล่ามาดื่ม

“อ่า..” น้ำเปล่าช่วยทำให้ความชุ่มชื่นถึงจะเล็กน้อย แต่ก็ช่วยระบายหัวที่ปวดได้ในระดับหนึ่ง “ผมไปเดินเล่นสักหน่อย”

“ไปดีมาดี” นาตาเลียพูดพร้อมกับโชว์สวิตซ์ระเบิด ถ้าเกิดกลับไม่ทันเวลาก็กดสวิตซ์เรียก ถ้าไม่ฟังอีกกดระเบิด

 

“วุ่นวายจริงๆ” นิลที่เดินตรงบันไดของโรงแรมพูด เพราะสภาพของมันเละเทะมาก ศพนอนกันให้เกลื่อน เสียงปืน เสียงร้องด่ากันให้งมสมเป็นซ่องโจร

กึก กัก

“ลำบากจริงๆ” นิลพูดขณะที่ต้องใช้มือเกาะราวบันได เขาได้ขาใหม่? ไม่สิมันเป็นขาเทียมแบบขาใบมีดรุ่นเก่าสุดๆ แถมเป็นของมือสองใช้แล้ว

ตอนที่ทำการติดตั้งก็ติดตั้งแบบหลวมๆโดยการเอาขาเหนือข้อเท้าที่ขาดพ่นยาที่ทำให้แผลสมานตัวแบบเร่งด่วน(แสบมาก) แล้วเอาตัวยึดขาเทียมครอบไว้เฉยๆแค่นั้น เวลาเดินก็เจ็บที สะดุดที ลำบากจริงๆ

“น้องชายสนใจไหม” ชายเรียกแขกทักนิลพร้อมกับชี้ไปยังผู้หญิงขายบริการที่กวักมือเรียกแขก

“ไม่ครับ..เดียวผมจะต้องไปแล้ว” นิลพูดพร้อมกับพยายามเดินหนี แต่ก็ถูกยื้อไว้

“แปบเดียวก็ได้น้อง เจ็บแบบนี้คงต้องการระบายหน่อยใช่ไหม” เขาพูดพร้อมกับออกแรงดึงตัวของนิล

แต่นิลเองก็ขัดขืน ตอนนี้เขาไม่มีเวลาไม่สมสู่อะไรทั้งนั้น เขาต้องการสมาธิในขณะที่หัวก็ปวดเหมือนกับจะระเบิด สมาธิคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา

“น้องนี้น่าสนใจ” ชายคนนั้นควักปืนจ่อที่สีข้างของนิล

นิลที่รู้สึกได้ว่ามีสิ่งของจ่อที่สีข้างก็เข้าใจทันทีว่าคือปืน เอาจริงมันก็ไม่ได้ครั้งแรกหรอก แต่แค่ตอนนี้มันปวดหัวจนอารมณ์ไม่ดีสุดๆ

“เฮ่อ!!! ทำไมมันโง่กันทุกคน!!”

“แกว่าไงน.”

ไม่ทันได้พูดจบนิลบิดตัวเอาศอกกระแทกกับชายโครงของชายที่ทำตัวน่ารำคาญ เสียงกระดูกแตกดังฟังชัดชัดก่อนที่นิลจะเหวี่ยงร่างของชายคนนั้นล้มลง

“โอ๊ย!! ยอมแล้วๆ” ชายคนนั้นเอามือกุมชายโครงที่หักพลางร้องยอมแพ้

“ฉลาดตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัว” นิลที่ตอนนี้กำลังเอาเข่ากดแขนอีกข้างพร้อมกับใช้ปืนที่‘ยืม’มาจ่อหน้าอกพูดพร้อมกับส่งเสียงซื้ดซ้าดตลอดเวลา

‘หัวเอ่ยหัว เผลาๆหน่อยก็ได้’ นิลไม่ค่อยมีสมาธิมากหนักเพราะแค่ปกติก็ปวดจะตายห่าอยู่แล้ว คราวนี้ทั้งเสียงดังทะลเดซิเบลกับกลิ่นชวนปวดหัวอีก

“อะ..อะ..ขะขอโทษด้วย” ชายที่ถูกกดพูดพร้อมกับพยายามขยับตัว

กร๊อป!

“อ๊าก!!!!”

“อย่าอวดฉลาด” นิลออกแรงที่เข่าจนเกิดเสียงกระดูกดังหน้ากลัว เขารู้ว่าอีกฝ่ายเล่นไม่ซื่อคงคิดที่จะเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อหาช่องโหว่ แต่ก็หลอกเขาไม่ได้หรอก

“ครับ!!! ขอโทษด้วยครับ” เขาตะโกนขอโทษเสียงดังท่ามกลางเสียงซุบซิบของผู้หญิงขายบริการ

“พวกคุณเองถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าคิดตื้นๆ” นิลพูดพร้อมกับเบนสายตาไปยังกลุ่มผู้หญิงที่ตอนนี้ถูกจิดตอาฆาตของเขาดันจนติดกำแพง

“ชิส์ เอาเถอะ” นิลลุกขึ้นและคว้าคอเสื้อของชายเรียกแขก “ฟังนะ! ผมไม่อยากมีเรื่องกับพวกคุณ แต่...” นิลบิดตัวของเขากับชายที่กำลังคว้าคอเสื้ออยู่หมุนตัวไปด้านหลัง

ปัง!

“โอ๋ก!”

นิลยิงใส่ชายตัวเตี้ยคนหนึ่งที่แอบท่ามกลางพวกผู้หญิงจนเข้าร้องโอดโอย

ชายคนนั้นจับมือที่เป็นแผลกับก้มมองปืนพกที่ตกพื้น

นิลสบตากับชายร่างเล็กก่อนที่จะคืนปืนให้กับชายเรียกแขก พลางทำสายตา ‘ถ้าคุณยิง.....คุณตาย’ เขารีบเดินออกไปก่อนที่ฝูงชนจะมาร่วมตัวกันปล่อยให้คนกลุ่มนั้นยืนตัวสั่นด้วยความกลัว

“เวร...เอ่ย” นิลใช้แขนพิงกำแพงขณะที่ใช้มืออีกจิกเข้าไปในตัวเองจนเลือดออก หัวเขาปวดอีกแล้ว นี้ถ้าขาดยาที่อลันให้ไว้อาการมันจะกำเริบเกินกว่าที่เขาจะทนได้ แต่เขาต้องทน ตอนนี้เขาทำได้แต่เชื่อว่าถ้างดยาบ่อยๆอาการลงแดงมันจะน้อยลงเรื่อย (อาจจะมองโลกในแง่ดี แต่ตอนนี้ก็ต้องมองแบบนั้นล่ะน่ะ)

“อย่างแรกก็ต้องรีบกลับไปที่ดาดฟ้า” นิลพูดพร้อมกับผลักตัวเองออกจากกำแพงก่อนที่จะลากสังขารตัวเองขึ้นไปข้างบน ทั้งหัวทั้งเท้าล้วนใช้งานลำบากทั้งนั้นเลย พับผ่าสิ ถ้ามีไม้ค้ำดีๆสักอันก็คงดี แต่ที่ๆดิบเถื่อนแบบนี้ห้ามแสดงความอ่อนแอไม่งั้นจะโดนหาเรื่องเรื่อยๆจนกว่าจะตาย

“ถ้าได้ดื่มสักหน่อยก็คงจะดี” นิลพูดแบบเดียวกับตาลุงข้างถนนที่ใช้ของมึนเมากับสารเสพติดเพื่อหนีปัญหา แต่ถ้าเขาดื่มให้เมาไปเลยก็น่าจะดีกว่าเพื่อสลบเหมือดได้พักสมองสักหน่อย

นิลไม่รู้เลยว่าขณะที่เขากำลังเดินขึ้นบันได ได้มีสายตามากมายจากมุมต่างๆกำลังเพ่งเล็งมาที่ตัวเขา โดยที่ทุกสายตานั้นกำลังเห็นการเปลี่ยนสภาวะของนิลอยู่ด้วย ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับตัวเขาจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ของโลก แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้นนิลก็ยังคงต้องหลบหนีพเนจรต่อไป และทุกก้าวจะยิ่งลำบากยากเข็ด อนาคตนั้นมองไม่เห็นแสงสว่างเลย




NEKOPOST.NET