P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 112 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.112 - โดดเดี่ยว


“เห้ย! เจ้านี้มันตายหรือยังฟ่ะ” ชายที่สวมผ้าลินินปกปิดทั้งตัวเอาหอกเหล็กแหย่ร่างกายของชายคนหนึ่งที่กำลังนอนแผ่อยู่กลางทะเลทราย

“อย่าทำแบบนั้น เดียวมันก็กระโดดงับคอแกหรอก!” ชายอีกคนที่สวมชุดคลุมทะเลทรายตะโกนห้าม ถ้าเกิดเป็นซอมบี้หรือพวกกลายพันธุ์ขึ้นมาได้โกยกันป่าราบ ข้าวของที่อุตส่าห์ขนออกมาได้ทันก่อนระเบิดลงจะเสียเปล่าหมด

“อย่าสนใจ พวกเรารีบไปกันเถอะ” คนที่นั่งบนรถหุ้มเกราะออกคำสั่ง

“ครับ” พวกเขารับคำสั่งก่อนที่จะรีบขึ้นรถและออกเดินทางต่อ เพราะสภาพของสิ่งปริศนาที่พวกเจอมันดูเหมือนศพที่เน่าเฟะทั้งตัว คงไม่มีแรงวิ่งไล่รถของพวกเขาทันแน่นอน

 

“ไปกันแล้วเหรอ” ซากเน่าๆพลิกตัวก่อนที่จะดันตัวขึ้น

แผละ!

“อึก” เขาดูมือขวาที่ใช้ดันตัว แต่แค่ใช้เป็นฐานรองรับน้ำหนักตัวมือก็เละเนื้อหลุดจนเห็นกระดูก

นาระกำลังนั่งมองดูมือขวาตัวเองที่เนื้อกำลังละลายเหมือนเยลลี่จนเหลือแต่กระดูกที่เป็นโลหะสีเงิน เขาออกแรงกำมือที่เหลือแต่กระดูกจนเกิดประกายไฟเสียดสี

นาระทำสมาธิเพิ่งไปยังมือ สักพักก็มีกล้ามเนื้อค่อยๆไล่ไปตามกระดูกประกอบเป็นมืออันใหม่ที่มีโครงสร้างกล้ามเนื้อคนละแบบของมือมนุษย์ที่ไม่มีผิวหนังห่อหุ้ม

 

นาระหลังจากที่หนีออกมาจากสถานีฯก็ใช้แรงทั้งหมดที่เหลือวิ่งสุดกำลังเพื่อหลบหลีจากแรงระเบิดและความร้อนสูง

เขาอาจจะทนทายาดในระดับที่ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตที่สมองมีพัฒนาการสูงทัดเทียม แต่ก็ไม่ได้เป็นอมตะหรือไร้เทียมทามเสียทีเดียว ความเสียหายยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและร่างกายก็เสื่อมสภาพเร็วขึ้นหลังอาบรังสีอย่างต่อเนื่อง

นาระเข้าใจดีกว่าร่างกายตัวเองมีการวิวัฒนาการสูงขึ้นตอนที่สู้กับนิล แต่มันเกินขีดจำกัดการสร้างตัวใหม่ของเซลล์ไปเป็นที่เรียบร้อย ร่างกายของเขาที่เหมือนกับโลหะสุดทรงพลังเป็นแค่การตอแลหลอกลวง เอาจริงๆมันก็เป็นแค่โครงสร้างที่เปราะบางแค่แตะนิดหน่อยก็แตกสลาย ถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ตัวแค่กระสุนนั้นเดียวกับล้มเขาได้

เขาจึงมีทางเลือกเดียวคือถอยก่อนเพื่อหาที่ปลอดรังสีเพื่อที่จะได้จัดโครงสร้างเซลล์ใหม่เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กับสภาพเดิม ครั้งต่อไปเขาจะแข็งแกร่งขึ้น แต่นาระเองก็กังวลว่านิลจะทรงพลังมากกว่าเขาอีกหลายเท่า ถ้าเป็นแบบนั้นแผนของเขาจะล้มเหลว

“น่าสมเพศดีแท้” นาระดูร่างกายส่วนอื่นที่ยังเน่าเฟะ เพราะทันที่ถึงนึกแผนของเขา ขนาดตอนนี้แค่ชาวบ้านธรรมดาๆเขายังต้องแกล้งตายเพื่อเอาตัวรอดเลย นับภาษาอะไรกับนิลที่เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตปกติ เขาคงต้องรอบคอบให้มากกว่านี้ ทุกอย่างต้องรัดกุม ถึงฆ่ามันไม่ได้ แต่ก็ต้องลดพลังของนิลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อถ้าเขาล้มเหลวก็ต้องมีใครสักคนฆ่ามันได้สำเร็จ

“แต่ตอนนี้ต้องเอาตัวให้รอดก่อน” นาระพูดพร้อมกับลุกขึ้น ร่างกายของเขามีเครื่องจักรค่อยควบคุมและออกคำสั่งอยู่ตลอดเวลา พอเป็นแบบนั้นร่างกายเขาจึงสามารถรีไซเคิลสสารกับทำปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกาย ตราบเท่าที่สภาพแวดล้อมไม่โหดร้ายเกินไปและมีแร่ธาตุกับสารอาการที่จำเป็น ความเสียหายแบบนี้แค่ครึ่งวัน ไม่สิ หกชั่วโมงก็ฟื้นฟูในสภาพพร้อมสมบูรณ์ และแข็งแกร่งกว่าเดิม

นาระที่ตอนนี้เดินเปลือยเปล่าท่ามกลางทะเลทรายกำลังเดินตามทางคาราวานที่มีทั้งรอยล้อรถกับรอยเท้ามากมาย เขาอาจจะเข้ากับสังคมมนุษย์ไม่ได้ แต่ถ้าให้แฝงตัวเพียงชั่วคราวเพื่อสืบหาข้อมูลก็ถือว่าเป็นเรื่องสบาย สมัยนี้เขาพบเห็นพวกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์แฝงตัวในสังคมมนุษย์ไม่ใช่น้อย ช่วงนี้ที่อาณานิคมถูกโจมตีบ่อยๆก็เพราะมีพวกกลายพันธุ์เป็นหนอนบ่อนไส้นี่แหล่ะ

นาระหวังว่าจะเจอสักตัวในที่พักของกองคาราวานเพื่อข้อความช่วยเหลือสักหน่อย

???

นาระเจอซากกองคาราวานกับกลุ่มคนกองหน้าที่เขาต้องแอบ เขาจึงรีบหาที่ซ่อนตัวเพราะกองคาราวานกำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ้านาระโพล่พรวดออกไปในตอนที่พวกคนเหล่านั้นกำลังระมัดระวังระดับสูดสุด ร่างกายที่บอบเบา0tถูกยิงจนเป็นรังผึ้งในทันที

“แน่นอน ระวัง” นาระพูดกับตัวเอง เขากำลังลดการทำงานของร่างกายให้ต่ำที่สุด พวกคนก่อนหน้ากำลังใช้เครื่องตรวจสอบตามสถานการณ์

“ช้า มั่นคง” นาระลดการทำงานของร่างกายจนเหมือนส่วนหนึ่งของทะเลทราย

......

......

......

“พวกเรารีบไปกันเถอะ” ชายที่ตรวจสอบซากเรียบร้อย กวักมือ

“เราต้องรีบไปถึงก่อนมืด”

“โอเค รีบวางพลุไฟแล้วรีบไปกัน”

นี้คือสิ่งที่นาระรอคอย อาทิตย์กำลังจะตก ฟ้ากำลังมืด ทะเลทรายแห่งนี้จะหนาวถึงกระดูกประมาณว่าแค่มีน้ำไหลออกมาก็จะเป็นน้ำแข็งภายในไม่กี่วินาที สำหรับมนุษย์มาก

เมื่อนาระเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้ว เขาจึงกระตุ้นการทำงานของร่างกายอีกครั้งและรีบกระโจนไปยังซากของกองคาราวาน

เขาที่สังเกตอยู่ห่างๆก็ลองหาของกินที่ใช้เพิ่มพลังงานได้

“ขอบคุณสวรรค์ กำลังได้ที่เลย” เขาตกไปยังศพของมนุษย์ที่นอนตายเกลื้อนกลาด สภาพของผู้เคราะห์ร้ายที่ตายเพราะรังสีจนตัวเปื่อยนั้นย่อยง่ายเหลือเกิน

ไม่รอช้าเขาควักเครื่องในศพมากินเพื่อรักษาร่างกายของตัวเอง

“อร่อย!” เขาเผลอพูดออกก่อนที่จะค้างไปพักหนึ่ง เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเริ่มเสียความเป็นมนุษย์ไปเรื่อยๆ แต่มันก็คงเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิต ยิ่งเขาที่ถูกดัดแปลงยิ่งต้องพลังงานมากกว่าสิ่งมีชีวิตปกติหลายเท่า การกินซากศพที่ปนเปื้อนก็ช่วยย่อยและดูดซึมง่ายเช่นกัน

นาระกินศพมนุษย์ต่อไปเรื่อยๆไม่หยุด ทันทีที่เนื้อลงท้อง กระเพาะของเขาก็ย่อยเนื้อให้กลายเป็นของเหลวในทันที เขาจึงกินแบบไม่กลัวท้องแตก นาระกินจนฟ้ามืดจนในที่สุดเขาก็คิดศพจนหมดไม่เรื่อยแม้แต่คนเดียว

“ยังไม่อิ่มอีกเหรอ” นาระรู้สึกได้ว่า ร่างกายเขาอยากอาหารมากเหมือนกับคนเสพติดยา ถ้าทางเขาจะวิวัฒนาการไม่สิ กลายพันธุ์มากเกินไปจนเริ่มคุมความกระหายไม่อยู่เสียแล้ว

พลุไฟ!

นาระมองไปยังพลุไฟที่ตอนนี้ปล่อยไฟออกมา มันคงเป็นพลุไฟที่จะทำงานตอนที่ระบบตรวจจับแสงระบุว่าไร้แสง เรดาร์ใกล้เคียงจะจับสัญญาณและส่งผู้เชี่ยวชาญกับทหารมาตรวจสอบในอีกไม่ช้า

“แย่ละ!” นาระเห็นแสงไฟบนท้องฟ้า ยานตรวจสอบของกองกำลังสักกองได้ตรวจพบสัญญาณ ถ้าพวกเขาเจอนาระ ตัวต้นของเขาจะสั่นคลอนทั้งโลก

‘คงจะให้รอดไม่ได้!’ นาระตัดสินใจที่จะปิดปากทุกคน เมื่อตัดสินใจได้แล้วเขารีบวิ่งไปหลบตรงเนินทรายสูงที่บดบังทัศนวิสัยของพลขับ

ยานตรวจสอบลอยนิ่งอยู่บนท้องฟ้า แสงไฟสปอร์ตไลท์ฉายตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พวกเขาตรวจพบสัญญาณสิ่งมีชีวิตในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่มากินซากก็ได้

“ระวังด้วย มันอาจจะอยู่ยังแถวนี้” ชายคนหนึ่งในชุดกันหนาวเต็มสูบใช้แสงไฟบนกระบอกปืนส่องไปซากศพที่ถูกแทะจนแทบไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูกให้เห็น

“งั้นเราก็คงต้องถอยก่อน” เขาออกความคิดเห็น ตอนนี้ฟ้ามืด ถ้าขืนยังอยู่ที่นี้ต่อไปก็อาจจะเกิดอันตรายกับพวกเขาถึงแม้จะลอยอยู่บนอากาศ แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีตัวอะไรกระโจนเข้ามาบนยาน

ตูม!!!

“เสียงระเบิดจากทางทิศไหน” หัวหน้าที่มีประสบการณ์ออกคำสั่งเรียกสติลูกน้องที่กำลังตกใจเพราะเสียงระเบิด

“ทางทิศ 5 นาฬิกา” ยานหมุนไปทางด้านหลังกลางอากาศ พวกเขาสามารถเห็นแสงไฟพวยพุ่งท่ามกลางท้องฟ้าสีเขียวมรกต

“ติดต่อไปที่ฐานด่วน” หัวหน้าออกคำสั่งก่อนที่จะปิดประตูยานเพื่อเตรียมออกเดินทางกลับที่มั่น

ไอพ่นสีฟ้าเปล่งออกจากยานบินและพุ่งไปอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นคลื่นทรายพัดกระจายคู่กับท้องฟ้าสีเขียว

.....

.....

.....

“เกือบไป” นาระที่ใช้มือขวาเพียงข้างเดียวเกาะกับยานที่บินด้วยความเร็วสูงพูดขณะที่กำลังบิดตัวและใช้มือซ้ายช่วยเกาะเช่นกัน

เขาอาศัยจังหวะที่เกิดระเบิดรีบกระโจนไปเกาะใต้ตัวยาน คนที่โดยสารมาคงจะไม่รู้ตัวว่ามีตัวอะไรมาเกาะด้านล่างเพราะคิดว่าเป็นแรงสั่นสะเทือนของระเบิดที่รุนแรงมากขนาดระเบิดตั้งใกล้ยังมีคลื่นมากระทบถึงเขา

ตอนแรกนาระก็กะที่จะฆ่าทุกคนทิ้งอยู่หรอก แต่จากสถานการณ์ ถ้าเขาเกิดเข้าปะทะ ตัวเขาเองก็ต้องได้รับบาดเจ็บแน่นอน และยานโดยสารอาจจะตก เขาไม่อยากเดินกลางทะเลทรายหนาวๆที่มีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ท้องถิ่นอาศัยอยู่ เพราะเขาไม่คุ้นเคยกับสถานที่ผิดกับพวกท้องถิ่นที่อาศัยสภาพแวดล้อมยามค่ำคืนจัดการเหยื่อได้ดีกว่าเขาที่มีโครงสร้างแบบมนุษย์และยังบาดเจ็บ

“ระเบิดเมื่อกี้.......?” นาระจำลักษณะของการระเบิดได้ที่เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ด้านบนแล้ว มันน่าจะเป็นแบบเดียวกันกับระเบิดเพลิงนาปาล์ม แต่จากแรงอัดอากาศรุนแรงขนาดที่ทำให้ตัวยานบินเกิดสั่นไหวทั้งที่อยู่ไกลหลายกิโลเมตร ของแบบนั้นไม่ใช่สิ่งมีระเบิดเพลิงควรจะมี และไม่สารกัมมันตรังสีรั่วไหลด้วย

เขาคิดวิเคราะห์อย่างละเอียดหยิบ ร่างกายของเขาไม่มีปฏิกิริยาใดๆก็แสดงว่ามีแต่ลมที่พัดใส่ไม่มีสิ่งเจือปนอย่างอื่น

“ระเบิดรุ่นใหม่งั้นเหรอ” นาระคิดต่อ เพราะถ้าเป็นระเบิดรุ่นใหม่จริง มันก็ไม่น่าใช่สิ่งที่โจรท้องถิ่นจะสามารถหาได้ในทันที ทางกองทัพที่ใกล้ที่สุดอย่างวาติกันที่ค่อยๆลุกคืบเข้าไปในยุโรปตะวันออกและบดขยี้กองกำลังที่ต่อต้านจนราบคาบ แต่ สถานที่ๆเพิ่งถูกนิวเคลียร์ถล่มใหม่ๆก็คงยังไม่มีใครกล้าส่งทหารของตัวเองเข้าไปสำรวจจนกว่าจะมีการชำระล้าง ตามที่เขาคิดก็ต้องใช้เวลา 4 – 5 วันเป็นอย่างน้อยเพื่อระบุสถานการณ์กับติดตั้งระบบต่างๆสำหรับทหารให้ทำการสำรวจได้อย่างปลอดภัย

“แต่มันก็ใกล้กับสถานีอวกาศอยู่ ถ้ามีทหารคนไหนหนีออกมาได้ละก็.....!!!” ความเป็นไปได้ถึงสิ่งที่หนีออกมาตอกเข้าไปในหัวของนาระ ตอนนี้เขาคิดได้เพียงคนๆเดียวเท่านั้นที่สามารถเดินทางออกมาจากบ่อกัมมันตรังสีเข้มข้นได้อย่างปลอดภัย

“นิล”

นาระนิ่งเงียบ เขาไม่อยากให้มันหลุดออกมาด้วยซ้ำ เพราะถ้ามันยังอยู่ที่สถานีฯเขาก็ยังสามารถเฝ้ามองการกระทำของมันได้เรื่อยๆอย่างไม่ยากเย็น แต่ถ้ามันในตอนนี้กำลังออกพเนจรอีกรอบ คราวนี้เขาที่หมดสัญญากับคีรีสก็ไม่สามารถหาที่อยู่ที่ชัดเจนของมันได้อีก

แต่เหมือนโชคชะตาจะยังไม่ทิ้งเขาไปไหน ถ้านิลเกี่ยวข้องกับการระเบิดเมื่อครู่นี้จริง นั้นก็หมายความว่ามันยังไปไหนได้ไม่ไกล และสถานที่ๆมันจะไปก็น่าจะเป็นฐานที่มั่นของกองคาราวานที่ใกล้ที่สุด ซึ่งเขาสามารถใช้เป็นแหล่งหาข่าวกับที่พักพิงชั่วคราว

นาระแสดงสีหน้าเคร่งเครียด เขาจะยังประมาทไม่ได้ เพราะโชคชะตาอาจจะช่วยเขาในครั้งนี้ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยเขาทุกครั้งไป นิลดวงดีมากถึงสามารถรอดตายได้ทุกครั้ง

“แต่ครั้งนี้ละ ครั้งนี้ฉันจะเด็ดหัวมันให้ได้”

‘ถึงนายจะมีร่างกายที่พิเศษ แต่ก็อย่าได้ประมาทโดยเด็ดขาด’

………..

คำพูดที่เขาเคยได้ยินผุดขึ้นมา มันเป็นคำพูดเตือนสติของเพื่อนที่เขารักที่สุดคนหนึ่ง

‘คุณนาระ.....ถ้าคุณยังอยู่ในนั้น ช่วยบอกผมหน่อย ถ้าเกิดคุณหายไป ผมจะยังคง........ ยังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคุณหนูได้อีกหรือเปล่า’

 




NEKOPOST.NET