P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 111 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.111 - ชุมชนคนแดนเถื่อน


ปัง ปัง ปัง!

อ๊าก !

กรี๊ด!

เสียงปืนกับเสียงร้องดังออกมาตึกที่ทำจากหินทราย ภายในที่ร่องรอยของการต่อสู้ตั้งแต่มีดยันเครื่องระเบิดที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นดินปืนกับคาวเลือดทำให้ที่นี้บ่งบอกถึงภัยอันตรายได้ชัดเจน

“ยังเป็นโรงแรมที่บรรยากาศดูสุขขีเหมือนเดิม”

นาตาเลียที่ขับรถเข้าไปใกล้ๆลานจอดรถเก่าๆที่มีแต่ซากรถวางกองกัน ภายในเต็มไปด้วยสายตาของโจรมากมายที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ เธอโชว์ปืนพกกระบอกหนึ่งก่อนที่จะไปจอดตรงหน้าจุดตรวจ

ยามหน้าตาน่ากลัวที่พกปืนเล็งไปยังผู้หญิงน่าสงสัยที่ขับรถเปื้อนเลือดมาแบบนี้

“เอาของเถื่อนถูกๆมาแลก” เธอพูดพร้อมโยนเสบียงให้กับยาม “ขอเข้าไปพบกับนายใหญ่ของที่นี้หน่อยได้ไหม”

ยามรับกระเป๋าเสบียงที่โยนมาก่อนที่จะตรวจดูสิ่งของภายในก่อนที่เขาจะพายมือให้ยามอีกคนเปิดที่กันเพื่อให้เข้าไปได้โดยมีของในกระเป๋าเป็นค่าผ่านทาง

“เห้! ไว้ไหมอีแบบนี้” นาตาเลียพูดเพราะหลังจากที่เธอคุยกับยามก็หันมามองนิลที่ตอนนี้ทำท่าเหมือนคนกำลังป่วย

“ถ้าจะติดเชื้อ” เธอวิเคราะห์ ตามคำบอกกล่าว นิลตัดเท้าตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอดด้วยอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นภายในสถานีฯ ซึ่งมันก็แค่การรักษาเบื้องต้นเท่านั้น แผลใหญ่ขนาดนั้นถ้ายาหมดฤทธิ์ก็ติดเชื้อได้ง่าย และการปล่อยไว้นานขนาดนี้โดยไม่มีการส่งถือมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ถึงตายได้

“ยุ่งน่า!!!!” นิลส่งเสียงไม่พอใจ ตอนนี้ตัวเขาร้อนไปหมด แต่ที่สำคัญคือภายในหัว มันเหมือนกับมีคนเอาไฟร้อนๆมารนสมองและเอาแท่งเหล็กร้อนๆเสียบเข้าไปแล้วดึงออกอย่างต่อเนื่อง

“แค่นี้ไม่เป็นไร”

นาตาเลียที่ได้ยินดังนั้นจึงขับเข้าไปในลานจอดรถอย่างไม่ใส่ใจ เอาจริงที่นี้ปลอดภัยจากรังสีแล้ว เธอจึงสามารถเลือกที่จะปล่อยให้หมอนี้ตายข้างถนนก็ได้ แต่ก็อยากเก็บไว้อยู่หรอกน่ะ เพราะความสามารถพิเศษในการระงับรังสีแบบนี้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเลย และเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าสารพิษในร่างกายของเธอนั้นจะถูกระงับโดยสมบูรณ์ การเก็บชายคนนี้ไว้ชั่วคราวก่อนก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย เธอจึงตัดสินใจได้ไม่ยากเท่าไร

นาตาเลียขับผ่านซากรถมากมายที่ถูกชำแหละเพื่อเอาเศษเหล็ก และซากที่เหลือก็ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นที่พักอาศัยชั่วคราว ซึ่งระหว่างทางไปยังบ้านของคนที่เธอรู้จักก็มีคนมากมายใช้ชีวิตกับซากรถเหล่านี้

แต่มันเป็นสภาพที่ไม่น่าดูชม เพราะสภาพความเป็นอยู่ของคนที่นี้มันแย่ยิ่งกว่าสลัมที่ไหน ผู้คนที่อยู่อัดกันในรถคันเดียว ร้านอาหารสกปรกๆที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคแต่ก็ยังมีคนกิน ร้านขายอาวุธมากมายที่มีกันเกลื่อน เหล่าเด็กๆที่กำลังเรียนวิธีการใช้อาวุธสงคราม และซ่องโสเภณีที่มีผู้หญิงขายบริการ นี้ไม่นับเสียบกรี๊ดร้องทรมานของคนที่ถูกจับมาขายที่นี้ด้วย

นาตาเลียรู้สึกเชยชากับสภาพแวดล้อมที่เน่าเฟะ เพราะถ้าอ่อนแอก็ต้องตกอยู่นรกแห่งนี้ ส่วนนิลเองก็จ้องมองไปด้านนอก สายตาของเขาส่ายไปมาเหมือนกับกำลังมองบางสิ่งที่น่าสนใจ แต่ความรู้สึกนั้นไม่ใช่ความน่าสนใจที่ดี แต่เป็นการมองเห็นสิ่งเลวร้ายที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

“จะถึงหรือยัง” นิลถามขณะที่ตอนนี้เขาเตรียมขึ้นลำปืนเรียบร้อย ถ้าขืนปล่อยเขาเอาไว้ที่นี้อีก เขาอาจจะลั่นไกใส่พวกชั่วๆข้างนอกก็ได้

“จะเย็นๆหน่อย เดียวก็ถึงแล้ว” นาตาเลียพูดพร้อมกับเปิดเปลี่ยนเพลงในรถเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เพราะถ้าเกิดไอ้คนข้างๆมันสติแตกเดียวเธอจะลำบากเอา

“เอาสักหน่อยไหม” นาตาเลียยื่นยาระงับประสาทให้นิลเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทรมาน

“ไม่ต้อง” นิลปฏิเสธ

“เอ่อ นี้” นาตาเลียลงจากรถและปิดประตู “ฉันจะเข้าไปคุยกับเจ้าถิ่นของที่นี้ รอเฉยๆอย่าก่อเรื่อง”

“.......”

“ฉันถือว่าตกลง” เธอที่เห็นว่านิลไม่ตอบก่อนที่จะปิดประตู แต่สภาพของคนที่ลูกตาส่ายไปส่ายมายังกับมองแมลงวันมันก็ไม่น่าไว้วางใจเท่าไร เอาเถอะ เธอมีรีโมทกดระเบิดอยู่ เรื่องมากขึ้นมาก็กดระเบิดให้มันตายๆไปซ่ะ

นาตาเลียที่ลงจากเอามือดันปืนของทหารรับจ้างที่จ่อมาทางเธออย่างไม่เกรงกลัวเหมือนกับเดินในสวนหลังบ้าน แต่พอเดินไปสักพักก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ยืนขว้างเธอ

“ขอทางหน่อยได้ไหม” นาตาเลียพูดพร้อมกับเอนหัว แต่มือขวาของเธอเกร็งเต็มที่

ชายกลุ่มนั้นไม่ตอบ พวกมันดูสรีระของผู้หญิงตรงหน้าพร้อมกับเป่าปาก และหัวเราะเยาะพร้อมกับถอดเสื้อผ้าออกกันเกือบทั้งกลุ่ม

ทางนาตาเลียก็เข้าใจตั้งแต่แรกว่าพวกมันคิดจะลวนลามเธอ ไม่สิแบบนี้คงจะลากไปข่มขืนแบบเดียวกับผู้หญิงที่ร้องไห้เสียดังตอนขับรถผ่านมา แต่นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเคยเจอเรื่องแบบนี้

‘เข้ามาเลยเซ่!!!’ เสียงก้องคำรามดังขึ้นในใจของนาตาเลีย เธออยากจะทำเหมือนครั้งก่อนที่เธอโดนพวกผู้ชายที่แสนโง่เขลาเหมือนพวกนี้ดูถูกว่าอ่อนแอ ที่นี้ไม่มีกฎหมาย ทุกอย่างยึดติดกับความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว และเพราะแบบนั้นเธอจะได้ฆ่าพวกมันให้หมดระบายความเครียด

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!!

เสียงปืนกลกราดดังสนั่น

ชายฉกรรจ์ทั้งหมดถูกปืนกลยิงจนเลือดสาด ต่างพากันล้มตายเหมือนใบไม้ร่วง พวกที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ก็พากันนอนจมกองเลือดรอความตาย เนื่องจากที่นี้ไม่มีกฎหมายจึงมีการรบราฆ่าฟันกันทุกวัน และอาชีพสำคัญที่สุดของพวกนอกกฎหมายก็คือพวกแพทย์สนามที่หาตัวได้ยาก รายได้ดี

แต่เสียใจด้วยน่ะ ถ้าพวกแกถูกคนในเขตนี้ยิงก็คงต้องรอตายอย่างเดียว

นาตาเลียไม่สนใจคนที่นอนโอดโอย เธอสนแค่ว่าคนที่เข้ามาช่วยเธอ(?)เป็นคนที่เธอรู้จัก การแจกกระสุนคงเป็นการทักทายพื้นบ้าน

“โอ้ว นาตาเลีย สวัสดีๆ” ชายคนหนึ่งตบมือพร้อมกับอ้าแขน

“เช่นกัน” นาตาเลียอ้าแขนและสวมกอดชายตรงหน้า

“ว่าไงมาเที่ยวเล่นคนเดียวเหรอ” ชายคนนั้นถามพร้อมกับเหล่ตา คำถามนี้ถ้ายามปกติคงเหมือนกับการทักทายแขกตามปกติ แต่ตอนนี้คือตอนที่ทหารกำลังก่อสงครามกัน (ใกล้ๆนี้ยังมีโซนปกเปื้อนกัมมันตรังสีอีก) ผู้หญิงที่เขาสวมกอดอยู่เองก็เป็นทหารประจำการ ดันมาวิ่งเล่นแดนเถื่อนแบบนี้มันน่าสงสัย

“คือว่า มีเหตุผลนิดหน่อย” นาตาเลียดันตัวออก “ตอนนี้สิบเอกหญิงนาตาเลีย วลาดีมีรอฟนา คาอาร์ลาโมวาได้เสียชีวิตลงแล้ว”

นาตาเลียพูดอ้อมค้อม แต่ถ้าเป็นคนอื่นๆก็คงจะคิดว่าเธอหาข้ออ้างหนีทหาร

“แล้วยุคสงครามแบบนี้จะหนีไปไหน?” เขาถามขณะที่ใช้มืออีกข้างชี้นิ้วสั่งให้ลูกน้องเอาซากของพวกกุ๊ยที่นอนกองเหล่านี้ไปทิ้ง

“อย่าดูถูกฉันสิ” นาตาเลียส่ายมือ

“ฉันหมายถึงว่าเธอจะใช้ชีวิตเงียบๆหลังจากนี้ยังไงตั้งหาก” เขาพูด ส่วนใหญ่ทหารที่หนีทัพหรือลาออกจากกรมทหารแล้วปฏิเสธที่จะถูกเรียกตัวกลับจะไม่สามาระอยู่ในสังคมปกติ และอาจจะถูกนักฆ่าของรัฐบาลตามเก็บ

นอกจากนั้นแดนเถื่อนแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยพวกนอกกฎหมายมากมาย ทหารรับจ้าง กับสายข่าวของขุมอำนาจต่างๆ

ถ้านาตาเลียมาอยู่ที่นี้ เขาก็สามารถมอบตำแห่งผู้คุมบ่อนหรือไม่ก็เป็นนักฆ่าไว้เด็ดหัวศัตรูทางธุรกิจ แต่แบบนั้นจะโจ่งแจ้งเกินไป สายข่าวของทางภาครัฐเองก็ไม่ได้โง่ แค่เหตุการณ์ฆ่ากันตายเล็กๆน้อยๆในเขตนี้ยังมีการส่งคนมาสอบถามข่าวคราวเลย ยิ่งนาตาเลียเป็นพลซุ่มยิงมือหนึ่งของรัสเซียที่มีชื่อเสียงดังกระฉ่อน ข่าวมันก็จะมีค่ามากกว่าหน่อย

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทำให้ลำบาก ขอแค่คุณเอาพวกของเถื่อนพวกนี้ไปชำแหละให้ฉันแล้วแลกของนิดๆหน่อยๆให้ก็พอ” นาตาเลียชี้นิ้วโป้งไปข้างหลังซึ่งมีรถบรรทุกเก่าๆจอดอยู่คันหนึ่ง

ชายที่เป็นเจ้าของที่เดินไปยังรถบรรทุกกับลูกน้องเพื่อตรวจสภาพสินค้า

“นี้นาตาเลีย ไปปล้นใครเขามาเหรอ” ชายคนนั้นใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบเลือดสีน้ำตาลที่แห้งสนิทและถามผู้เอาของมาแลก

“ไปเจอนอนมกทะเลทรายตอนระเบิดลง ฉันก็เลยเก็บติดมือมาใช้” นาตาเลียตอบก่อนที่จะเดินมาดูสภาพสินค้า

“แล้วได้ฆ่าใครไหม” เขากระซิบข้างหู

“เห็นนอนเน่าอยู่ก็เลยส่งให้ไปสบาย” นาตาเลียทำมือพร้อมกับทำมือเหมือนกับกำลังบิดสิ่งของ

ชายคนนั้นหลังได้ยินคำตอบจึงนึกคิดก่อนที่จะได้รับรายงานถึงรายละเอียดสิ่งของที่บรรทุกมา เมื่อรวมแล้วหักค่าต่างๆแล้ว เขาจึงชูสองนิ้วให้นาตาเลีย

“น้อยไปมั้ง” นาตาเลียพูดแบบก้ำกึ่ง เธอนึกว่าของมีราคาที่ยังคุณภาพดีพวกนี้จะแลกได้เยอะกว่านี้อีก

“ฉันรับของเถื่อนทุกอย่างก็จริงอยู่ แต่ของพวกนี้มันเป็นของที่จะส่งให้คนใหญ่คนโตที่มาพักที่โรงแรมใกล้ๆนู่น” ชายคนนั้นแสดงแผนที่ๆระบุตำแหน่งของโรงแรมขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากแดนเถื่อนตรงนี้ไป 20 กิโลเมตร

“สักสามลังได้ไหม” นาตาเลียชูสามนิ้ว

“พอเหอะ ของพวกนี้ฉันต้องเก็บไว้อย่างต่ำก็สี่เดือน แถมยังต้องคัดแยกและดัดแปลงเพิ่มเติมก่อนเอาไปใช้อีก”

“ฮู่ว!” นาตาเลียเป่าปากก่อนที่จะลองคำนวณคราวๆ สิ่งของที่เธอจะแลกคือพวกอุปกรณ์ดำรงชีพ,เครื่องกระสุนกับเชื้อเพลิงที่จำเป็นในการเดินทางไกล  แต่ที่เธอต้องเอาเยอะหน่อย เพราะเธอคิดที่จะแอบขึ้นเรือบรรทุกสินค้าโดยติดไปกับพวกลักลอบ ซึ่งพวกนี้ก็คงต้องการเก็บส่วยเพิ่มเติมอยู่แล้ว ถ้าแค่สองลังมันจะพอแค่กลางทาง แล้วกลางทางที่ว่านี้คือมหาสมุทรแอตแลนติก

ชายคนนั้นทำหน้าหนักใจ ถ้าปกติเขาจะปฏิเสธเลยก็ได้ ถ้าเถื่อนหน่อยก็สั่งลูกน้องรุมโทรมเจ้าคนงี่เง่าขี้ต่อรองแล้วปล้นสินค้าก็ได้ แต่ผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนรู้จักตั้งแต่ยัยเด็กนี้ยังเป็นตัวกระเปียกนิดเดียวแล้วยังให้ความช่วยเหลือมาไม่น้อย ถ้าเกิดแตกหักกันเพราะเรื่องแค่นี้จะโดนเพื่อนในวงการคนอื่นที่เป็นคนรู้จักของนาตาเลียบอยคอตเอาง่ายๆ

แต่เขาดันไปเห็นชายคนหนึ่งที่นอนหลับอยู่ที่เบาะ

“นั้นยังไม่ตายเหรอ” เขาชี้ไปยังคนที่หลับอยู่

“อ่า ใช่แต่เท้าขาดก็เลยไม่สบายนิดหน่อย” นาตาเลียตอนก่อนที่เธอจะนึกอะไรบ้างอย่างก่อนที่จะควักปืนจ่อคอของเจ้าของที่

ลูกน้องควักอาวุธออกมาเพื่อปกป้องเจ้านาย แต่เขาก็สั่งไม่ให้ขยับ

“ยังโหดเหมือนเดิมเลยน่ะ นาตาเลีย”

“เขาเป็นของฉัน” นาตาเลียควงปืนพกก่อนที่จะเก็บกลับที่ “ถ้าฉันไม่ทันนึกว่าคุณเป็นเกย์คงจะโดนคุณเล่นไปแล้ว”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็จริงที่ฉันไม่สนใจผู้หญิง แต่ก็ไม่เห็นต้องโหดขนาดนี้เลย” ชายคนนั้นตบมือก่อนที่จะกอดคอนาตาเลีย

“แบ่งให้ฉันใช้สักคืนได้ไหม เดียวเพิ่มเป็นสามให้เลย”

“ไม่” นาตาเลียปฏิเสธ ชายตรงหน้าเป็นพวกรักร่วมเพศที่เห็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อๆไม่ได้ ปกติเห็นว่ามักจะไปซื้อเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่พวกพ่อแม่มีปัญญาทำลูกแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยงมาบำเรอเพื่อความสุข ถ้าปกติเธอก็ให้ยืมได้เพราะเธอเองก็กะเอามาใช้เพื่อความสุขส่วนตัว แต่ถ้าเกิดเจ้านี้มันรู้ความสามารถในการระงับละก็เธอคงไม่ได้ไปไหนล่ะ คงถูกบีบเพื่อเอาตัวชายคนนี้ไปขายหรือใช้งานจนกว่าจะตายแน่ๆ

ไม่ได้ต้องรับมากอะไร ปฏิเสธอย่างเดียวเท่านั้น

“เขาเป็นของฉัน” นาตาเลียยืนกราน

“ก็ได้ๆ แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้จะติดเชื้อตาย” เจ้าของพูดพร้อมกับมองไปยังหนุ่มหล่อที่สีหน้าไม่ค่อยดีสักเท่าไร

“เจ้านั้นมันอึด แค่ยาฆ่าเชื้อแรงๆสักเข็มก็หายแล้ว”

“แต่เขาเป็นผู้ชายของเธอไม่ใช่เหรอ หัดดูแลเอาใจใส่หน่อยสิ” เขาพูดเตือน ทุกเขาจะมีรสนิยมชอบนอนกับหนุ่มหน้าหล่อ แต่ก็ดูแลเอาใจใส่อย่างดีไม่ปล่อยให้ลำบาก ส่งศึกษาเล่าเรียนจนมีความสามารถ แต่ตรงกันข้ามนาตาเลียเป็นเด็กที่ผ่านความยากลำบากตั้งแต่ยังเล็กจนโต ลึกๆก็คงไม่มีทางเชื่อเรื่องสันติสุข

แบบนี้จะเลี้ยงดูคนได้ยังไง เขาพอจินตนาการได้ว่า นาตาเลียคงคิดที่จะเล่นจนพังแล้วก็โยนทิ้งไม่ก็ใช้เป็นโล่เพื่อเอาตัวรอด

“เรื่องของฉัน คุณอย่ายุ่งดีกว่า” แววตาของนาตาเลียคมจนทำให้เจ้าของถิ่นชะงักไปครู่หนึ่ง

สุดท้ายเขาจึงพยักหน้า

“น่าเสียดายเนอะ” เขาเลิกตอแย และออกคำสั่งให้ลูกน้องเตรียมยานพาหนะคันใหม่กับเสบียงให้กับลูกค้าตรงหน้า แต่ก็ไม่ลืมมอบยาฆ่าเชื้อหนึ่งเข็มให้กับนาตาเลีย

“แถมให้ ถือซ่ะว่าเป็นของขวัญในงานล่าสัตว์เมื่อคราวนั้น”

“งั้นก็ไม่เกรงใจละ” นาตาเลียรับเข็มฉัดยา พลางคิด เธอเองก็ไม่คิดว่าคนรู้จักคนนี้จะยังจับเรื่องตอนที่ไปล่าสัตว์ที่ไซบีเรียได้ทั้งที่มันก็เป็นเรื่องก่อนมหาสงคราม

นาตาเลียเดินไปยังรถบรรทุกก่อนที่จะลากนิลที่นอนอยู่ออกมาและปักเข็มฉีดยาเข้าที่แขน

“ไม่กลัวเส้นเลือดแตกเลยเหรอ?” เจ้าของถิ่นกล่าว อยู่ดีๆไปเสียบแขนแบบนั้นมันน่ากลัว แถมยังเสี่ยงต่ออันตรายตั้งหลากอย่าง

“อึก” นิลส่งเสียงออกมาก่อนที่จะส่ายหัวหลังนาถูกฉีกไปไม่ถึงสิบวินาที

“บอกแล้วไงว่ามันอึด” นาตาเลียพูดจบก็หัวเราะก่อนที่จะแบกนิลไว้บนบ่าและเดินไปยังโรงรถเพื่อรับยานพาหนะใหม่สำหรับการเดินทาง

 

เจ้าของถิ่นท่ามองเห็นหน้าของชายที่นาตาเลียลากออกมาจากรถกำลังครุ่นคิด และตอนที่นาตาเลียลากไปยังได้ยินเรียกชื่อว่า ‘นิล’ อะไรสักอย่างอีก

“ชื่อกับหน้าตา” เขาหมุนลิ้น “เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนแหะ”

แต่หน้าที่คนค้าขายต้องมาก่อน เดียวประวัติส่วนตัวค่อยให้ลูกน้องไปสืบค้นเอา ช่วงจังหวะสงครามนั้นทำให้การสืบข้อมูลทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

 




NEKOPOST.NET