P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 11 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.11 - สวนดอกไม้ปริศนา


อืมที่นี้มันเป็นที่ไหนอ่ะ เจหายไปไหนแล้วอ่ะ

เสียงของนิลดังขึ้นด้วยความสลึมสะลือ เขาค่อยๆขยี้ตาของเขาเพื่อที่จะมองสถานที่ ที่เขาอยู่ให้ได้ชัดๆ

มันเป็นสวนหลากสีที่แปลกมาก มีอะไรก็ไม่รู้ที่ส่วนล่างเป็นแท่งสีเขียวมีระยาง ส่วนด้านบนดูเหมือนจะระเบิดออกเป็นสีหลากสี บางก็เป็นลักษณะกลมๆ บางก็มีลักษณะคล้ายกับจานที่กินข้าวเมื่อเช้า บางก็มีลักษณะบวมปูดเหมือนหน้าของวิลสันที่โดนริสตี้สั่งสอนไปเมื่อเช้าเช่นกัน และยังมีรูปทรงอีกมากมายที่เขาไม่รู้จะหาคำพูดอะไรเปรียบเปรยได้อีก

ซึ่งเขาในตอนนี้คงไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวคืออะไร แต่ถ้าเป็นเจล่ะก็คงตอบได้ทันทีว่ามันคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ดอกไม้’

แต่สำหรับเขาแล้วของแปลกๆหลากสีพวกนี้ ไม่มีความน่าสนใจเลยแม้แต่น้อย จะเรียกว่าไม่มีความน่าสนใจก็ไม่ถูก แต่เป็นความรู้สึกที่พูดไม่ถูกเหมือนตอนที่เขาอ้วกตอนที่กินข้าวเมื่อเช้านี้ต่างหาก ที่ทำให้เขาไม่พยายามไปสนใจมัน

“โอ้ย!”

นิลส่ายหัวเพื่อไล่ความรู้สึกเจ็บที่มักจะเกิดขึ้นกับเขาบ่อยเหลือเกิน ก่อนที่จะพยายามข่มความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เพื่อมองสิ่งรอบด้านของเขาตามที่สาวห้าวได้สอนเขาไว้

เขาเอามือจับที่ศีรษะพลางทุบตีอย่างรุนแรง เพื่อหวังว่าความเจ็บที่เกิดจากการทุบจะช่วยบรรเทาอากาศทรมาณในครั้งนี้

ซึ่งมันก็ได้ผล อาการเจ็บที่ข่มลงไปบางทำให้เขาสามารถสังเกตสิ่งที่อยู่รอบๆได้ดีขึ้น

รอบตัวเขานอกจากมีทุ่งหญ้าสีเขียวกับของแปลกๆหลากสีแล้ว ยังมีท้องฟ้ารูปทรงแปลกประหลาดที่มี เส้นสีแดงผาดอยู่บนนั้น และยังมีซากปรักหักพังรูปทรงแปลกตา ที่มีหญ้าขึ้นจนรกทึบ

นิลจึงเดินฝ่าทุ่งหลากสีไป เพื่อไปดูสิ่งที่เขากำลังสนใจ ถึงมันจะลำบากที่จะต้องเดินฝ่าออกไป แต่มันก็ยังให้ความรู้สึกที่ดีกว่าสิ่งสวยงามหลากสีที่ทำให้เขารู้สึกแย่ด้วยซ้ำ

 

นิลเดินจนมาถึงซากปรักหักพังดังกล่าว ถ้ามองดูให้ดีจะพบว่า มันเป็นบ้านที่ก่อด้วยของบางอย่างที่มีสีส้มอยู่ด้านใน แถมยังมีต้นไม้งอกมาจากตัวบ้านด้วย

นิลมองพลางทำตาขมิบพร้อมเอามือขย้ำแก้มของตัวเอง

‘ทำไมที่นี้ถึงรู้สึกอย่างเข้าใกล้จังเลยง่ะ แถมความรู้สึกที่ดีกว่าเจนี้คืออะไรอ่ะ’

นิลทำหน้าดำก่อนที่จะนั่งย่องๆกับพื้น เพื่อนึกให้ออก เพราะโฮชิเคยบอกไว้ว่า เขาเป็นคนที่ขี้หลงขี้ลืม ชอบลืมเรื่องสำคัญทุกที

เขาจึงพยายามนึกให้ออก แต่ก็เปล่าประโยชน์ สมองของเขาโล่งไปหมด ไม่มีความรู้สึกเลยด้วยซ้ำ แถมอาการปวดหัวเมื่อครู่จะหายไปด้วย ทำให้เข้ารู้สึกดีใจนิดๆ

 

นายมาทำอะไรที่นี้!”

นิลสะดุ้งก่อนที่จะหันไปทางทิศของเสียงที่ดังออกมา ซึ่งมันดังออกมาจากบ้านที่พังไปแล้วนั้น ก่อนที่จะมีแสงสว่างส่องใส่หน้าของเขา

“แสบตาจังเลย”

นิลรีบเอามือปิดตาของตัวเอง เพราะความรู้สึกแสบตาที่เกิดจากโดนแสงสว่างจร้าส่องใส่โดยที่ดวงตาปรับความสมดุลในการรับแสงไม่ทัน

นิลค่อยๆลืมตาขึ้น ก่อนที่จะเห็นชายคนหนึ่งถือไฟฉายกระบอกโตส่องใส่หน้าของเขา นิลพยายามมองหน้าของเขา แต่ก็เห็นได้เพียงเลือนลางเท่านั้นเนื่องจากแสงที่ไฟฉายกระบอกโตส่องออกมานั้นสว่างมากจนเขาเห้นหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่เท่าที่เห็นผู้ชายคนนั้นมีผมสั้นสีแดงเพลิงก็แค่นั้น

นิลอึ้งไปก่อนที่จะขย้ำหัวตัวเองอีกรอบเพื่อนึกให้ออก เหมือนเขาจะเคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหน แต่เขาก็คิดไม่ออก จนต้องถามออกไปว่า

“พี่ชายเป็นใครหรอครับ รู้จักผมด้วยหรองับ”

นิลพูดถามอีกฝ่ายพร้อมเงยหน้าขึ้น ก่อนที่จะต้องปิดตาลงอีกครั้ง เพราะอีกฝ่ายถือไฟฉายส่องมาที่ตาของเขาในทันที ที่เขาเงยหน้า

เมื่อได้ฟังดังนั้น ชายที่ถือไฟฉายก็ทำท่าทางเหมือนครุ่นคิดไปครู่หนึ่งก่อนที่จะถามมายังนิล

“วันนี้นายมาแปลกน่ะนิล แถมไอ้ท่าทางแบบนั้นอีก”

ชายปริศนาพูดจบก็มองมาที่หน้าของนิล ก่อนที่จะพิจารณาท่าทางของเขาก่อนที่จะพูดต่อว่า

“นายจำฉันไม่ได้ ก็แสดงว่าแกสูญเสียความทรงจำอีกแล้วสิน่ะ”

ชายปริศนาส่ายหน้าก่อนที่จะเอือมมือไม่หยิบหมวกรูปทรงปีกกว้างขึ้นมาสวมก่อนที่จะถามนิลต่อ

“แกจะจำฉันได้หรือไม่ก็ไม่เป็นไร แต่แกจะลืม ‘บาป’ ที่แกเคยก่อไว้ในอดีตไม่ได้เด็ดขาด”

เขาพูดจบก็โยนของอย่างหนึ่งไปทางนิล

“ป๊อก”

“โอ้ย”

นิลร้องออกมาในทันทีเนื่องจากของที่ชายปริศนาโยนมากระแทกเข้ากับหัวของเขาอย่างจัง จนน้ำตาของเขาเล็ดออกในทันที

 

“นิลนายอ่อนแอลงไปมากเลย การไถ่บาปของแกคงเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้สิน่ะ”

ชายปริศนาพูดจบก่อนที่จะกดหมวกของตนให้ต่ำลงกว่านี้ พร้อมกับเดินไปหานิลด้วย

นิลในตอนนี้กำลังน้ำตาเล็ด ไม่กล้าออกเสียงอะไรออกมาเลย เพราะเขากลัวว่าเขาจะโดนผู้ชายตรงหน้าตบจนหน้าบวม อย่างที่เคยโดนริสตี้ทำบ่อยๆ เมื่อเขาร้องไห้เสียงดังก็จะตบเขาทีหนึ่งอย่างแรงจนกว่าจะหยุด

ชายคนนั้นหยิบของที่ตกบนพื้นขึ้นมา ก่อนที่จะยื่นให้อีกฝ่ายด้วยทะนุถนอม เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่กล้าหยิบ เขาจึงถอนหายใจออกมาก่อนที่คว้ามืออีกฝ่ายขึ้นมาก่อนที่จะวางสิ่งนั้นบนฝ่ามืออีกฝ่าย

นิลที่ยังกล้าๆกลัวๆมองไปยังมือของตัวเองก็พบว่าของที่อยู่บนมือของตัวเองคล้ายกับของที่ริสตี้มักจะเอาออกมาทำความสะอาดเป็นประจำ

ซึ่งริสตี้เรียกมันว่า ‘มีด’ แต่มีดที่เขาได้มามีรูปร่างไม่เหมือนของริสตี้เลย เนื่องจากมีดของริสตี้จะสะท้อนแสงได้ แต่ของที่เขาได้มานอกจากมีขนาดที่เล็กมาก แล้ว ยังไม่สะท้อนแสงด้วยแถมยังนุ่มอีกต่างหาก

“นี้มีดหรอครับ”

นิลรวบรวมความกล้าถามอีกฝ่าย

“หรือว่าแกคิดว่าไม่ใช่”

อีกฝ่ายทำสีหน้าน่ากลัวใส่นิล พร้อมกับคิดในใจเจ้านี้ถามคำถามโง่ๆกับฉันหรือไง

นิลที่เห็นสีหน้าอีกฝ่าย ก็ก้มหัวจนต่ำจนไม่รู้จะต่ำยังไง

“ก็มันไม่เห็นสะท้อนแสงเลยอ่ะ แถมมันยังนุ่มอีกด้วยง่ะ”

นิลหาเหตุผลให้ตัวเองได้ ก่อนที่อีกจะมองหน้าด้วยความงุนงง

“นี้นิล! นายในตอนนี้ไม่รู้จักปลอกรู้ไง”

ชายปริศนาคว้ามีดในมือของนิล ก่อนที่จะถอดปลอกหุ้มมันออก แสดงให้เห็นที่ลวดลายสีแดงของตัวมีด พร้อมกับความสามารถในการสะท้อนแสงของมันที่สว่างแวววาวทันที ที่โดนแสง แถมลายสีแดงบนมีดยังดูเหมือนกับเคลื่อนไหวได้เมื่อโดนแสงอีกด้วย

ชายคนนั้นเก็บมีดเข้าไปในปลอก ก่อนที่จะใส่มันลงในคอเสื้อของนิลที่ยังเอ่อกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้

“เออ.... อุก”

ยังไม่ทันที่นิลจะพูดอะไรออกไป ก็โดนชายปริศนาเตะเข้าที่ท้อง จนกระเด็นไปไกลกว่า 6 เมตร

“อ่อก...”

นิลเอามือกุมท้องด้วยสีหน้าทรมาณ เพราะมันเขารู้สึกเจ็บมากจริงๆ มันรุนแรงกว่าที่ริสตี้ทำไว้กับเขามาจริงๆ

เมื่อชายปริศนาเห็นดังนั้นจึงเดินไปที่หน้าบ้านที่ผุพังอีกครั้ง

“แค่นี้ แกก็ไม่มีแรงจะถามอะไรจากฉันแล้วสิน่ะ เพราะงั้นฉันจะเป็นถามแกเอง”

ชายคนดังกล่าวพูดขึ้นพลางชี้นิ้วไปยังนิล

“นายคิดยังไงกับดอกไม้ที่อยู่รอบตัวของนาย แต่ฉันไม่ต้องการฟังคำตอบของนายหรอกน่ะ”

ชายปริศนาพูดจบก็ลากเก้าอี้ที่วางพิงอยู่ด้านข้างมาวางไว้หน้าบ้านก่อนที่จะนั่งลงไป

นิลได้ฟังดังนั้นจึงทำหน้านิ่ง

‘มันเรียกว่า ‘ดอกไม้’หรอกหรอ’

นิลจำคำเรียกของสิ่งหลากสีก่อนที่จะคิดถึงคำถามของที่อีกฝ่ายถามพร้อมกับกุมท้องไปด้วย

‘มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก เหมือนสิ่งของสวยงามที่อยู่รอบตัวพยายามไล่ตัวของผมออก รู้สึกว่ามันอยากจะอ้วก’

 

ดูเหมือนว่าชายปริศนาจะมองสีหน้าของเขาออกก่อนที่จะลุกขึ้นมา

“เพราะอย่างหน่อยเท่าที่เราจำได้ สถานที่นี้ดูไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าไรถึงสวยงามแต่กลับรู้สึกน่าสะอิดสะเอียนใช่มั้ยล่ะ ฉันใดก็ฉันนั้นคนที่ดูเหมือนจะงดงามขนาดไหน ต่อให้ดีแค่ไหน แต่ถ้าทำเรื่องไม่ดีก็น่ารังเกียจไม่แพ้กัน”

ชายปริศนาพูดประโยคนี้เสร็จก็เดินเข้าไปในบ้าน

“อย่าเพิ่ง! ไปสิครับ คุณพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่”

นิลพูดอย่างร้อนรน แล้วพยายามวิ่งตามชายปริศนาไป

ก่อนที่จะพบว่าเขาไม่มีเรี่ยวแรงจะวิ่งต่อไปได้เลย และบริเวณที่ถูกเตะยังมีลวดลายแปลกอีกด้วย แถมมันยังค่อยๆขยายมายังส่วนอื่นที่ละน้อย

ชายคนดังกล่าวหยุดลงก่อนที่จะทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้

“ฉันก็แค่กระตุ้นให้แกโตขึ้น มันก็เท่านั้นแหล่ะ”

หลังจากที่ไร้เงาของชายปริศนา ร่างของนิลก็ถูกลวดลายปริศนาคลุมทั้งตัว ก่อนที่เขาจะหมดสติไป




NEKOPOST.NET