P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 108 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.108 - WILL


             เมื่อวันที่ 17 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 14: 41 น. (+8H)

ห้องประชุมภายในเรือดำน้ำ

            “คุณแน่ใจหรือ” นักวิทยาศาสตร์ผิวคล้ำถามชายที่นั่งอยู่ที่ปลายโต๊ะ

            “ผมได้สั่งให้หน่วยข่าวกรองทำการสอบสวนแล้ว แต่ข้อมูลนี้ผมได้จากบุคคลที่น่าเชื่อถือและคิดว่ามันน่าจะจริง” เคิร์กที่นั่งอยู่ที่ปลายโต๊ะตอบ  

ผู้คนจำนวนมากที่นั่งเรียงกันต่างพากันมองหน้า ความกังวลที่แสดงออกจากใบหน้าและคำพูดตอบโต้กันของเหล่าตัวแทนจากหน่วยต่างๆภายในกองกำลังสการ์เล็ต

“ถ้ามันเป็นจริง พวกเราจะทำยังไง” ตัวแทนคนหนึ่งที่นั่งด้านซ้ายของอลันพูดด้วยความหวาดกลัว

“พวกเรายังไม่พร้อม” ชายในชุดทหารเก่าๆพูดขึ้น

“ถูกต้อง พวกเรายังไม่พร้อม” เคิร์กพูดพร้อมกับเอนหลัง ความกังวลของสมาชิกในกองกำลัง ตอนนี้คือช่วงที่สการ์เล็ตกำลังวางรากฐานขึ้นใหม่ทั้งหมดและหาทรัพยากรเพิ่มเติมหลังจากการหลบหนีครั้งล่าสุด พวกเขากำลังอ่อนแอและไม่พร้อมที่จะรับศึก

“แล้วเราจะถอนตัวไปที่ไหนได้ล่ะ” ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมแว่นกันแดดพูด ตอนนี้เอเชียใต้ได้ใช้กองทัพเรือไร้ผู้ต้านของตนทำการปิดอ่าวกับน่านน้ำสำคัญๆบริเวณมหาสมุทรอินเดียกับชายฝั่งทวีปแอฟริกา ถ้าพวกเขาล่องเรือกลับทางเดิมก็มีสิทธิ์จะเจอกับกองทัพเรือของเอเชียเหนือกับทวิภาคีซึ่งมันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ

“พวกเราไม่มีทางหนี” เคิร์กพูดพร้อมกับถอนหายใจ “เราต้องทำเจรจา” เขาพูดจบก็ลองดูท่าทีของตัวแทนแต่ละคน

บางคนก็ทำหน้าซีเรียสและถูนิ้วตัวเอง

บางคนก็มองหน้าคนอื่นๆด้วยความน่าสงสัย

บางคนก็แสดงความไม่พอใจถึงกับทุบโต๊ะ

เคิร์กเข้าใจความหมายที่ทุกคนพยายามจะสื่อ ผู้คนเหล่านี้ล้วนแต่มีเป้าหมายที่แต่ต่างกัน แต่ทุกคนต่างก็เสียเพื่อนกับครอบครัวไปในสงครามโลกครั้งที่ 3 การที่พวกเขาเข้าร่วมสการ์เล็ตต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง บางคนเพื่อที่จะแก้แค้น บางคนเพื่ออุดมการณ์ บางคนก็เพราะไม่มีที่ๆจะไปเหลืออยู่ บางคนก็ต้องการหาที่สงบๆให้กับตัวเอง และบางคนที่เชื่อมั่นในตัวของเคิร์ก

“พวกเรายังไม่รู้สถานการณ์ และยังไม่มีแต้มต่อ แล้วพวกเราจะเจรจายังไง”

“ชั่งหัวมัน พวกเราจะไม่ยอมแพ้ พวกเราจะสู้จนตัวตาย”

.......

.......

แนวคิดหลักๆก็คงเป็นอย่างนี้ เขานึกเอาไว้แล้ว กองกำลังติดอาวุธที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อการร้ายไม่มีทางก้มหัวให้กับรัฐบาลใดโดยง่าย อย่างริสตี้ถ้ารู้ว่าแนวคิดของเขาคงจะประท้วงลูกเดียวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

“เราทำไม่ได้” พยาบาลหญิงคนหนึ่งออกความคิดเห็น “ถ้าเป็นแบบนั้นเหล่าผู้ป่วยที่เชื่อมั่นในตัวพวกเราจะเป็นอันตราย”

เคิร์กค่อนข้างเห็นด้วย เพราะที่สการ์เล็ตได้รับเสียงสนับสนุนจากเหล่าผู้คนก็เพราะพวกเขาเลือกที่จะช่วยเหล่าบรรดาผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อไวรัสกับเกิดอาการอีเลเมนต์เป็นพิษผิดกับทางภาครัฐที่ค่อนข้างกีดกั้นไม่ก็จับคนเหล่านี้ไปทดลอง ถ้าเกิดพวกเขาทำการรบโดยไม่สนใจผลที่เกิดขึ้น พวกเขาอาจจะเสียเสียงสนับสนุนไปก็ได้

“เราเห็นด้วยที่จะมีการเจรจา”

“ฉันก็เห็นด้วย”

“ผมก็เห็นด้วย”

ตัวแทนทุกคนพูดขึ้นก่อนที่จะมองไปยังคนที่ยังไม่เห็นด้วย ซึ่งมีสองคน คนหนึ่งแสดงอารมณ์โกรธออกมาชัดเจน ส่วนอีกคนกำลังลูบจมูกของตัวเอง

“ถ้าทุกคนคิดแบบนั้น ผมก็เห็นด้วย” ชายที่แสดงอารมณ์โกรธหลับตาก่อนที่จะพยักหน้ายอมรับผลตัดสินโดยดี

เคิร์กพยักหน้าตอบรับก่อนที่จะมองไปยังคนสุดท้ายที่ดูจะเป็นปัญหามากที่สุดคือคนสุดท้ายที่หลังลูบจมูกเสร็จก็ยิ้มแปลก

“เราจะเจรจายังไง” ชายคนนั้นที่สวมชุดสูทดูภูมิฐานกางแขน “ผมไม่เห็นว่ามันจะคุ้มตรงไหนเลย”

“โอะ! มีแผนอะไรอย่างงั้นหรือ” เคิร์กถาม เพราะการเจรจาที่จะเกิดขึ้น พวกเขาเสียเปรียบอย่างมาก ถ้ามีลูกเล่นอะไรที่สามารถยกระดับพวกเขาขึ้นได้ก็ต้องลอง

ชายตรงหน้าเองถือว่าเป็นพ่อค้าอาวุธที่เชี่ยวชาญด้านการค้าอาวุธเถื่อนที่สนใจแค่ผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว การที่เข้าร่วมกับสการ์เล็ตก็เพราะเห็นลู่ทางทางด้านธุรกิจที่ฝ่ายอื่นๆให้เขาไม่ได้ 

“พวกเราแค่เลือกที่จะทำศึกเพียงหนึ่งครั้งเพื่อผลประโยชน์สูงสุด”

“โฮะ ชี้นำพวกเราหน่อยสิ” ชายในชุดนักกาวถาม “อย่าเอาแบบว่าไม่ล่อเท้าใครก็แล้วกัน”

“ผมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์สูงสุด” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับใช้นิ้วกวักชายในชุดสูทรูปร่างบึกบึนให้ส่งซิกกาอย่างดีมาให้เขาสูบ

เขารับซิกกาสองแท่งจากผู้ติดตาม แท่งแรกเขาหยิบมาสูบเอง ส่วนอีกแท่งก็ใส่ถาดและใช้มือดันถาดไปตรงหน้าเคิร์ก

“อึม หอม” ชายคนนั้นเอาซิกกามาดมก่อนที่จะจุด

“ครั้งนี้จะเอาเท่าไร” เคิร์กพูดพร้อมกับหยิบซิกกาขึ้นมาดูก่อนที่จะวางลงบนถาดและดันกับไปหาเจ้าของ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ผมถูกใจคุณจริงๆนั้นแหล่ะ” ชายคนนั่นหัวเราะเสียงดัง และเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นท่าไขว้ห้างและเอามือตบน่องตัวเองตอนหัวเราะ

“ก็คุยธุรกิจกันไม่ใช่รึ มันก็ต้องมีการกำหนดราคาต้นกันก่อนแล้วค่อยทำการตัดสินใจเงื่อนไข,ระบุรายละเอียดและคุยเรื่องราคาอีกที” เคิร์กพูดพร้อมกับชี้ไปยังตัวแทนฝ่ายการเงินที่เป็นผู้หญิงสวมแว่น และเธอก็พยักหน้า

“อ่ะแฮ่ม” ชายคนนั้นไอก่อนที่จะเก็บขากับจัดชุดให้เรียบร้อย “ผมไม่เอาเงินหรอกน่ะ” เขาตั้งเงื่อนไขก่อนเลย

“ว่ามาสิ ถ้าทางเรารับได้ก็อาจจะไม่มีการต่อราคา” เคิร์กพูดพร้อมกับถอดชุดนอกสีแดงออกมาแขวนไว้บนเก้าอี้ “หรือจะเอาแบบเดิม?” เขาสัมผัสโต๊ะเพื่อเปลี่ยนให้มันกลายเป็นแผนที่แบบดิจิตอล

“ครับ” เขาพูดพร้อมกับยิ้มระรื่น

“หืม เอางั้นก็ได้ แต่คราวนี้อยากได้แบบไหนล่ะ” เคิร์กมองไปยังตัวแทนคนอื่นๆ

“โน่วๆ ถึงแบบนั้นแต่ครั้งนี้ผมอยากจะได้คนมาช่วยธุรกิจเฉพาะทางของผม”

“ถ้าเป็นกำลังพล ฉันก็พอคัดเลือกที่เหมาะสมให้ได้ แต่..” เคิร์กที่ได้ยินแบบนั้นจึงคิด กองกำลังของพวกเขาอาจจะมีกำลังพลน้อยก็จริง แต่ก็มากพอที่จะบริหารจัดการระบบภายในกองกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่เขาจะเจียดคนออกไปนั้นถ้ากำหนดตารางเวลาดีๆก็ใช้ว่าจะทำไม่ได้ แต่กับพ่อค้าอาวุธตรงหน้าการขอคนมาช่วยงานน่าจะมีความหมายแอบแฝงที่ลึกกว่านั้น

“คุณเคิร์กครับ” พ่อค้าอาวุธกำมือก่อนที่จะเอนตัวไปด้านหน้า “ผมเองถือว่าเป็นพ่อค้าอาวุธสายกลางที่มีลูกค้ามากมายก็จริง แต่สุดท้ายสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดก็คือผลประโยชน์...”

“โดยที่ผลประโยชน์ที่ว่านี้ไม่ใช่แค่เงิน,สมบัติ,ที่ดิน,ทรัพยากรและอำนาจ นายพูดแบบนี้มาหลายครั้งจนฉันจำได้แล้ว” เคิร์กบายมือ

“โฮะ ขอบคุณที่ทวนคำพูดของผมก็แล้วกัน” เขาพ่นควันก่อนที่จะเคาะเถ้าออก “ผมต้องการทหารฝีมือดีมาทำงานให้ผมสักหน่อย ซึ่งแน่นอนว่ามันเกี่ยวกับศึกที่ผมเคยพูดไป”

“แต่เธอพอจะการันตีได้ไหมว่าข้อมูลของพวกเราจะหลุดออกไป และไม่มีใครสาวมาถึงตัวเรา” เคิร์กถามข้อนี้ให้แน่ใจ

“พ่อค้าอย่างเรานั้นเองก็ต้องรักษาสัญญามิเช่นนั้นก็จะเสียความน่าเชื่อถือ กฎข้อนี้พ่อค้าอาวุธเถื่อนเองก็ต้องทำตาม” เขาอธิบายกฎคราวๆ

ซึ่งสำหรับเคิร์กมันก็จริงอยู่เพราะการที่พ่อค้าอาวุธผิดสัญญาก็มีสิทธิ์ที่จะถูกสังคมโลกมืดสั่งเก็บได้เหมือนกัน และข้อตกลงที่เคิร์กให้กับพ่อค้าอาวุธรายนี้ตอนก่อตั้งกองกำลังใหม่เองก็มีกฎที่ว่าไม่แพร่งพรายข้อมูลของทั้งสองฝ่ายออกไป ทั้งเขากับพ่อค้าอาวุธคนนี้ต่างก็มีฐานะที่ไม่ธรรมดาบนเวทีโลก

“โอเค แต่ทางเราเองก็อย่างรู้รายละเอียดทั้งหมดเช่นกันเพื่อความเหมาะสมในการคัดเลือกเจ้าหน้าที่และความปลอดภัย”

“ตามสบาย” เขาพูดก่อนที่จะลุกขึ้น “ผมจะรอในห้องพัก ถ้าพวกคุณตกลงกันได้แล้วค่อยไปแจ้งให้ทราบที่ห้อง อ่อ! และก็ถ้ามีเรื่องเพิ่มเติมก็ให้สอบถามบอดี้การ์ดZ คนนี้ได้” เขาผายมือไปยังบอดี้การ์ดสวมแว่นกันแดนผิวคล้ำสูงเจ็ดฟุต ทางบอดี้การ์ดเองก็โค้งคำนับให้กับผู้เป็นนายกับแขกของเขา

“เชิญ เดียวผมจะให้คนไปส่งที่ห้อง” เคิร์กพูดก่อนที่จะให้ลูกน้องสองคนที่อยู่ข้างกายเขาส่งแขกคนสำคัญไปที่ห้องพัก

เมื่อผู้เป็นนายออกไปจากห้อง บอดี้การ์ด Z ก็ออกไปยืนรอด้านนอกตามมารยาทเพื่อให้คู่ธุรกิจทำการตัดสินใจเป็นการส่วนตัว

“เราเชื่อเขาได้หรือเปล่า” ชายในชุดทหารพูดขึ้น

เคิร์กที่ได้ยินจึงไอเบาๆ “มันก็เหมือนกับเราไว้ใจเทย์นั้นแหล่ะ เขาคนนี้เราก็ต้องระวังตัวไว้ด้วย”

ไม่มีใครรู้ว่าเทย์ไม่ใช่มนุษย์ เคิร์กแค่บอกว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นผู้มีอำนาจคนหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังตัว แต่เรื่องที่ว่าเทย์ไม่ใช่มนุษย์เริ่มแดงหลังจากการรายงานของโฮชิโนะ คนที่เคยคบค้าสมาคมกับเทย์เริ่มลือเรื่องแปลกๆออกมาก และการพวกเขาได้ทำการติดต่อกับเหล่าโคบอล์ตก็ทำให้เรื่องของเหล่าอมนุษย์กลายเป็นหัวข้อเด่นของช่วงนี้

มันก็เลยไม่แปลกนักที่พ่อค้าอาวุธคนนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสัตว์ประเสริฐที่ไม่ใช่มนุษย์ตามที่ร่ำลือกัน

แต่ถึงอย่างนั้น เคิร์กก็เป็นคนที่รู้ความจริงเกี่ยวกับพ่อค้าอาวุธคนนี้ดีที่สุด และภรรยาเขาเองก็เหมือนกัน

“ท่านค่ะ เราได้รับข้อมูลแล้ว จะทำการวิเคราะห์รายละเอียด”

“อืม” เคิร์กตอบรับ

แวบ!

ภาพสามมิติลอยเหนือโต๊ะประชุมของพวกเขา เนื้อหาภายในเรียกเสียงฮือฮาให้กับตัวแทนภายในห้อง

เคิร์กมองไปยังข้อมูลภาพที่ล่องลอยด้วยความตั้งใจก่อนที่จะหมุนไหล่

“ยังเหมือนเดิมเลยน่ะ” เคิร์กหัวเราะในลำคอ “ยังคงฝันที่จะเป็นราชาอยู่เหมือนเดิม”

ซึ่งแนวคิดแบบนี้เคิร์กเองก็ไม่ได้เกลียด แต่ค่อนข้างชอบด้วยซ้ำ เพราะความทะเยอทะยานเป็นคุณสมบัติที่ทำให้มนุษย์พัฒนา ความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์เองก็มาจากความทะเยอทะยาน

‘วันหนึ่งฉันจะเป็นพระราชา’

“ถึงจะดูเพ้อฝัน แต่ในยุคนี้ก็เป็นไปได้ล่ะน่ะ” เคิร์กพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน

“คำสั่งของฉันคือให้ความร่วมมือกับโครงการนี้ ใครไม่เห็นด้วยมาหาฉันได้”

เขาทิ้งประโยคนี้ก่อนที่จะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้และนั่งกอดอก

 

“ท่านครับจะดีหรือครับ” บอดี้การ์ดร่างยักษ์แสดงความคิดเห็นให้กับผู้เป็นนาย

“มีเหตุผลเป็นพิเศษอะไรหรือเปล่า” พ่อค้าอาวุธที่นอนอ่านหนังสือเก่าๆบนโซฟา ตอนนี้เขาถอดรองเท้ากับชุดนอกออกและกำลังนอนอย่างสบายใจ

“อย่าว่ากระหม่อมอคติเลยน่ะครับ” บอดี้การ์ดก้มหัวอย่างมีมารยาท “เคิร์ก นอร์แมนเป็นคนที่ทะเยอทะยานถึงเขาจะรักษาคำพูด แต่เขามีสิทธิ์ที่จะเป็นศัตรูของท่านในภายหลัง”

“งั้นคนที่คิดจะครองโลกอย่างฉันก็ทะเยอทะยานน่ะสิ” เขาเหล่ตามอง

“ต้องขออภัยที่พาดพิงครับ” เขาคุกเข่าลงกับพูดและก้มหัวจรดพื้น “นายท่านมีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่อย่างการกอบกู้ประเทศเพื่อเทิดทูนบรรพบุรุษ สายเลือดของพระองค์เป็นโลหิตทิพย์ของจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พอกระหม่อมต้องเปรียบเทียบพระองค์กับเจ้ากักขฬะนั้นก็...”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” นายเหนือหัวเราะก่อนที่เขาจะนั่งพิงโซฟา “ฉันจำเป็นต้องให้เคิร์กมีชีวิตอยู่ต่อไป” เขาพูดพร้อมกับดูรูปหมู่เก่าๆที่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง

“การใหญ่อย่างการกอบกู้ประเทศมันไม่มีทางสำเร็จได้ในรุ่นของฉัน แต่ความลับของราชอาณาจักรของเรายังไม่พร้อมที่โลกจะรับรู้ ฉันเลยคิดจะให้สการ์เล็ตเป็นตัวเอกบนเวที ส่วนพวกเราเป็นของประดับฉากไปก่อน”

ผู้ติดตามก้มหัว “ต้องขออภัยที่กระหม่อมปัญญาตื้นเขิน”

“ไม่เป็นไร ฉันชอบผู้ติดตามแบบเธอ เพราะคำพูดของนั้นถือว่าเป็นการเตือนตัวฉันไม่ให้ประมาท” เขานึกถึงคำพูดของผู้ติดตาม ถึงเคิร์กจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เคยจับอาวุธและรบเคียงบ่าเคียงไหล่ก็ตาม มันก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีการทรยศหักหลังกันเกิดขึ้น และความจริงที่พวกเขาฆ่าผู้คนมากมายเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จเองก็เป็นเรื่องจริง ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้สิน่ะ

พ่อค้าอาวุธกดปุ่มที่คอเสื้อเพื่อเรียกระบบตัวเลือกสามมิติ

แว๊บ!

ภาพสามมิติระบุข้อมูลมากมายที่บรรพบุรุษของเขาเก็บไว้นับพันปี

เมล็ดพันธุ์ที่โรยไว้นับพันปีเริ่มแตกหน่อ แต่ตอนนี้จะให้ใครก็ตามมาพบกับต้นอ่อนนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นแผนการของพวกเขาต้องยื้อออกไปอีกเป็นพันปี

“มนุษย์” ภาพของมนุษย์พร้อมกับระบุตัวเลขประชากรแสดงบนหน้าจอ

“อัลคาร์ด” ภาพของอัลคาร์ดพร้อมกับระบุตัวเลขประชากรแสดงบนหน้าจอ

“โคบอลต์” ภาพของโคบอลต์พร้อมกับระบุตัวเลขประชากรแสดงบนหน้าจอ

“คิสึเนะ” ภาพของคิสึเนะพร้อมกับระบุตัวเลขประชากรแสดงบนหน้าจอ

“แล้วก็.”

“ท่านครับ” เสียงของบอดี้การ์ด Z ดังขึ้นจากนอกห้องรับรอง

“ว่ามา” เขาตัดสินใจเก็บข้อมูลไว้ก่อนเพราะตอนนี้มีงานเข้ามา

“สการ์เล็ตยินดีให้ความร่วมมือโดยมีเงื่อนไขครับ”

เขาเอนหัว “เคิร์กมันมีเงื่อนไขอะไร”

“เขาบอกว่า ถ้าท่านยินดีที่ให้ค่าจ้างกับให้ทางสการ์เล็ตถือครองหุ้นส่วน เขายินดีที่จะร่วมมือกับแผนการที่ท่านเคยบอกไว้ตอนที่ท่านยังเยาว์”

พ่อค้าอาวุธนั่งขัดสมาธิ ‘มันยังจำได้แหะ นึกว่ามันลืมไปแล้วอีก’

“ท่านครับ จะให้ผมเก็บพวกมันไหมครับ” ผู้ติดตามพูดออกมาอย่างมีมารยาท แต่กับผู้เป็นนาย เขาเห็นรังสีอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน เขาเองก็พอเข้าใจว่ามันคือการจาบจวง แต่เขาที่มองเคิร์กเหมือนกับเพื่อนและคู่แข่งก็ไม่ต่างจากราชาของประเทศหนึ่งกำลังมองราชาของอีกประเทศหนึ่งที่อยู่ติดกัน

“พวกเรายังต้องการกำลังพลของเคิร์ก” เขาพูดพร้อมกับมองไปยังบอดี้การ์ด “ถ้าฉันมีคนอย่างเธอและZอีกสักร้อยคนฉันคงไม่มาร่วมเสวนากับเคิร์กหรอก”

มันเป็นสถานการณ์ที่น่าหนักใจ ทั้งที่ตอนนี้อยู่ในช่วงที่สำคัญที่สุดในการก่อร่างสร้างฐาน แต่ครอบครัวของเขาขาดทหารผู้ภักดี(หรือที่เรียกว่าขาดแรงงาน) ตลอดเวลามานี้จึงจำเป็นต้องจ้างทหารรับจ้างแทนซึ่งเสี่ยงต่อการถูกทางโลกรับรู้ถึงตัวตน พวกเขาจึงใช้การแทรกแซงศาสนาของพวกผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรงเพื่อใช้พวกมันเป็นหมากแทน และมันดันได้ผลดีตรงที่ชาติมหาอำนาจหน้าโง่เลือกที่ใช้งานผู้ก่อการร้ายเพื่อเดินเกมส์ของตัวเองจนไม่รู้ตัวว่า พวกเขานี้แหล่ะที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของโลกยุคเก่า

ครั้งนี้จะไม่เป็นเหมือนครั้งก่อนที่พวกเขาเลือกที่จะกุมบังเหียนเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ว่าครั้งนี้เขาจะเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมสงครามหมากรุกกับพวกอมนุษย์ และครั้งนี้เขาจะไม่พลาดท่าเหมือนกับบรรพบุรุษอีกเป็นครั้งที่สอง




NEKOPOST.NET