P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 104 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.104 - สไนเปอร์


หลังจากที่ระบบหล่อเย็นทำงาน

นาตาเลียที่เตรียมปืนกลติดที่เก็บเสียงในมือกำลังเดินในห้องทานอาหารของสถานีฯที่แสงไฟติดๆดับๆตลอดเวลา

‘ตามัน....’ นาตาเลียมองมือตัวเองที่พร่ามั่ว ไม่ใช่เป็นเพราะว่าแสงไฟที่กระพริบทำให้มองดูปวดตา แต่เป็นเพราะว่าเธอติดเชื้อ เธอเริ่มรู้สึกเหมือนว่าตัวเองตาบอดสีเห็นแต่สีออกเหลืองๆแดงๆ

เธอส่ายหัวก่อนที่จะเรียกหน้าต่างแผนที่ในชุดป้องกันเพื่อระบุตำแหน่งของประตูที่เธอต้องไปซ่อม

“ถ้าไปทางซ้ายจะต้องปีนบันไดหนีไฟขึ้นสี่ชั้น แต่ถ้าไปทางขวาจะต้องมุดท่อระบายน้ำและผ่านช่องน้ำทิ้ง” เธอที่นั่งตั้งท่าเตรียมยิงต้องเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งจากทั้งหมดสองเส้นทาง แต่มันลำบากตรงที่ว่าระบบสื่อสารที่ไม่เสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่แรกต่อให้รวมหัวกันซ่อมก็ไม่มีทางที่จะใช้ได้นาน มันก็เลยเสียถึงคนที่อยู่ในห้องนิรภัยยังคงสามารถส่งแผนที่และมาร์คจุดได้แต่ก็ส่งข้อความตอบกลับไม่ได้

“งั้นไปทางซ้ายดีกว่า” นาตาเลียลองวัดดวง เธอที่เป็นพลซุ่มยิงค่อนข้างชอบอยู่ที่สูงเป็นทุนเดิม ดังนั้นการขึ้นที่สูงจึงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆของเธอ (ที่จริงทางขวาก็ไม่เลวสักเท่าไร การมุดท่อระบายน้ำก็เหมือนกับการดำน้ำหาหอยใต้ทะเลที่เธอทำบ่อยๆตอนอยู่บ้านเกิด แต่การมุดบ่อขี้คงจะไม่น่าพิศมัยสักเท่าไรถึงจะใส่ชุดป้องกันก็ตาม)

นาตาเลียที่เลือกเส้นทางซ้ายปาระเบิดควันไปยังช่องทางด้านหน้าและแอบหลังโต๊ะที่ล้มติดกำแพง

“แฮ่!” มนุษย์กลายพันธุ์วิ่งออกมาจากควัน พวกมันวิ่งพล่านไปทั่วเพื่อหนีออกจากควันของระเบิด

‘6 ตัว ไม่สิมีอีก 2 ตัวที่กำลังคลานอยู่ข้างใน รวมทั้งหมด 8 ตัว’ เธอนับจำนวนของพวกกลายพันธุ์ด้วยเสียงตามสัญชาตญาณของเธอ

นาตาเลียปรับเป็นโหมดเซมิออโต้ก่อนที่จะยิงใส่พวกมนุษย์ที่กลายพันธุ์

กระสุนแต่ละนัดที่ออกจากปากกระบอกพุ่งเข้าศีรษะของพวกมันด้วยความแม่นยำ กระสุนเจาะเกราะแต่ละนัดพุ่งทะลุเป้าหมาย ไม่มีนัดไหนเลยที่พลาดเป้า

‘ขอแค่ไม่ส่งผลต่อฝีมือของฉันก็ยังดี’ นาตาเลียลุกขึ้น ก่อนที่จะเดินไปยังมนุษย์ที่กลายพันธุ์ที่กำลังคลานมาและเหนี่ยวไกเข้าหัว

“น่าเศร้าจริงๆ” เธอพูดพร้อมกับก้มลงดูศพของพวกกลายพันธุ์ตัวหนึ่งที่ถูกเธอยิงทะลุสมอง

รูปร่างของพวกมันใกล้เคียงกับมนุษย์มาก(ก็กลายสภาพจากมนุษย์เกือบทุกตัว) แต่ก็มีลักษณะที่แตกต่างเช่นหัวล้าน ปากมีฟันขึ้นผิดรูปยังกับฟันฉลาม ลำตัวซูบผอม แขนที่หลีบยาวบวกกับขาที่หลีบยาวแบบเดียวกัน ดูเหมือนกับผีดิบตามตำนานสักทีใดสักทีหนึ่ง

‘ฉันจะกลายเป็นอย่างงี้เหรอ’ นาตาเลียดูไปที่ตาของมันที่ดาแทบจะเปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท เธอที่ลองใช้ระบบกระจกเงาก็เห็นว่าตาของเธอเริ่มเปลี่ยนสีเหมือนกัน แต่ฟัน แขนกับขาคงจะหลังจากนี้สิน่ะ

นาตาเลียกดระบบสื่อสารข้างหูและพูดผ่านไมค์

“ถ้าพวกแกไม่ให้เงินกับแม่ฉัน ฉันจะไปฆ่าพวกแกทุกคน”

เธอหวังว่าคำขู่นี้ทุกคนที่กำลังฟังจากปลายสายจะได้ยิน นาตาเลียยอมอาสารับงานนี้ก็เพื่อเงินโดยเฉพาะ

ถ้าถามว่าถ้าตายแล้วจะเอาเงินไปทำไม มันคงเป็นคำถามของพวกโง่ๆที่ไม่มีครอบครัว แต่เธอมีแม่กับน้องๆที่ต้องดูแล เงินก็เลยจำเป็น ถ้าตายในหน้าที่ก็ได้เลื่อนขั้น=เงินบำเหน็จ,เงินบำนาญเพิ่ม และถ้ายิ่งกลายเป็นวีรบุรุษครอบครัวก็จะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น

ตุบ!

พวกมนุษย์กลายพันธุ์ตายทีละตัวเหมือนกับใบไม้ร่วง นาตาเลียสามารถฆ่าพวกมันได้หนึ่งตัวต่อกระสุนปืนไรเฟิลจู่โจมเจาะเกราะหนึ่งนัด กระสุนทุกนัดเจาะกะโหลกของพวกมัน ต่อให้พวกมันจะอึดกว่าคนธรรมดา,มีความสามารถในการฟื้นสูงกับพละกำลังมหาศาลจนสามารถฉีกประตูเหล็กได้ แต่กระสุนเจาะเกราะที่เจาะทะลุสมองก็อีกเรื่อง (ตราบที่กระสุนสามารถเจาะเข้าไปทำลายเนื้อสมองหรือระบบสั่งการโดยตรงได้ความสามารถที่ว่ามาก็ไร้ค่า)

“มันส์มือดี” นาตาเลียที่ยิงทีละนัดระเบิดหัวอย่างมันส์มือเห็นสิ่งผิดปกติตรงหน้า เธอจึงตัดสินใจวางปืนกลในมือก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่สะพายไว้กับตัว

“โฮ่ก” สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่ในสายตาเหมือนกับหมีขั้วโลกผสมกับลิงกำลังพุ่งมายังเธอด้วยความเร็วสูง แถมมันยังฉลาดด้วยการวิ่งสลับซ้าย-ขวาและยังใช้หางกับมือป้องกันจุดตายอย่างหัวกับหน้าอก

เปรี้ยง!

กระสุนปืนไรเฟิลเจาะทะลุหางของมันที่ใช้ป้องกันจนขาดก่อนที่กระสุนจะเจาะเข้าไปในอกของมันจนล้มลง

แต่มันก็ยังไม่ตายและลุกขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้ยังมาอีกตัว

นาตาเลียเตรียมยิงนัดที่สอง นัดแรกเธอแค่ใช้ตรวจสอบความสามารถของข้าศึกเท่านั้น

ปืนไรเฟิลซุ่มยิงต่อต้านอาวุธยุทโธปกรณ์หนักสิบสามกิโลกรัม บรรจุกระสุนเกลียวดัดแปลงขนาด 12.7×108 มม. ตัวขับแรงดันมีระบบใกล้เคียงกับปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง( Recoilless Rifle) ทำให้แรงถีบต่ำสามารถยิงได้อย่างต่อเนื่อง(แถมพันท้ายยังช่วยลดเสียงทำให้ไม่มีเสียงดังระเบิดหูเวลายิงปืนจำพวกนี้ด้วย) และยังเป็นปืนไรเฟิลซุ่มยิงอเนกประสงค์ที่สามารถเลือกอานุภาพการเจาะทะลวงด้วยระบบพลังงานเสริม

นัดแรกที่เธอยิงเธอไม่ได้ต่อระบบพลังเข้ากับรังเพลิงทำให้กระสุนเกลียวแบบดัดแปลงพุ่งทะลวงเป้าหมายแบบธรรมดา แต่คราวนี้เธอจะต่อพลังงานเข้าไปเพื่อเพิ่มอายุภาพการทำลายล้าง

เธอรอจังหวะที่เจ้าตัวใหญ่ตัวที่สองเข้าใกล้ตัวแรกที่กำลังวิ่งเข้ามาเธอ

เปรี้ยง!

กระสุนนัดที่สองที่ชาร์จพลังงานแม่เหล็กพุ่งออกจากลำกล้อง กระสุนนัดนี้มีคุณสมบัติเหมือนกับปืนแม่เหล็กไฟฟ้าแบบรางคู่ขนาน(Railgun)

กระสุนพุ่งเจาะร่างสัตว์ประหลาดตัวแรก แขนของมันที่ใช้ป้องกันกระจุย ลำตัวของมันแหลกเป็นเศษเนื้อ แต่กระสุนยังไม่หยุด กระสุนพุ่งเข้าใส่ตัวที่สองเข้าที่ลำคอ

ลำคอของมันระเบิด เลือดสดๆไหลทะลักออกมา

“มักอึดดีแหะ” นาตาเลียเปิดรังเพลิงของปืนเพื่อระบายความร้อน ข้อเสียของมันเวลาใช้โหมดนี้คือตัวปืนจะใช้การไม่ได้ชั่วคราว แต่ที่น่าสนใจคือไอ้ตัวใหญ่ยักษ์นี้มากกว่า เธอเคยเอาปืนนี้ยิงรถถัง รถถังยังถูกฉีกเป็นชิ้นๆเลย แต่เจ้าตัวนี้กับทนได้แสดงว่าผิวหนังของมันต้องเหนี่ยวจริงๆ

“แต่เอาเถอะ” นาตาเลียเปลี่ยนมาใช้ปืนไรเฟิล และใช้ยิงลูกระเบิดเข้าที่คอที่เลือดไหลทะลักของมัน

ตูม!!!

ระเบิดฉีกหัวของมันออกจากตัว

นาตาเลียถอดปลอกลูกระเบิดออก ก่อนที่จะลองด้อมๆมองๆตรงบันไดหนีไฟในลิฟต์เมื่อเห็นว่าปลอดภัย เธอก็เปิดไฟหน้าและปีนบันไดหนีไฟขึ้นไป

เส้นทางของเธอไม่มีอะไรยากเย็น พวกมนุษย์กลายพันธุ์ลูกกระจ๊อกเจอเธอแจกกระสุนเข้ากบาลก็ตายหมด ส่วนพวกตัวใหญ่ๆก็ใช้ว่าจะไม่มีจุดอ่อนตราบที่เคยมีประสบการณ์ในการรับมือ(สองตัวที่อุตส่าห์เสียแบตเตอรี่พลังงานอันมีค่าไป แต่ไหนๆเธอก็จะตายอยู่แล้วใช้เปลื้องๆก็คงไม่ใครว่า) พวกมันก็มีดีแค่ขนาดเท่านั้น เธอแค่ใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงของเธอยิงเข้าบริเวณข้อต่อจุดใดจุดหนึ่ง ก่อนที่จะยิงข้อต่อเดิมแต่อีกบริเวณก็สามารถตัดแขนตัดขามันได้ และก็สบโอกาสยิงจุดตายสังหารได้อย่างไม่ยากเย็น และพวกตัวใหญ่ก็ไม่ได้มีเยอะ ตามเส้นทางของเธอเจอตัวเล็ก 30+(กระสุนตัวละนัดนี้ก็สบายๆ) ตัวใหญ่ 3 ตัว และมีพวกคล้ายสัตว์อย่างสุนัขอยู่บ้าง แต่ก็สู้ลูกปืนไม่ได้หรอก ขอแค่โผล่ออกมามันก็ตาย แค่นั้นไม่มีอะไรมากมายไปกว่านี้ ‘กระสุนปืนมันเชื่อใจได้จริงๆ’

นาตาเลียปีนบันไดฉุกเฉินในลิฟต์อย่างค่อยเป็นค่อยไปถึงจะบอกว่ากระสุนปืนมันเชื่อใจได้จริงๆ แต่ตอนนี้สติของเธอไม่ค่อยเต็มเท่าไร เธอเริ่มเห็นภาพในอดีตมากมายเหมือนคนเห็นภาพหลอนชวนประสาทเสีย และเธอก็เริ่มหงุดหงิดมากขึ้น มันคงจะเป็นภาพที่เห็นก่อนที่จะกลายสภาพโดยสมบูรณ์ แต่ก่อนหน้าเธอต้องทำภารกิจให้สำเร็จเสียก่อนแล้วค่อยใช้ลูกตะกั่วระเบิดสมองตัวเองก่อนที่จะสูญเสียสติสัมปชัญญะซ่ะ การตายแบบนี้ก็ไม่เลว

การกลายพันธุ์ไม่ได้เกิดอย่างฉับพลันแบบในหนังหรือการ์ตูน แต่มันต้องใช้เวลาและมีหลักการที่เฉพาะเจาะจงตามหลักชีววิทยา

อย่างมนุษย์กลายพันธุ์ที่เธอฆ่าไปก็คือมนุษย์ที่ติดเชื้อแล้วถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าบางอย่างเข้าไปในที่นี้ก็น่าจะเป็นสารกัมมันตรังสีกับคลื่นพลังงานอีเลเมนต์ที่เป็นพิษ แต่ก็แค่เล็กน้อย เพราะถ้าร่างเนื้อโดนสารกัมมันตรังสีกับคลื่นตรงๆก็จะตัวละลายเป็นพุดดิ้งเมื่อกับสหายร่วมรบ ทั้งมนุษย์ ทั้งพวกกลายพันธุ์ก็เหมือนกันๆถึงจะทนเยอะกว่ามนุษย์ก็ไม่ได้แปลว่าป้องกันได้โดยสมบูรณ์

นักสรีรวิทยาสามารถคิดค้นตัวยาที่มีคุณสมบัติระงับการกลายสภาพของเซลล์ได้ในระดับหนึ่งซึ่งก็หมายความว่าถ้าเกิดติดเชื้อขอแค่ใช้เจ้ายานี้ก็สามารถยื้อชีวิตตัวเองออกไปได้ระยะเวลาหนึ่ง และถ้าถึงมือหมอทันก็สามารถทำการเคมีบำบัดเพื่อขจัดเชื้อในตัว แต่ตัวยามันคล้ายกับยาต้านมะเร็ง การใช้มันถี่ๆตัวคนจะตายแทนและยิ่งใช้ต่อเนื่องผลของมันจะยิ่งสั้นลง ทหารคนหนึ่งจึงพกได้คนละไม่กี่หลอดบวกกับระยะเวลาของมันก็ค่อนข้างสั้น และสภาพแวดล้อมเองก็ส่งผลต่อระยะเวลาในการออกฤทธิ์ ชุดป้องกันของเธอไม่สามารถสารพิษภายนอกได้ทั้งหมด สารพิษบางตัวมีคุณสมบัติในการทะลุทะลวงสูงอย่างอนุภาคอีเลเมนตร์ที่ซึ่งจุดที่เธออยู่มีความเข้มข้นสูงมาก มันไม่มีชุดป้องกันตัวไหนเลยที่สามารถป้องกันได้โดยสมบูรณ์ แต่ที่เธอยังประคับประคองได้ก็เพราะตอนนี้ร่างกายเกิดการกลายพันธุ์เธอจึงทนความเป็นพิษได้มากกว่ามนุษย์ธรรมดา

ยิ่งนาตาเลียฉีดเป็นกระปุกก่อนออกมา ผลมันบวกไปบวกมา(มีหักลบเพราะอาการดื้อยากับปัจจัยภายนอก)ทำให้เธอคงสติไว้ได้ แต่เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ส่งผลต่อร่างกายมากกว่าที่คิด(คงจะดื้อยามากกว่าสายพันธุ์เก่า) เธอคงอาจจะเหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมง ซึ่งมีเวลามากพอที่จะทำภารกิจสำเร็จลุล่วง แต่ไม่มากพอที่จะรอคนเข้ามาช่วยได้ทัน ‘โชคไม่ดีเลย ทั้งที่เวลาใช้เหนี่ยวไกมันไม่ต้องพึ่งดวงมากมาย’

 

แต่มันค่อนข้างผิดปกติ เพราะระหว่างทางเธอเจอศพของพวกกลายพันธุ์ ร่องรอยของพวกมันค่อนข้างแปลก ตัวที่ตายเพราะลูกปืนก็มีรูกระสุนทั่วตัว แต่บางตัวกลับแปลกๆ เหมือนกับว่าพวกกลายพันธุ์มันฆ่ากันเอง ร่องรอยการต่อสู้ระยะชีวิตปรากฏให้เห็นเกือบทุกตัว บางตัวถูกทะลวงร่างกาย บางตัวถูกหักกระดูกสันหลัง และมีมากมาย แต่มันไม่น่าใช้ฝีมือของมนุษย์อย่างแน่นอน

ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สนใจเท่าไร เพราะร่องรอยของศพกับสถานที่เธอจะไปมันอยู่คนละฝั่งกัน เธอก็คงปลอดภัยจนกว่าภารกิจจะสำเร็จ

“อ้า! นั้นไง” นาตาเลียที่ดูแผนที่ เงยหน้าไปเห็นไฟที่ระบุชื่อห้องทั้งหมดที่เปล่งแสง สงสัยคนในห้องนิรภัยจะสื่อสารกันรู้เรื่องและช่วยเปิดไฟห้องควบคุม (ถ้าไม่มีไฟ ประตูนิรภัยที่ต้องใช้ไฟฟ้าก็ไม่เปิด และประตูกว่าครึ่งก็น่าจะได้ความเสียหายจนเปิดตัวมือไม่ได้)

 

“โอเค ปรับแรงดันแบบนี้” นาตาเลียดันคันโยกแรกขึ้นสุด และดันคันโยกอันสุดท้ายลงสุด เธอทำตามคำแนะนำที่ห้องนิรภัยส่งมา ตราบเท่าที่ไฟเข้ามันก็ไม่ได้ยากเย็นและยังสามารถชาร์ตพลังงานแบตเตอรี่ปืนหรือเชื่อมต่อระบบสื่อสารเพื่อให้คนในห้องนิรภัยสามารถสื่อสารกันได้ และที่ดีที่สุดคือ นาตาเลียได้รับข้อมูลผ่านหน้าจอของห้องปรับแรงดันว่าตอนนี้หอบังคับการสามารถสื่อสารกับศูนย์บัญชาการได้สำเร็จ

เธอได้รับข้อความจากศูนย์สั่งการของสถานีฯ(แสดงว่าสถานีฯแห่งนี้ยังคงมีทางรอด) เป็นคำสั่งเพิ่มเติมหลังจากที่เธอปิดประตูนิรภัยสำเร็จ ตามข้อมูลเพิ่มเติมของฝ่ายเทคนิค หลังจากที่ปิดประตูเพื่อป้องกันเตาพลังได้สำเร็จ ถ้าเธอสามารถออกไปที่เอเรียด้านนอกเพื่อปิดประตูนิรภัยอีกชั้นที่ยังสามารถใช้งานได้ ทางฝ่ายเทคนิคก็จะสามารถเปิดระบบทำความสะอาดเพื่อล้างสารพิษภายใน กองกำลังที่อยู่ด้านในก็จะสามารถยึดพื้นที่ภายในคืน

ซึ่งมันยากเพราะเวลาของนาตาเลียนั้นอาจจะเหลือไม่ถึง แต่ทางหอบังคับการสัญญาว่าถ้าเธอทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จ นอกจากที่เธอจะสามารถช่วยชีวิตเพื่อนร่วมรบแล้ว ยังช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทางการ (เพราะเครื่องยนต์ของทางสถานีฯยังไม่ได้ถูกทำลายด้วยแรงระเบิด แต่ก็ได้รับความเสียหายกรณีเดียวกับเตาพลังงาน ถ้าสามารถหยุดความเสียหายได้เร็วที่สุด เจ้าหน้าที่ภายในเองก็มีสิทธิ์ที่จะซ่อมสถานีฯแห่งนี้ให้สามารถบินกลับฐานทัพหลักได้อย่างสวัสดิภาพ) ศูนย์บัญชาการยินดีที่จะเลื่อนยศให้เธอเป็นพิเศษ และยินดีที่จะมีสวัสดิการให้กับครอบครัว

นาตาเลียตอบตกลงในทีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง(ถ้าเธอทำได้?) เธอไม่ใช่คนโลภที่ตั้งเลื่อนไขตอนแรกก็เพื่อครอบครัวโดยทำให้ เธอรู้ดีถึงเงื่อนไขต่างๆนานา ถ้าเกิดเธอโลภมากตั้งเงื่อนไจสูงเกินไปก็อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับทหารบางคนและดีๆไม่ดีประการเบื้องบนก็จะอ้างความชอบธรรมให้กับคนอื่นเพื่อที่จะไม่ได้จ่ายเงินให้เธอ(แค่สถานีฯแห่งนี้ทางการก็ลงทุนไปมากมายมหาศาล) การเอาน้อยๆแบบถ่อมตัวจะสร้างความชอบธรรม ทางการมีโอกาสจ่ายให้มากกว่า (ถ้าไม่จ่ายก็มีคนแย้งกดดัน ทางตระกูลที่มักจะหาเรื่องเธอก็ไม่มีสิทธิ์ว่าความอะไรมาก)

ตอนที่เดินเปิดแผนที่เพื่อดูเส้นทางแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดี เธอรู้สึกคันเนื้อคันตัว เธอจึงตัดสินใจปิดประตูห้องชั่วคราวเพื่อลดสารพิษในห้องก่อนที่จะปีนลงไปในห้องนิรภัยที่อยู่ด้านล่าง

เธอที่อยู่ในห้องคิดที่จะเปลี่ยนชุดป้องกันตัวใหม่ ชุดป้องกันสารพิษไม่ได้ทั้งหมดและเริ่มสึกกร่อน ถ้าปล่อยไว้นานเข้าความสามารถในการป้องกันก็จะลดลงตามกาลเวลา การที่เธอคันเนื้อคันตัวก็คงเป็นเพราะสารกัมมันตรังสีกำลังทำร้ายร่างกายเธอ

‘เวลาเหลือน้อยเต็มที’ นาตาเลียดูตามเนื้อตัวเองที่บางส่วนแค่สัมผัสหนังก็ลอกหลุด บางส่วนบวมปูดจนแตกมีเลือดเสียกับน้ำหนองไหลทะลัก (ยาชาช่วยเธอไว้ในระดับหนึ่ง) และยิ่งสีผิวที่เริ่มเปลี่ยนสีกับเส้นเลือดที่บวมปูดทำให้เธอรู้ได้เลยว่า ถ้าเธอไม่ตายเพราะสารพิษก็จะกลายสภาพเป็นเหมือนซอมบี้

นาตาเลียใช้อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อตกแต่งบาดแผลกับระงับอาการบาดเจ็บจากสารกัมมันตรังสีก่อน แล้วค่อยฉีดยาระงับการกลายสภาพที่ยื้อเวลาออกไปอีก (แต่ตัวเธอก็จะเริ่มดื้อยามากขึ้น ตัวยาในครั้งนี้อาจจะระงับการกลายพันธุ์ของเซลล์ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง)

เธอที่ทำแผลไปด้วยเปิดเพลงพื้นบ้านในห้องป้องกันแคบๆเพื่อผ่อนคลาย เธอติดนิสัยฟังเพลงพื้นบ้านก่อนออกรบเป็นประจำทุกครั้ง เพราะเมื่อรู้สึกผ่อนคลายก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการซุ่มยิง (ความเครียดสะสมไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพลซุ่มยิงที่ต้องอดทนและต้องการสมาธิสูง) ครั้งนี้ก็เช่นกันเธอจัดแจงทุกอย่างไปด้วยฟังเพลงไปด้วย

เธอเลือกอาวุธกับเครื่องกระสุนในห้องนิรภัยเพิ่มเติม ยาระงับ แก้พิษ ระเบิด กับอุปกรณ์พื้นฐานเธอก็พกไว้

เครื่องกระสุนที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้ ชุดเกราะที่ติดตั้งบนชุดป้องกัน หมวกนิรภัยที่ติดตั้งกับหน้ากันพิษ และ ฯลฯ เพราะครั้งนี้จะเป็นภารกิจครั้งสุดท้ายของเธอ เธอจึงคิดที่จะผลาญทุกอย่างให้หมดเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง

นาตาเลียดูภารกิจอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เมื่อแน่ใจและทุกอย่างเตรียมพร้อมเธอก็กดปุ่มเพื่อเปิดประตู

ปี๊ด!!!

ประตูแต่ละชั้นที่เชื่อมไปยังภายนอกเปิดออก เธอส่งการควบคุมประตูให้กับบังคับการเป็นตัวควบคุม

ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ!!

เรดาร์ส่งเสียงเตือน จุดสีแดงที่บ่งบอกถึงข้าศึกโผล่พรวดออกมาเต็มหน้าจอ

นาตาเลียเปลี่ยนไปดูภาพของกล่องวงจรปิด

สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จำนวนมากที่ถูกล็อกอยู่ภายในห้องต่างๆวิ่งกันให้พล่าน บางสายพันธุ์เริ่มฆ่ากับอีกสายพันธุ์อื่น แสดงว่าพวกมันยังคงฆ่ากันเองเหมือนกับสัตว์ แต่ถึงกระนั้นจำนวนของพวกมันมากมาย ต่อให้ฝ่าไปถึง 2-C4และปิดมันได้สำเร็จ แต่จะให้ไปปิดประตูด้านนอกก็ท่าจะยาก

“เอาไงเอากัน” นาตาเลียใช้ปืนพกยิงหน้าจอสั่งการในห้องทิ้งพร้อมกับทำลายตัวรับคำสั่งทั้งหมด เพราะตอนนี้เธอต้องการเพียงอย่างเดียวคือสมาธิ และตอนนี้เธอจะทำสิ่งที่เธอไม่ถนัดที่สุด

นาตาเลียเก็บปืนพก เธอหยิบปืนกลหนัก

ประตูห้องที่เธออยู่เปิดออก

แฮ่!

สัตว์ประหลาดโผล่พรวดเข้ามาในห้อง

ปังๆๆๆๆๆๆๆ!

กระสุนปืนยิงสกัดศัตรูที่บุกเข้ามา กระสุนเจาะเกราะสามารถเจาะร่างกายศัตรูได้มากกว่าหนึ่งตัว

“ยิงลำบากชะมัด” นาตาเลียบ่น ปืนกลหนักต่างจากปืนไรเฟิลทั้งสองแบบจริง แรงถีบกับอัตราการยิงทำให้เธอไม่ชิน สำหรับเธอคงจะเหมาะกับการยิงศัตรูที่อยู่กันเป็นกลุ่มเพื่อหวังผล แต่พอกระจายๆกันเธอก็ยิงลำบากมาก ความแม่นยำไม่มีเลย

แคว่ก!

สัตว์ประหลาดที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ผสมสุนัขข่วนเสื้อเกราะที่สวมป้องกันจนขาด

“ฮึม!” เธอใช้ดาบติดปลายปืนตะวัดใส่ สัตว์ประหลาดรู้ตัวและถอยหลบได้ แต่มันก็สร้างโอกาสให้เธอใช้ปืนกลยิงมันให้พรุน

“มากันเยอะจริง” นาตาเลียเสียเปรียบในหลายๆด้าน เธอต้องกะจำนวนกระสุนในรังเพลิงให้เหมาะสมถึงจะมีหน้าจอระบุจำนวนกระสุนที่เหลืออยู่ และปืนมีระบบเปลี่ยนไปใช้ซองกระสุนสำรองเพียงแค่กดปุ่มเดียว แต่จำนวนของศัตรูและความฉลาดของมันทำให้รับมือลำบาก กระสุนปืนแต่ละนัดต้องสูญเปล่า บางตัววิ่งซ้าย-ขวา กระโดดหลบกระสุนยังกะในหลัง หรือแอบตามเสากับหลังประตู พวกมันคงจะรู้ว่าเธอต้องเป็นฝ่ายออกไป พวกมันก็แค่รอเข้ามา ถึงจำนวนพวกที่ฉลาดจะน้อย แต่พวกที่ไม่ฉลาดก็ยังวิ่งเข้าใส่สร้างความลำบากให้เธอมาก

นาตาเลียค่อยๆเดินอย่างช้าๆทีละก้าวๆ ปืนกลในมือกราดกระสุนไม่หยุด ชุดเกราะที่สวมด้านนอกเริ่มถูกกะเทาะออก บางส่วนของชุดป้องกันรังสีได้รับความเสียหาย

“เราจะระเบิดทางเดิน!!!”

เสียงจากลำโพงดังขึ้นในชั้นทางเดิน

“รับทราบ” นาตาเลียตอบรับ เธอลงไปนอนหงายบนพื้น และใช้แขนหุ้มเกราะกับปืนกลหนักป้องกันใบหน้ากับลำตัว

แฮ่! ฝูงสัตว์ประหลาดอาศัยจังหวะนี้เข้าไปรุมทึ้งเหยื่อขนาดใหญ่

ฉัวะ แคว่ก!!

ชุดด้านนอกที่นาตาเลียใส่ถูกฉีกขาด พวกมันกำลังขย้ำอย่างบ้าคลั่ง

“โอ๊ย!!!” นาตาเลียร้องด้วยความเจ็บปวด ชุดเกราะสองชั้นที่เธอสวมอยู่ค่อยๆถูกฉีก และเธอรู้สึกได้ว่ามีของแหลมคมจำนวนมากกำลังกระหน่ำแทงที่ท้องของเธอ

ปี๊บ!!

บรึ๊ม!!!!!

ทางเดินระเบิดแบบลูกโซ่ ห้องแต่ละห้องระเบิดเรียงกัน

สัตว์ประหลาดถูกแรงระเบิดอัดกันจนปลิวว่อนรวมไปถึงตัวที่รุมทึ้งนาตาเลียอยู่

เมื่อฝูงสัตว์ประหลาดถูกซัดด้วยแรงระเบิดทำให้นาตาเลียที่ตัวหนักเพราะชุดสามารถพับแขนพับขาเพื่อป้องกันความเสียหายได้

ร้อนมาก!!!!

อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันกำลังเผาพวกที่ยังมีชีวิตรอดทั้งเป็นรวมไปถึงตัวเธอเอง แต่ชุดป้องกันชั้นนอกยังคงสามารถป้องกันได้ ถึงกระนั้นอุณหภูมิที่สูงมากเกินไปย่อมเผาทำลายทุกอย่าง กระจกนิรภัยเริ่มละลาย ชุดเริ่มไหม้ และที่แย่ที่สุดคือแผลที่ท้องของเธอที่ตัวเธอใช้มือกดไว้กำลังถูกเผาด้วยความร้อนสูง

อ๊า!!!!!”  นาตาเลียร้องลั่น ความเจ็บปวดกำลังเริ่มล่ามต่อเนื่องไปยังร่างกายส่วนอื่น ร่างกายของเธอจะทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว

 

ฟู่ว!!

ทางเดินพ่นไอเย็นยะเยือกอย่างฉับพลัน ทางหอบังคับการได้เปิดระบบดับเพลิงอัตโนมัติเต็มพิกัด

“แฮ่กๆ!” นาตาเลียที่นอนอ้าแขนอ้าขาดูมือตัวเองที่มีรอยเลือดที่แห้งสนิท เธอค่อยๆลุกขึ้น ถ้าเป็นคนปกติคงจะนอนรอความตาย แต่เธอที่กำลังกลายสภาพ(แล้วใช้ยากดเอาไว้) ทนอาการบาดเจ็บได้ดี

เธอลุกขึ้นอย่างช้าและดูสภาพชุดของเธอ

“ดูไม่ได้เลย” ผิวด้านนอกสุดของชุดป้องกันถูกความร้อนละลายจนยังกับยางมะตอย เธอจึงตัดสินใจที่ถอดชุดป้องกันชั้นนอกสุดออก

แกร๊ก!!

ชุดที่สามารถถอดด้วยปุ่มเดียวปล่อยไอน้ำออกมาทั่วตัว ส่วนที่เป็นโลหะของชุดถอดส่วนที่เป็นเนื้อผ้าออก นาตาเลียถอดชุดที่เหลือออกจนเหลือชุดป้องกันบางๆตัวเดียว แต่มันก็ทำให้เธอสามารถขยับได้สะดวกกว่าเมื่อกี้ที่กลายเป็นหม้อหุงเข้าเดินได้

“แต่มันยังเจ็บอยู่ อึก” เธอดูช่องท้องของตัวเองที่มีแผลไหม้ ก่อนที่จะใช้ปืนพกยิงกบาลสัตว์ประหลาดที่กำลังกระเสือกกระสนคลานเข้ามา

“อย่างน้อยเจ้าหนูนี้ก็ยังปล่อยภัยดี” นาตาเลียขัดปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่ไร้รอยขีดข่วนเพราะเก็บใส่กล้องนิรภัยที่เธอแบกไว้ ถ้าเกิดมีเจ้านี้อยู่เธอก็ไม่กลัวอะไรแล้ว

นาตาเลียยกมือให้กับกล้องวงจรปิดสำรองว่าเธอยังทำภารกิจไว้ แต่ก็ไม่ได้มีการตอบกลับเพราะลำโพงถูกทำลายไปกับการระเบิดเมื่อครู่ และเจ้าตัวก็น่าจะรู้ดีว่าคงจะไม่สามารถสื่อสารกันได้อีกต่อไป ทางคนในห้องนิรภัยก็ต้องพนันให้เธอทำภารกิจให้สำเร็จไม่งั้นก็จะตายกันหมด

‘แต่ฉันไม่ชอบพนัน’ นาตาเลียคิดในใจ เธอต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ห้ามล้มเหลว พวกกลายพันธุ์ส่วนใหญ่ถูกแรงระเบิดเมื่อกี้กวาดไปเยอะ ตัวที่ยังเหลือก็คงไม่สมส่วน ความเร็วก็คงตก โดนซ่ะขนาดนั้นคงไม่มีตัวไหนวิ่งหลบลูกตะกั่วได้อีก

นาตาเลียแบกสังขารตัวเองไปตามทาง เธอระเบิดหัวศัตรูทุกตัวที่เข้าใกล้ด้วยปืนกลในมือ (แต่แรงถีบมันทำให้เจ็บแผลที่ท้องชะมัด)

การเดินทางของเธอนั้นสั้น เพียงแค่แปบเดียวเธอก็มาถึงประตูชั้น2-C4 (แรงระเบิดช่วยทุกเวลาไปเยอะ)แต่การที่จะปิดมันค่อนข้างลำบากเพราะต้องใช้แรงปิด ถึงประตูจะมีร่องเพียงเล็กน้อย แต่น้ำหนักของมันก็ก็ทำให้ตัวเธอที่บาดเจ็บอยู่คงไม่มีแรงปิดสนิท จะทำอย่างไร?

น่าจะมีของที่ยังใช้ได้อยู่

“ใช่!” นาตาเลียวางปืนไรเฟิลพาดประตู เธอเจอรูสำหรับรับไฟฟ้าและหยิบสายไฟเชื่อมปืนไรเฟิลกับประตูนิรภัย

ปี้บ!

มันได้ผล ประตูนิรภัยที่ใช้แรงยาก แต่ถ้ามีไฟฟ้าก็สามารถใช้งานได้ เธอออกคำสั่งให้ประตูเปิดก่อน

ประตูนิรภัยเปิดทางให้เธอออกไปด้านนอก

“อุ๊บ!” ลมจากภายนอกพัดเข้ามาด้านใน มันมีสารพิษทั้งรังสีกับอีเลเมนต์ซึ่งเข้มข้นกว่าด้านในหลายเท่า เห็นทีการไปปิดประตูด้านนอกคงจะเหลว

“ไม่ได้ ไม่ได้ ต้องสำเร็จ” นาตาเลียเดินออกไปก่อนที่จะดึงสายไฟที่ชาร์ตพลังงานให้กับประตู

ปึง!

ประตูที่มีพลังงานสามารถปิดได้สนิท นาตาเลียที่เช็คดูแล้วว่าสำเร็จจึงถอนหายใจ ตอนนี้ครอบครัวของเธอคงจะได้เงินมากโขอยู่ ถ้าทำอีกอันสำเร็จครอบครัวเธอก็จะปลอดภัยจากภัยอย่างอื่น

“เอ๊ะ?”

นาตาเลียรู้สึกผ่อนคลาย ราวกับว่ากำลังแช่สปาอย่างหรูหลังจากที่ลุยหนักมาทั้งวัน ตามตัวของเธอที่น่าจะแสบๆคันๆเพราะสารพิษ มันหายเป็นปลิดทิ้ง เนื้อตัวโล่งสบาย

แปร๊บ! “โอ๊ย!” เธอร้องเสียดัง ผิวตัวของเธอกลับมาเจ็บอีกรอบ

ซู่ว! “เอ๊ะ?” อาการเจ็บหายเป็นปลิดทิ้ง

แปร๊บ! “อีกแล้ว!!!!”

ซู่ว!

แปร๊บ!

“เลิกแม่งสักทีได้ไหม!!!!” นาตาเลียตะโกน เจ็บไม่เจ็บแบบนี้ จะบ้าตาย สมงสมองไปหมด

“ต้องรีบแล้ว” นาตาเลียไม่สนใจชีวิตแล้ว เพราะยังไงก็ต้องตาย วิ่งมันทั้งอย่างนี้แหล่ะ เมื่อคิดได้เธอก็แบกปืนไรเฟิลและวิ่งไปที่จุดหมายโดยไม่สนใจชีวิต

ตามทางเธอพบศพของทั้งมนุษย์จากหลายฝ่ายและพวกกลายพันธุ์นานาชนิด ซึ่งดูตายอนาถมากกว่าตัวที่เธอเคยเจอมาทุกตัว

ข้างหน้าต้องมีบางอย่างเป็นแน่




NEKOPOST.NET