P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 103 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.103 - Scorched earth (4.Concurrent [Nara])


ผมชื่อว่านาระ ไม่สินาระเป็นชื่อที่องค์หญิงอลิซาเบธแห่งตระกูลเวอร์มิลเลี่ยนตั้งให้ผมเมื่อตอนที่คุณหนูกำลังเล่นคำภาษาญี่ปุ่นที่บ้านพักตากอากาศโดยเอาตัวเลขเจ็ดที่อ่านว่านานะผสมกับคำราเมงที่กำลังทานเป็นมื้อกลางวัน แต่ตอนนั้นคุณหนูยังเด็กมากเกินไปเจ้าตัวก็เลยเรียกเพี้ยนไปจากตอนแรกจะตั้งชื่อว่ารานะ คนอื่นก็เริ่มปรับให้เป็นนาระที่ออกเสียงคล้ายกับเมืองๆหนึ่งของญี่ปุ่นแทน

แล้วทำไมผมถึงไม่มีชื่อเหรอ คือว่ามันไม่จำเป็น เดิมทีผมเองก็ไม่ใช่มนุษย์ที่เกิดมาเหมือนคนปกติและไม่ได้มีเจตจำนงที่สืบทอดมาจากใครด้วย

ผมเป็นเพียงแค่มนุษย์โคลนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  

ตั้งแต่เกิดมาผมก็รับฟังคำสั่งของคนอื่นมาโดยตลอด และไม่เคยคิดที่จะปฏิเสธคำสั่ง เพราะทุกคำสั่งที่ผมได้รับมาล้วนแต่มีเหตุผลใบแบบของมันเอง

ผมรอดชีวิตจากการทดลองมากมาย ชีวิตของผมในหนึ่งวันก็มีแต่การนอนแช่ในหลอดแคปซูล ถูกผ่าตัด และอัดสสารมากมาย เวลาผ่านไปเนินนานจนผมจำไม่ได้เลยว่าผมมีอายุเท่าไรนับตั้งแต่เกิดมา

ทุกอย่างก็ยังคงดูปกติ ผมถูกเลี้ยงในแคปซูล โดปยาต่างๆนานา เจาะเลือด ผ่าตัด ชำแหละร่างและประกอบใหม่วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ก็น่ะผมเองก็มีความสุขดีเพราะต่อให้เจ็บมากแค่ไหนสักวันมันก็หายและก็เจ็บใหม่วนลูปแบบนี้เหมือนเดิม

จนกระทั้งวันหนึ่ง เขาถูกเลือกให้เป็นคนรับใช้ส่วนตัวให้กับองค์หญิงน้อยแห่งเวอร์มิลเลี่ยน

เนื่องจากพวกผมที่ถูกสร้างขึ้นมาจะไม่มีทางปฏิเสธคำสั่งกับทรยศตระกูลเป็นอันขาดจึงมั่นใจในเรื่องของความซื่อสัตย์

ตอนที่ผมได้รับหน้าที่ เห็นว่าผมเป็นคนรับใช้คนที่เจ็ดซึ่งเป็นคนล่าสุด ส่วนคนก่อนหน้านั้นเสียชีวิตในหน้าที่หมดทุกคน

ผมรับใช้คุณหนูมาตลอด 2 ปี ผมรู้สึกได้ถึงความสุข และไม่แปลกใจเลยที่คนรับใช้คนก่อนๆถึงยอมสละชีวิตเพื่อคุณหนู เพราะความสุขนี้ผมเองก็ยอมถวายชีวิตเหมือนกัน

วันเกิดอายุครบ 10 ปีของคุณหนูอลิซาเบธ คุณหนูได้พาผมไปพบกับเพื่อนๆของคุณหนูที่เจ้าตัวแอบติดต่อกันอย่างลับๆ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คำว่า คำสั่ง ที่ผมเคยยึดมั่นมาโดยตลอดก็เริ่มสั่นคลอน

 

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! แกร็ก! แกร็ก!

กระสุนหมด

นาระที่กำลังเหนี่ยวไกปืนต้องรีบเก็บปืนของตัวเองกลับมาหลังจากกระสุนหมด

“แฮ่” สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่สบโอกาสจึงกระโจนใส่เหยื่อของตัวเอง หวังที่จะตะครุบและฉีกเป็นชิ้นๆ

นาระก้มตัวลง เขารอจังหวะที่สัตว์ประหลาดเข้าระยะของเขา

ตูม!

สัตว์ประหลาดใช้มือทั้งสองข้างทุบนาระ แต่นาระเอียงตัวหลบอย่างรวดเร็ว กำปั้นจึงทุบลงพื้นแทน แต่พื้นที่ทำจากโลหะยังบุบลงไปลึกมาก บ่งบอกถึงพละกำลังของมันเป็นอย่างดี

“ฉลาดแค่ไหนสัตว์ก็ยังเป็นสัตว์อยู่วันยังค่ำ” นาระที่เอียงตัวหลบใช้ท่อนล่างดีดตัวขึ้นเพื่อหลบหนวดสองหนวดที่เป็นหางของสัตว์ประหลาด

ครืด!

กำแพงทั้งสองฝั่งถูกหางตะวัดจนมีรอยยาว นาระจึงปาระเบิดดาวกระจายสองดอกปักตรงร่องที่สัตว์ประหลาดทำไว้ทั้งสองฝั่งก่อนที่ตัวเองจะกระโดดชิ่งกำแพงไปตรงเพดานและอาศัยพละกำลังทั้งหมดพุ่งตัวใส่สัตว์ประหลาด

สัตว์ประหลาดคำรามก่อนที่จะตั้งท่ายืนสองขา มันกางแขนทั้งสองข้างเพื่อไว้คว้าเหยื่อที่เข้าระยะจับ และใช้หางเพื่อควบคุมทิศของเหยื่อที่กำลังพุ่งเข้ามา

ปี๊บ ตูม ตูม!

นาระกดระเบิดที่เข้าเตรียมเอาไว้ ดาวกระจายระเบิดทั้งสองดอกทำการระเบิดพร้อมกัน อานุภาพของมันอาจจะไม่แรงพอที่จะล้มสัตว์ประหลาดตัวนี้ ระเบิดคงจะทำให้มันแสบๆร้อนๆ แต่สำหรับนาระมันเป็นโอกาสที่หอมหวาน

นาระพุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดตอนที่มันใช้มือทั้งสองข้างป้องกันใบส่วนหัวกับลำคอของมัน เขาใช้มือซ้ายจับที่ร่องนิ้วของสัตว์ประหลาดก่อนที่จะเอาเท้าเหยียบที่สะโพกของมันแล้วออกแรงยัน

“ฮ้าก!” สัตว์ประหลาดคำราม นิ้วมือของมันถูกหัก มันจึงพยายามใช้หนวดทั้งสองแทงเหยื่อของมันให้เป็นรู

นาระที่รู้ทันใช้มือขวาจับที่หัวของมันและกระโดดโดยใช้หลังของมันเป็นที่รอง ตัวของเขาถูกเหวี่ยงโดยมีหัวของสัตว์ประหลาดเป็นแกนหมุน

ทันทีที่เท้าของนาระแตะพื้น เขาก็ใช้มืออีกข้างคว้าที่คอของมันและออกแรงจับสัตว์ประหลาดยักษ์ทุ่มลงพื้น

ปึก!

ยิ่งน้ำหนักเยอะ เวลาถูกทุ่มก็ยิ่งได้รับบาดเจ็บหนัก สัตว์ประหลาดใหญ่ถูกนาระที่ใช้หัวของตัวมันเองเป็นจุดหมุนจับทุ่ม แผ่นหลังของมันกระแทกพื้นเสียงดังสะนั่น

“ฮ่อก!” สัตว์ประหลาดพยายามใช้มือกับหางโจมตีคนที่ทำลายมันจนเจ็บหนัก แต่ศัตรูของมันไม่ค่อยแล้ว

นาระง้างมือขวาขึ้น เขาสะบัดมือเพื่อถอดถุงมือ และกางนิ้วทั้งห้าก่อนที่จะจิกไปที่หน้าผากของมันและออกแรงดึงสุดแรง

แคว่ก!

เสียงเหมือนกระดาษหรือผ้าถูกฉีก ผิวหนังกับกล้ามเนื้อหุ่นศีรษะของสัตว์ประหลาดถูกฉีกติดมื้อของนาระ และนาระเองก็หลบหางของมันที่แทงเข้ามา

เขาปิดฉากเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ด้วยการคว้าหางของมันเสียบเขาที่ลูกกะตาของมันเอง การใช้ความสามารถของศัตรูล้มศัตรูก็ถือว่าเป็นวิถีแห่งการต่อสู้

“อ้า!” สัตว์ประหลาดพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่นาระไม่ปล่อยให้มันรอด เขาออกแรงยึดร่างของมันไม่ให้ขยับไปไหน และใช้มือขวาแทงทะลุลูกตาของมันและงัดออกจนเนื้อสมองกระจัดกระจาย

ตุบ

สัตว์ประหลาดถูกนาระงัดกะโหลกที่เหลือของมันออก ร่างของมันนอนนิ่งกับพื้น สมองที่ถูกอัดจนแหลกเหลว ไหลลงมากองบนพื้นยังกับเยลลี่

 

นาระยืนสะบัดมือของตัวเองก่อนที่จะเดินไปหยิบถุงมือมาสวม

นี้เป็นตัวที่ 14 แล้วสำหรับวันนี้

นาระหมุนไหล่ตัวเองก่อนที่จะมองไปยังกองซากศพของพวกสัตว์ประหลาดที่ถูกเขาประเคนกระสุนจนนอนแน่นิ่ง

เขาที่บุกเดียวเพื่อฆ่านิลต้องเจอกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน สถานีฯแห่งนี้ถูกโจมตีด้วยกองกำลังหลายฝ่าย นาระจึงสู้กับทหารจำนวนมากก็ต้องเจอกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงสายพันธุ์ใหม่ จนเสียเวลาไปเยอะ เขาหวังว่านิลมันยังติดแหง่กอยู่ที่นี้ จากแหล่งข่าวที่ได้รับมา มหาสหพันธ์โลกคิดที่จะใช้ขีปนาวุธนิวเคลียร์รุ่นใหม่เผาทำลายที่นี้ทิ้งเพื่อลบความจริงของที่ทั้งหมด

แต่เขาก็ไม่กลัวทั้งนั้น อาวุธที่เขาใช้ทั้งหมดถูกประดิษฐ์ให้กับเขาที่เป็นมนุษย์ดัดแปลงสายพันธุ์พิเศษ และตราบเขาไม่ได้อยู่ในระยะที่ขีปนาวุธระเบิดเขาก็ไม่เป็นไร ร่างกายของทนอุณหภูมิได้พันกว่าองศา ทนสารกัมมันตรังสีได้มากกว่าแมลงสาย และยังทนความเป็นพิษของสิ่งแปลกปลอมที่เกิดกับมิติได้ผิดกับสิ่งอื่น

ถ้าดูๆไปเขาอาจจะเป็นยอดนักรบที่เกิดมาเพื่อสู้และไม่มีทางที่จะแพ้ใคร แต่ตัวนาระรู้ดีที่สุด สิ่งที่เขามีนั้นไม่เพียงพอที่จะเอาชนะตัวต้นที่พระผู้เป็นเจ้าได้เลือกเฟ้น

นิลในตอนนี้ยังคงอ่อนแอ แต่ข้างตัวก็มีคนที่ต่อสู้เพื่อเขามากมาย ทุกครั้งที่นาระกำลังจะปลิดชีพได้สำเร็จ ทุกครั้งก็จะมีคนเขามาช่วยให้รอดชีวิตเสมอ ดังนั้นสิ่งที่นาระทำได้มีเพียงอย่างเดียวคือ แข็งแกร่งขึ้นทุกครั้ง

ยิ่งเวลาผ่านไปพลังของนิลจะเริ่มตื่นขึ้น ทรงพลังมากขึ้น เลวร้ายมากขึ้น เพราะแบบนั้นก่อนที่จะนิลจะกลายเป็นตัวต้นที่ชั่วร้ายที่สุด นาระก็ต้องแข็งแกร่ง ทรงพลังมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อเป็นพลังหยุดยั้งเพียงหนึ่งเดียว

แต่ที่น่าชิงชังที่สุดคือร่างกายของนิล ร่างกายนั้น....... โถ่เว้ย!!!

“เอ๊ะ?” นาระที่กำลังปีนป้ายบนเพดานเห็นบางอย่างกำลังคืบคลานในกองซากศพ เขาจึงเพ่ง วิสัยทัศน์ของเขาอาจจะเห็นได้ลำบากเพราะสารพิษทำให้วิสัยทัศน์ของเขาย่ำแย่เหมือนกับคนธรรมดาที่ไม่สามารถมองทะลุวัตถุโปร่งแสง วันหลังคงต้องไปอัดยาเพิ่มความสามารถอีก

กึก!

นิ้วของนาระที่ใช้ปีนป้ายสั่นเทา เขาเจอเป้าหมายทั้งชีวิตของเขาแล้ว

ไม่รอช้านาระใช้มือกับเท้าทำลายเพดานด้านบนก่อนที่จะตีลังกาไปแอบตรงมุมมืดของห้อง

กึก ตุบ!

เศษเนื้อสุกกับซากเพดานตกพื้นทำให้นิลที่อยู่ด้านล่างมองขึ้นมาด้านบนอย่างระแวงระวัง ถึงอย่างนั้นนิลก็ไม่มี่ทางเห็นเขาได้ นิลอาจจะสามารถมองเห็นทะลุม่านหมอกเหล่านี้ แต่ก็ไม่สามารถมองเข้าไปในที่อับแสง

เพดานขนาดใหญ่หล่นทับกองเนิน ซากศพกับเศษเหล็กถูกทับจนแบบเป็นเนื้อบด แต่อย่างที่เขาคิดนิลสามารถหลบได้อย่างไม่ยากเย็น

“หืม?” นาระที่ค่อยๆปีนกำแพงลงไปยังมุมอับอีกจุดเห็นสิ่งผิดปกติ

“หมอนั้นขาขาด? แล้วอยู่ในสภาวะ Ascend” นาระที่เข้าใกล้นิลจึงเห็นนิลที่กำลังเตรียมอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง นิลที่เสียขาไปคงจะขยับตัวลำบากบวกกับร่างกายที่มีผิวซีดกับเส้นผมสีแดง สภาวะนั้นคือสภาวะ Ascend  ที่เด่นด้านพลังแห่งมิติแต่ด้อยในเชิงกายภาพ นิลที่ความจำเสื่อมคงจะเริ่มได้รับความทรงจำกลับมาจนควบคุมการเปลี่ยนสภาวะ แต่ก็แค่นั้น นิลไม่มีทางที่จะเอาชนะเขาได้เลย (แต่ขอแค่อย่ามีตัวจุ้นเข้ามาแบบทุกครั้งก็พอ)

สภาวะ Ascendทำให้นิลไม่รับผลกระทบของสารกัมมันตรังสีและอีเลเมนต์ทั้งในรูปของคลื่นกับอนุภาค ซึ่งนาระสังเกตนิลที่จ้องมองร่างกายตัวเองตลอดเวลา เขาจึงคิดเอาเองว่านิลคงจะยังไม่รู้ว่าสภาวะทั้งสองสภาวะของตัวเองทำอะไรได้บ้าง  สิ่งที่นาระต้องทำก็คือการล่อให้นิลเข้าสู่อีกสภาวะหนึ่ง แค่นั้นก็ฆ่ามันได้แล้ว

นาระตัดสินใจพุ่งตัวใส่นิล แต่เขาจงใจไม่ทุ่มสุดตัวเพราะเขาเองก็ต้องระวัง ถ้าเกิดว่านิลเปลี่ยนเป็นสภาวะdescendตอนก่อนที่เขาจะถึงตัว(ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นผิด) นิลจะสามารถคงบดขยี้นาระได้ในเวลาเพียงชั่วอึดใจ

นาระตัดสินใจพุ่งตัวโดยใช้แขนทั้งสองข้างไขว้เป็นกากบาทเพื่อบดนิลให้กระดูกหักทั้งตัว

แว่บ!

เปรี้ยง!

นิลหันมาป้องกันโดยเล็งปืนมาทางเข้าและเหนี่ยวไก แต่นาระไม่ปล่อยให้ยิง

ผัวะ!

เขาใช้แขนซ้ายทำลายปืนจนแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่นิลเองยังไม่ยอมจบ เขาใช้คมของเศษปืนทิ่มใส่นาระเพื่อสร้างความเสียหาย

“เล่นง่ายไปหน่อยนะ” นาระใช้แขนซ้ายกระแทกข้อมือของนิลและยันข้างไว้ ส่วนขาทั้งสองข้างที่แตะพื้นก็ออกแรงเกร็งเพื่อไม่ให้นิลในสภาวะAscendหลุดออกไปได้โดยง่าย

ซู่วส์!

‘เริ่มแล้วสิน่ะ’ นาระได้ยินเสียงเหมือนไฟช็อตเบาๆ (เบาพอๆกับเสียงยุง) ทำให้เขาหวั่นไหว สีผิวของนิลเริ่มเปลี่ยนสีอย่างฉับพลัน เขาเห็นบริเวณที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เขาเห็นประกายพลังสีน้ำตาลอ่อนเคลื่อนผ่าน สีผิวกับสีขนก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

ชัดเลย หมอนี้ยังไม่ควบคุมไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนไปตามกลไกของร่างกายเหมือนกับระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม สภาวะAscendก็เพื่อป้องกันตัวเองจากสารพิษและที่เปลี่ยนเป็นสภาวะDescendก็เพื่อป้องกันแรงกระแทกอย่างฉับพลัน

นาระถีบลูกเตะใส่นิลเพื่อสร้างระยะเพื่อล่อให้นิลเปลี่ยนสภาวะให้ถี่ขึ้น

“ฮึม” นิลกลิ้งไปด้านหลัง ในเมื่อเขาไม่มีขา นาระจึงคิดว่านิลคงจะใช้แขนทั้งสองข้างปัดขาออก

‘หึ! อย่างที่คิดทุกอย่าง’ นาระที่มีสัมผัสเหนือมนุษย์เห็นร่างกายของนิลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลครู่หนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงตอนที่ยันขาเขาออก แต่นาระต้องการให้นิลเปลี่ยนสภาวะจริงๆไม่ใช้การปฏิกิริยาตอบสนองชั่วขณะ

นาระออกแรงกดขาจนนิลตัวติดพื้น ทันทีที่นิลตัวแตะพื้น นาระก็ใช้ขารัดคอนิลและบิดตัวตั้งลงในท่าตั้งฉาก

‘รีบๆเปลี่ยนซ่ะสิ’ นาระค่อยๆเพิ่มแรงมากขึ้นทีละนิดอย่างช้าๆ วิธีนี้สามารถป้องกันเวลานิลเปลี่ยนสภาวะฉับพลันทำให้เขาเสียเปรียบ (ปฏิกิริยาตอบโต้ฉับพลันของมนุษย์) แต่ถ้านิลไม่ยอมเปลี่ยนสภาพเขาก็สามารถที่จะรัดคอให้ขาดใจตาย (เขาลืมไปว่าถึงเขาจะไม่ออกสุดแรง แต่นิลในสภาวะนี้ก็จะกระดูกคอแหลก)

นาระค่อยๆออกแรงมากขึ้น แต่นิลที่ยังอยู่ในสภาวะAscendก็ยังพยายามดิ้นรน

“นึกไม่ถึงเลยที่ยังพยายามทั้งที่อยู่ในร่างนี้”

‘ทนดีนัก ถ้างั้น..’ นาระเปลี่ยนวิธีใหม่ เขาถอดถุงมือ

“หือ?” ‘คอมันแข็งขึ้น? หึ!ฉันคิดถูกแล้วสิน่ะ’

“ย้าก!”

นิลออกแรงทั้งหมดดันตัวขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้นาระที่ขี่อยู่บนตัวลอยตามแรง แต่นาระก็ยังล็อกคอของนิลไว้จนกระทั้งนิลออกแรงดึงตัวกลับ

“เสร็จฉันละ อัก...” นาระรีบปล่อยขาของเขาที่ตรึงนิล และตีลังกาลงไปนั่งย่องๆบนพื้นก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้น

‘โธ่เว้ย! เวลานี้เนี่ยน่ะ’ นาระพยายามประคับประคองสติของตัวเอง ร่างกายของเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว เส้นเลือดด้านไหนเริ่มไหลไม่เป็นจังหวะ กล้ามเนื้อเริ่มไม่ฟังตามที่เขาสั่ง นาระเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว

“แกอ่อนลงเยอะเลยน่ะนิล” นาระพูดเยาะเย้ยนิลเพื่อที่จะพยายามระงับหัวใจของเขาที่เต้นเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ

นิลมองหน้าเข้าด้วยสีหน้างุนงง แต่ภายใต้สีหน้านั้น นาระเห็นแววตาที่กำลังมองถึงบางสิ่งที่น่าขยะแขยง

‘อย่าใช้ร่างกายของเขาทำหน้าแบบนี้ อุก!?’  นาระที่เผลอปล่อยให้ความรู้สึกร้อนรุมกลืนกินจิตใจทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายใน ซึ่งนาระคิดว่าเขาคงจะสู้ได้เพียง50/50เท่านั้น

 “งั้นจะแนะนำตัวอีกที” นาระถอดหน้ากากเพื่อแนะนำตัว เขาพยายามระงับอารมณ์ที่แปรปรวนในหัวใจของเขา

“ฉันชื่อว่านาระ”  ‘กิติ....’

“นาระ?!” นิลอุทานชื่อนี้ แววตาของเขาเปลี่ยนไปทำให้นาระรู้สึกแปลกประหลาด เขาเห็นเพียงแค่แวบเดียวก็จริง มันเป็นแววตาที่น่าคิดถึงเหลือเกิน

แต่ที่น่าบัดสบที่สุดคือแววตานั้นถูกใช้โดนไอ้สารเลวนั้น!!!

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องนึกก็ได้” เขาบิดหัวตัวเองไปมาก่อนที่จะตั้งท่า “เพราะเดียวแกก็จะตายตรงนี้แหล่ะ” นาระฉีกรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวใส่เป้าหมายก่อนที่เขาจะกระโจนใส่นิลที่ยกแขนขึ้นป้องกัน

ร่างกายของพวกเขาปะทะกันในระยะเผ่าขน นิลกับนาระเกลื้องกลิงไปตามพื้นที่สกปรก ทั้งคู่ต่างใช้อวัยวะที่ยังว่างอยู่แลกใส่กันอย่างรวดเร็ว หมัดกับศอกถูกใช้กับเต็มที่ แต่นาระกำลังโจมตีอย่างคุ้มคลั่ง

‘แย่ละ! ร่างกายของฉันมันไม่ฟังที่ฉันสั่งแล้ว’ นาระพยายามควบคุมร่างกายที่ไม่ฟังคำสั่ง ร่างกายของเขาถูกติดตั้งระบบควบคุมไว้อยู่ ถึงมันจะได้รับความเสียหาย แต่มันยังส่งผลกระทบต่อการควบคุมร่างกายของเขา ถ้าเกิดเขาใช้ร่างกายจนถึงขีดสุด ระบบดังกล่าวจะยึดร่างและเอาร่างกายของเขาไปทำเรื่องแย่ๆ เหมือนตอนที่เขาเจอกับนิลครั้งก่อนที่พูดเหยียดหยามและดูถูกผู้หญิงไซบอร์กทั้งที่เขาไม่ชอบเลยสัดนิด

“อ่อนหัด อ่อนหัด อ่อนหัดจริงๆ” ระบบแฝงของนาระจงใจรับศอกของนิลเพื่อที่จะให้คอตัวเองล็อกแขนข้างนั้นไว้ก่อนที่จะใช้มือจิกไปที่ข้อมือของนิล

‘ถ้าขืนปล่อยให้มันควบคุมไปมากกว่านี้ ฉันจะตายเอาจริงๆ’

ร่างกายนาระได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกที่ผ่านมาทางศอก ร่างกายที่พร้อมเพียงครึ่งเดียวไม่สามารถรับแรงปะทะตรงๆได้ แต่ร่างกายที่ถูกระบบที่ได้รับความเสียหายควบคุมสนใจแค่การฆ่าอีกฝั่งเท่านั้น ซึ่งมันผิดแผนของนาระที่คิดจะฆ่านิลแบบเซฟๆ

“อ๊าก!” นิลถูกนิ้วที่แข็งแรงทรงพลังจิกเข้าไปจนเลือดออกดิ้นรนเพื่อที่จะดึงมันออก

ร่างกายของนาระเอนหัวและใช้แขนกับหัวไหล่หนีบแขนของนิลเอาไว้โดยที่มีกรงเล็บยึดติดที่ไหล่ของนิล

ซู่ว์ ฟู่ว์!

‘ฉิบหาย’ นาระอุทาน ร่างกายของนิลเกินการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน มันต่างจากเมื่อกี้ที่แค่เปลี่ยนสภาวะเพียงไม่กี่ขั้น ครั้งนี้นิลก็การเปลี่ยนสภาวะโดยสมบูรณ์ซึ่งเขาไม่อยากให้เกิด

ร่างกายของนาระหยุดชั่วขณะ

‘อึก’ ระบบควบคุมของนาระหยุดทำงานหลังจากที่สู้แบบฝืนร่างกายมากเกินไป นาระที่ได้ร่างคืนจึงรีบกระโดดถอยหลัง เพราะถึงมันจะแค่เสี้ยววินาที เขาก็รู้สึกได้ ว่าถ้าเกิดเขายังอยู่ในระยะของนิลต่อไปกระดูกทั้งตัวจะถูกบดขยี้ และยัง.....

ซ่า ซ่า ซ่า

มือของนาระมีรอยด่างเกิดขึ้น มือสีขาวซีดของเขากำลังถูกรุกราน

‘แม้แต่เซลล์ก็ยังคิดที่จะกินฉันงั้นเหรอ’ นี้คือความน่ากลัวของนิลในสภาวะ Descend ร่างกายของนิลจะถูกพลังเต็มที่ เซลล์ที่อยู่ภายในร่างกายของเขากับนาระเป็นปฏิปักษ์ต่อกันในสภาวะนี้เซลล์ของนิลจะสามารถทำลายเซลล์ภายในของเขา แถมดูตอนนี้สิ กล้ามเนื้อที่เพิ่มจำนวนขึ้นจากตอนแรกเป็นไอ้ผอมกะหร่องดูอ่อนแอ ตอนนี้มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และก็ และก็.......

 “หึ ฮา ฮ่า ฮ่า นี้ล่ะ” นาระหัวเราะเหมือนคนบ้า เขาดีใจมากทีโชคยังคงเข้าข้างเขาอยู่ ร่างกายของนิลในสภาวะDescendไม่สามารถต้านทานสารพิษกัมมันตรังสีกับอีเลเมนต์ได้(ถึงจะทดมากกว่าคนธรรมดาก็เถอะ) นิลที่ยังไม่เข้าใจคุณสมบัติของสภาวะนี้ดีมีแต่จะใช้การเกินตัวซึ่งอันตรายถึงชีวิต

นาระใช้มือที่กำลังไหม้เพราะเซลล์เผาทำลายตัวเองลูบหน้าตัวเอง หน้าของเขาถูกรุกรานโดยเซลล์ของนิลจนมีแผลเหวอะหวะ เลือดอาบใบหน้า แต่ก็น่ะปล่อยไว้สักพักเซลล์ของนิลจะตายเองและร่างกายของเขาฟื้นสภาพในภายหลัง

“อึดดีแท้/ร่างกายฉัน” ทั้งคู่พูดออกมาพร้อมกัน แต่มีเพียงนาระเท่านั้นที่เข้าใจสิ่งที่นิลสื่อ ส่วนนิลที่กำลังเจ็บๆแสบๆอยู่ไม่ได้เอะใจกับสิ่งที่นาระพูดออกมา

นาระเห็นร่างกายของนิลที่เริ่มมีรอยไหม้กับหนังเริ่มหลุดทำให้เขารู้ดีว่า ถ้าเขากระตุ้นให้นิลออกแรงมากกว่านี้ นิลจะได้รับความเสียหายจากสภาพแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม

‘ใช้แล้วแววตานั้นแหล่ะที่ฉันต้องการ’ นาระเห็นด้วยตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกด้านลบของนิลทำให้เขารู้สึกดี กระชุมกระชวย เพราะความรู้สึกนี้ทำให้ความรู้สึกได้ถึงความเท่าเทียม ความเทียมในการเป็นตัวประหลาด

“แกกับฉัน” นาระดึงแท่งเหล็กที่เสียบอยู่บนพื้นออกมา เขาบีบจนแท่งเหล็กถูกบีบเป็นรอยนิ้ว

‘ฉันกับแก....’ นาระตั้งเข่า กล้ามเนื้อของเขาบีบอัดจนเส้นเลือดที่หุ้มอยู่ภายนอกฉีกจนเลือดอาบก่อนที่จะใช้แรงดีดมหาศาลพุ่งเข้าใส่นิลด้วยความเร็วเท่าเสียง

ต่างก็เป็นตัวประหลาดเหมือนกัน

‘ผมไม่มีอนาคต’

นาระหมุนตัวกลางอากาศและเล็งศีรษะของนิล สายตาที่คมดุจตาของเหยี่ยวโจมตีสุดแรงเพื่อกระตุ้นนิลให้มากขึ้นผ่านการโจมตีครั้งนี้

“ฮ้า!” นิลออกแรงเหวี่ยงแขนซ้ายใส่แท่งเหล็กตามสัญชาตญาณของตัวเอง

แคร่ก!

….

…..

ทั้งนิลกับนาระนิ่งไปชั่วขณะ แท่งเหล็กถูกบิดไปตามแรงของแขนที่เหวี่ยง

“พลังมันมากกว่าที่คิดไว้เยอะแหะ”

นาระนึกพูดพร้อมกับยกแขนเพื่อป้องกันโดยเตรียมใจพร้อมที่จะเสียแขนไว้แล้ว

พลัก! กร๊อป!

“อ๊อก!” นาระกัดฟันจนเลือดออก กระดูกแขนของนาระถูกพละกำลังที่เหนือกว่าอัดจนเละ ‘อย่างน้อยก็ยังไม่ขาด’

‘และก็น่าจะต่อด้วยเสย’ นาระที่อ่านทางของนิลออกอาศัยแรงที่นิลส่งผ่านแขนของเขาช่วยในการหมุนตัวกลางอากาศเพื่อหลบหมัดอัปเปอร์คัต

ฉัวะ!

หมัดของนิลที่พุ่งด้วยความเร็วสูงเฉียดหลังของนาระจนเสื้อที่สร้างมาเพื่อป้องกันถูกเฉือนขาด ‘หมัดมันเร็วดีแหะ’

นาระหมุนตัวก่อนที่จะง้างมือและอาศัยความสามารถของตัวเองสร้างกระดูกที่แข็งแรงกว่าเหล็กกล้าออกมาจากนิ้วของตัวเองและแทงลงตั้งฉากกับพื้นดิน

ฉัวะ!

อย่างที่เขาคิด นิลในสภาวะนี้มีพลังระดับเหนือมนุษย์เฉกเช่นเดียวกันกับเขา(ยังไม่นับที่ว่าพลังเขาลดไปครึ่งหนึ่งด้วย) นิลสามารถเอนตัวถอนหลังหลบกรงเล็บของได้โดยได้รับบาดแผลคล้ายรอยข่วนห้ารอบประดับที่อก

นิลตั้งขาขึ้นก่อนที่จะเตะลูกเตะใส่โดยนาระยังคงอิงแบบเดิมคือการรับความเสียหายให้ได้น้อยที่สุด

เปรี้ยง!!!

กร๊อป แคว่ก ครืด!!!!

“อ้า..” นาระทนต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นที่ไหล่ซ้าย เสียงกระดูกแตก กล้ามเนื้อฉีกขาด ดังกึกก้องในหัวของเขา ‘ทนเข้าไว้ อีกนิดนึงเท่านั้น’

นาระที่ถูกนิลเตะจนกระเด็นใช้มือขับไหล่ที่ใช้การไม่ได้เพื่อควบคุมสมดุลเวลาลงพื้นโดยที่เขาต้องลงพื้นให้ได้นิ่มนวลที่สุดเพื่อลดความเสียหายที่ส่งผลต่ออวัยวะที่ติดกับไหล่ที่ได้รับบาดเจ็บ

“อัก!”

“ตอนนี้ล่ะ” นาระฉีกยิ้ม สิ่งที่อุตส่าห์ยอมเจ็บตัวรอเพื่อการนี้ นิลลงไปทรุดกับพื้น เนื้อตัวของเขามีไอสีเหลืองๆระเหยออกจากตัว ผิวหนังบางส่วนสลายตัวเหมือนโดนน้ำกรดและเริ่มระเหิด ตอนนี้พิษของกัมมันตรังสีได้ซึมลึกลงไปถึงเนื้อในแล้ว

“ได้เวลาแล้วสิน่ะ” นาระบิดกล้ามเนื้อของตัวเองและเดินไปหานิล

“ยังไงซ่ะฉันก็ได้เปรียบกว่าแก” นาระพูดบลัฟ จริงอยู่ที่เขาได้เปรียบ แต่สภาพของเขาในตอนนี้เองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เขาอาจจะต้านทานหรือที่เรียกว่าทนต่อกัมมันตรังสีกับอีเลเมนต์ แต่ก็แค่ต้านหรือทนได้เท่านั้นไม่ได้ป้องกันสมบูรณ์ ตอนนี้อวัยวะภายในของเขาเองก็เริ่มได้รับความเสียหายอย่างช้าๆ และความเสียหายที่เกิดขึ้นก็เร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ขืนปล่อยไว้เขานี้แหล่ะที่จะตายก่อน

‘เจ้านั้นเริ่มรู้ตัวแล้วสิน่ะ แต่ชั่งมันเหอะ มันสายเกินไปแล้ว’ นาระเห็นนิลที่กำลังส่งเสียงร้องอย่างทุกทรมาน นี้เป็นโอกาสดีที่เขาจะกำจัดมันทิ้ง และถ้าทำสำเร็จเจสสิก้าก็จะเป็นรายต่อไป

“เป็นไง สารกัมมันตรังสีอร่อยไหม” เขาแทงเข้าไปในไหล่ของนิล

“อ๊าก!” นิลร้อง และพยายามใช้พละกำลังทั้งหมดรวบรวมไปที่แขนเพื่อดึงมือของนาระออก แต่ก็น่ะถึงDescendจะอึดและทน แต่ทั้งพิษเอย อาการบาดเจ็บเอย สิ่งเหล่านี้จะทำให้พละกำลังลดลง ถ้าจะสู้ก็สู้แบบไม่ใช้กล้ามเนื้อ แต่สถานการณ์ที่ต้องออกแรงมันเป็นไปไม่ได้

“สาร..กัมมันตะ.รังสีงั้นเหรอ?”

‘ปิ๊งป่อง!’

กร๊อป!

‘ยังดื้ออีกน่ะ แต่ก็ดีแล้ว ออกแรงให้เยอะๆจะได้หมดพลัง’ นาระนึกหลังจากที่แขนขวาเขาถูกขยี้จนกระดูกแหลก แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นมันน้อยกว่าไหล่ที่ถูกเตะทีเดียวหายไปทั้งกระดูกและกล้ามเนื้อ พละกำลังของนิลลดลงอย่างเห็นได้ชัดแบบนี้แสดงว่าคงอยู่ในสภาวะDescendได้อีกไม่นาน

‘พยายามใช้แรงที่เหลืออยู่ฉีกแขนฉันทิ้งงั้นเหรอ เสียใจด้วยน่ะ ขอแค่ฉันโฟกัสการสร้างกล้ามเนื้อไปที่จุดใดจุดหนึ่ง ฉันสามารถที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบกล้ามเนื้อได้ ถ้าฉันทำให้กล้ามเนื้อของฉันเป็นแบบเดียวกับกล้ามเนื้อของงูมันก็จบ’

แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียอยู่ เพราะการโฟกัสไปที่จุดใดจุดหนึ่งทั้งที่ตัวเองยังบาดเจ็บอยู่มันอันตราย เพราะร่างกายของเขาต้องใช้ทั้งพลังงานและสารอาหารในการสร้างใหม่ และการเน้นสร้างจุดใดจุดหนึ่งเวลาคลายสภาพต้องใช้พลังงานในการย่อยทิ้งอีก ตอนนี้เขาแค่ทำให้ไหล่ขยับได้แบบกลวงๆก็ลำบากมาแล้ว

ฟู่!

“ฮ่ะ เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วงั้นเหรอ” นาระที่เห็นนิลเปลี่ยนสภาวะเป็นAscend อีแบบนี้แค่ร่างกายที่ไม่สบประกอบก็ฆ่ามันได้เลย ดูมันผิดไปจริงนึกว่ามันจะไม่เปลี่ยนสภาวะและสู้กันให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

“อ๊าก!” เนื่องจากกล้ามเนื้อของนิลอ่อนแอลงฉับพลัน กรงเล็บของนาระที่ออกแรงอยู่ก่อนแล้วจึงทะลวงลงไปโดยง่าย เล็บแทงเข้าไปในเนื้อกระดูก นาระเองก็ใส่เลือดของตัวเองลงไปเพื่อให้มันเป็นพิษต่อร่างกายของนิลอีกทอด ถึงมันจะยังไม่ออกผลในทันที แต่ถ้านิลเกิดยังไม่ยอมอีก เจ้าเซลล์นี้ก็จะช่วยเขาได้มากโข

“โธ่เว้ย!!!”

‘ขออีกครู่หนึ่ง’ กล้ามเนื้อแขนซ้ายของนาระกำลังบีบอัดกัน เขาตั้งใจซ่อมแซมไหล่ก่อนแล้วค่อยไปที่แขน วิธีทั้งหมดนั้นเสียพลังงานเยอะก็จริง แต่ก็คุ้มอยู่

ถ้าเขากางเล็บและปาดคอนิลทิ้ง ถ้าหัวมันไม่ขาดเพราะกระดูกแข็ง เขาก็แค่จับหัวมันและดัดซ่ะให้เลือดพุ่งออกมาจากคอตาย

เปรี้ยง!

“กึก..!?”

นาระดูมือซ้ายที่เกิดเจ็บขึ้นมากะทันหันหลังจากได้ยินเสียงปืน

มือซ้ายของเขาแหละ นิ้วถูกยิงจนกระเด็นกระดอน

“ใคร” นาระใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นบีบเอาไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมากเกินไป และหันไปยังทิศของปืนที่ลั่นไก

เคร้ง!

คนหนึ่งๆในชุดป้องกันขนาดใหญ่ดึงคันรังลูกเลือนเพื่อดีดปลอกกระสุนที่อยู่ในรังเพลิง

นาระเห็นทหารคนนั้นตั้งท่านั่งยิงและพร้อมจะยิงอีกนัด

“หน่อย!” นาระที่ต้องใช้มือขวายึดตัวนิลไว้ทำให้ไม่สามารถหลบหนี แต่ที่น่าเคืองที่สุดคือ นิลมันรอดเพราะมีมือที่สามอีกแล้ว และครั้งนี้เขาเจอคนที่ยิงปืนแม่นพอควร แต่อย่างนั้นขอแค่เขาใช้กระดูกที่อัดแน่นปาใส่ เนื้อมนุษย์ไม่มีทางป้องกันได้แน่

เปรี้ยง!

กระสุนนัดที่สองพุ่งเจาะเจ้าที่เท้าซ้ายของนาระอย่างแม่นยำ

“ชิ!” นาระที่ถูกยิงที่เท้าซ้ายทำให้ขาซ้ายของเขาเหวี่ยงไปตามแรงกระสุน เท้าซ้ายของเขาถูกยิงจนบิดผิดรูป

‘ปืนไรเฟิลซุ่มยิงต่อต้านอาวุธยุทโธปกรณ์ (Anti-materiel rifle) เอาไอ้นั้นมายิงฉันเนี่ยน่ะ’ นาระมองดูเท้าของตัวเองที่ระเบิดกระจุย กระดูกเท้าของเขาทำจากโลหะแบบพิเศษเพราะเขาจำเป็นต้องกระโดดหรือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วโดยใช้เท้าเป็นหลักจึงสร้างส่วนเท้ามาพิเศษและแข็งแรง ตอนแรกที่มือถูกยิงกระจายก็คิดว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายยิงโดนตอนที่เล็บงอกพอดีเลยฟลุค แต่นี้โดนนัดเดียวหายไปเลย

นิลช่วงจังหวะที่นาระเผลอออกแรง

“แย่ละ!” นาระที่เสียสมดุลพยายามใช้เท้าขวาปรับสมดุล แต่คนที่แอบอยู่เนินชั้นสองไม่รอใช้เขาปรับ เจ้าตัวหยิบปืนไรเฟิลจู่โจมแบบเสริมแม็กกาซีนยิงกราด

ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!

นาระไม่มีทางเหลือมากนอกจากการนั่งย่องๆเพื่อป้องกันจุดสำคัญ ถ้าเกิดกระสุนพวกนี้เจาะเข้าใกล้อวัยวะภายในก็มีสิทธิ์ที่สารพิษจะหลุดเข้าไปทำลายด้วยเช่นกัน

กระสุนเจาะเข้าไปในตัวของนาระ เลือดจำนวนมากไหลทะลัก แต่นาระก็เกร็งกล้ามเนื้อป้องกันสุดความสามารถ กระสุนพวกนี้เป็นกระสุนไฟความร้อนสูงซึ่งทำลายชั้นกล้ามเนื้อของเขา แต่ถึงกระนั้นนาระก็ไม่ย่อท้อ เพราะเขายังทนได้อยู่และกระสุนก็ต้องหมด ถ้าเขาอาศัยจังหวะเปลี่ยนกระสุนพุ่งไปหานิลได้ก็เป็นอันจบ

นาระที่นึกถึงนิลใช้ตาซ้ายพยายามมองหา จนเห็นนิลที่คลานไปยังกองศพทหารเพื่อหาอาวุธมาใช้ ‘อาวุธของพวกจีน-รัสเซียมันทนจริงๆ น่าจะพังๆไปซ่ะ’

“ไม่ให้หนีไปไหนได้หรอก” นาระเลิกสนใจกระสุนปืนแต่เปลี่ยนไปยังนิล แทนแต่คนที่ยิงกราดนั้นไม่ได้ยิงสุ่มสี่สุ่มห้า กระสุนทั้งหมดพยายามยิงเข้าจุดตายกับยิงสกัดเป้าหมายทำให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบาก เขาเสียเลือดไปไม่น้อยเลยทีเดียว

แกร๊ก! นาระได้ยินเสียงลั่นไกแต่ไม่มีเสียงปืนจึงรู้ว่ากระสุนแบบดัดแปลงนี้หมดแล้ว

นาระใช้ขาขวาเพียงข้างเดียวที่ยังมีเท้าติดอยู่กระโดดไปตามกำแพงและเพดานโดยใช้ขาซ้ายเป็นตัวช่วย ก่อนที่เขาจะอาศัยแรงทั้งหมดพุ่งลงมายังพื้นเบื้องล่าง

“ช่วยไม่ได้” นิลยกขาทั้งสองชี้ไปยังนาระ เขาเข้าสู่สภาวะDescendอีกครั้ง

‘หมอนั่น....คงคิดจะแลกกันเลยสิน่ะ’ นาระรู้ว่านิลตั้งใจทนต่อพิษเพื่อแลกกับเขา แต่แบบนั้นก็เข้าทางพอดี ดูกันสิว่าเขาจะถูกนิลในสภาวะDescendฆ่าทิ้งก่อนหรือนิลที่อยู่ในสภาวะDescendจะติดพิษจนตายก่อน

ตึก!

นาระใช้มือซ้ายที่เหลือแต่กระดูกแทงทะลุแขนขวาของนิลและยึดไว้ ในขณะที่นิลเองก็ฉวยจังหวะใช้มีดที่หาได้เสียบทะลุแขนขวาของนาระ

“หึม/ฮ่า”

‘มาเลย’ นาระออกแรงสู้กับนิลทั้งที่ตัวเองเหลือพละกำลังเพียงครึ่งเดียว แต่ทั้งคู่ล้วนแต่เจ็บมาก่อน พละกำลังจึงต่างฉวยโอกาสโจมตี ต่างฝ่ายพลัดกันตั้งรับพลัดกันโจมตี

พละกำลังของทั้งคู่นั้นสูสีกันมาก ทุกการโจมตีจะเรียกเลือดได้ทุกครั้ง แต่นิลเองก็ยังมีพลังมากกว่าและกำลังกดดันนาระที่มีพละกำลังด้อยกว่า

นาระรู้ดีจึงต้องใช้การยื้อป้องกันและปัดออกเพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวเองและซื้อเวลาให้ได้มากที่สุดจนนิลแพ้ไปเอง

นิลออกหมัดซ้ายพุ่งตรงเข้าหน้าของนาระจนเลือดสาด แต่นั้นเป็นความผิดพลาด นาระที่เลือดกบปากเอนหัวและใช้คอดันแขนซ้ายออก เขาดึงมือซ้ายที่ติดกับแขนขวาของนิลเขาหาตัวเองทำให้นิลสูญเสียการป้องกัน

นาระรุกหนัก หมัดของเขาเข้าหน้านิลเน้นๆ เขารู้สึกได้เลยว่าหมัดแต่ละหมัดกระทบกับกระดูกของนิลที่แข็งแกร่งจนมือของเขาได้รับบาดเจ็บ

หมับ!

นิลยอมปล่อยมือออกจากมีด (แต่เขาที่ตั้งสติช้าไปจึงกระเทือนสมองไปหลายหมัดอยู่)

เขาใช้มือที่วางรับหมัดของนาระและออกแรงดันตัว

“ฮึ่ม!!” นาระพยายามออกแรงดึงแขนกลับ แต่นิลไม่ปล่อยและยังช่วยดันแรงด้วยโดยที่หน้าผากของนิลได้โขกเข้ากับจมูกของนาระ

พรูด!

เลือดพุ่งออกมาจากจมูกของนาระ

“กรอด!!!” นาระพ่นเลือดในจมูกออกมา แต่นิลอาศัยจังหวะนี้คว้าไปที่มีดและแทงมันเข้าที่อกซ้ายของเขา

“อึก!” นาระที่ตั้งตัวพยายามใช้แขนออกแรงไม่ให้มีดเข้าลึกไปมากกว่านี้

นิลกระโดดขึ้นคร่อมร่างของนาระและใช้มือขวากดมีดที่เสียบทะลุแขนปักบนอกให้ลึกลงไปมากกว่านี้ และยังใช้เข่าขวากดท้องของนาระไม่ให้หนีไปไหน

“หน่อย” นาระหอบแหก แขนขวาที่ว่างอยู่ติดที่แขนซ้ายของนิล ถ้าปล่อยไว้แบบนี้เขาจะถูกฆ่าตาย ‘รีบๆติดพิษตายไปซ่ะ’

“ให้มันได้ยังงี้สิ” นิลดึงแขนซ้ายออกสำเร็จ “แมร่งเจ็บชิบเป๋ง” เขาดูแขนตัวเองที่มีรอยด่างกับรอยไหม้มากขึ้น

“หึ! ถ้าสามารถลากแกลงนรกด้วยก็ถือว่าคุ้มละนะ” นาระยิ้ม เขารู้ดีว่าสารกัมมันตรังสีกับอีเลเมนต์เริ่มทำลายอวัยวะภายในของนิลบวกกับเซลล์ที่เข้าฝั่งไว้ที่ไหล่ของนิลในตอนแรกเองก็ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของนิลด้อยลงไปอีก

ขอแค่มันทนไม่ไหวจนเปลี่ยนสภาวะเป็น Ascend เขาก็จะชนะ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งเขาก็ยังได้เปรียบอยู่มากโข ตราบเท่าที่มีเวลาให้ยื้อ

“โทษทีน่ะ บังเอิญว่ามันไม่มีเวลาให้แกยื้อแล้วว่ะ”

“!!!!!”

“นี้แกไม่สังเกตเลยหรือไงว่าที่ฉันอุตส่าห์ใช้ออกแรงตั้งเยอะ ดันแกมาที่ตรงนี้เนี่ย ไม่คิดว่าฉันมีแผนอะไรเลยหรือไง” นิลพูดดูถูกนาระก่อนที่จะใช้แขนซ้ายที่ว่างอยู่ทับไหล่ขวาของนาระไว้ไม่ให้นี้

นาระที่ถูกกดจนขยับไม่ได้หันหน้าไปยังด้านข้าง เขาเห็นกองซากศพจำนวนมากที่วางถับถมกันอยู่ หรือว่า!!!

‘ร่างกายฉัน’

“ถ้าปล่อยให้อนุภาคอีเลเมนต์ดองศพนานๆมันจะเปลี่ยนศพเป็นสสารที่รอการถูกกระตุ้น..” นิลเปลี่ยนท่า เข้าเอาขากดแขนของนาระที่ถูกยึดติดด้วยมีด ก่อนที่จะใช้มือขวาที่ว่างแล้วหยิบไฟแช็คออกมาจุด

“แก แก ฉันไม่ให้อภัยแกเด็ดขาด” นาระตะโกน เขาทำภารกิจล้มเหลว คราวนี้เขาเป็นฝ่ายแพ้หมดท่า

“ถ้าแกรอดละก็น่ะ” นิลพูดจบก็โยนไฟแช็คที่ติดไฟลงไปในทันที

พรึบ!

ไฟลุกโชติช่วง ศพที่กองกันอยู่ติดไฟกันเป็นทอดๆ จนสถานที่แหงนี้กลายเป็นไฟนรก

“อ๊ากกกกกกกกกก”

นาระถูกไฟเผาทั้งเป็นโดยที่มีนิลกดร่างของเขาไว้ อีเลเมนต์สร้างความเป็นพิษให้กับร่างกายของนาระและเผาผลาญอวัยวะภายในของเขาจากด้านในออกมาด้านนอก

นาระที่ดิ้นทุรนทุรายถูกไฟเผาทุกส่วนของร่างกาย ใบหน้ากับศีรษะของเขาถูกเปลวไฟกลืน ขนทุกเส้นถูกไฟเผาจนกลายเป็นฝุ่น ผิวหนังถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน ในที่สุดนาระจึงไม่ขยับตัว

‘คุณจะทำอะไร!!!!!’ นาระมองเห็นตัวเองในอดีต

‘คุณริสตี้อย่านะครับ’ เขาเห็นริสตี้ที่มองมาอย่างเขาด้วยสายตาเหม่อลอย

‘ขอโทษด้วยครับ’ เขาเห็นเขาที่กำลังอ่ำลาองค์หญิงน้อยที่เขาสาบานว่าจะเคารพรักชั่วชีวิตด้วยหัวใจที่ปวดร้าว

“ฉันยังตายไม่ได้!!!!”




NEKOPOST.NET