P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 102 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.102 - Scorched earth (3.Concurrent [Nil])


ผมชื่อว่านิล อดีตเจ้าหน้าที่ของกองกำลังติดอาวุธที่ขึ้นตรงต่อมหาสหพันธ์โลกนามว่า NABF

สังกัดหน่วยทดสอบยุทโธปกรณ์สำหรับใช้ในกองทัพ

ผมไม่มีอดีตที่ชัดเจน เพราะไม่มีความทรงจำก่อนหน้านั้นแม้แต่น้อย ร่างกายของผมมีการชราภาพช้ากว่าคนปกติทำให้ไม่สามารถสืบหาต้นกำเนิดของตัวเองได้

ปัจจุบันเป็นสมาชิกชั่วคราวของกองกำลังติดอาวุธสการ์เล็ตที่มีอิทธิพลในระดับหนึ่ง 

ผมว่าชีวิตของตัวเองที่ความจำเสื่อมบ่อยๆก็ไม่เลว ถ้าเป็นทหารในสังกัดรัฐ อาจจะได้เกษียณเงียบๆมีเงินบำนาญใช้ หรือไม่ก็พักฟื้นในสถานพยาบาลเงียบๆสบายๆ แต่ชีวิตจริงมันตรงกันข้าม

มันช่างยากลำบาก

ไม่สิ! ต้องบอกว่ามันโคตรเจ็บเลย

ระบบสื่อสารทางจิตที่อลันให้มาก็ดันพังไปกับแรงระเบิด

นิลที่ตอนนี้กำลังคลานต้วมเตี้ยมท่ามกลางซากปรักหักพัง เขาใช้แขนกวาดสิ่งกีดขวางออกจากเส้นทาง บางทีเขาก็ต้องใช้แขนยกลำตัวเพื่อข้ามสิ่งกีดขวาง

ตามเสื้อผ้ากับเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือดกับเศษเนื้อ ราวกับว่าเขาเพิ่งกระโดดลงบ่อเก็บซากสัตว์ในโรงชำแหละ

“บ้าเอ๊ย!”

นิลพลิกตัวนอนหงายก่อนที่จะนั่งเพื่อดูขาของตัวเอง

ตอนนี้เขาไม่มีขา

เขาเสียขาไปตอนที่ถูกระเบิด ร่างกายของเขาปลิวไปตามแรงก่อนที่จะถูกเพดาบที่พังถล่มทับ

นิลที่รอดชีวิตหวุดหวิดเพราะกำแพงด้านหลังพังและมีแท่งเหล็กพุ่งออกมารับเพดานที่หนักเป็นตันให้เขา

เขาตะเกียกตะกายเอาตัวรอด แต่ขาของเขาถูกซากเพดานบางส่วนทับจนไม่สามารถไปไหนได้ แถมแผนที่ขาที่ถูกแรงระเบิดในช่วงแรกยังเหวะหวะจนน่ากลัว ขืนปล่อยเอาไว้เขาจะขาดเลือดตายแทน

เมื่อเห็นว่าของเขาเละและยังถูกทับจนแบบติดอยู่แบบนั้น นิลจึงลองสังเกตการดูเพื่อยังมีคนอยู่เพื่อเขาจะขอความช่วยเหลือในจังหวะจวนตัว

แต่ภาพของเขาตรงหน้ามีแต่ซากศพของทหารจำนวนมากที่กลายเป็นเศษเนื้อเพราะแรงระเบิด แถมยังมีเสียงระเบิดกับเสียงปืนดังขึ้นภายนอก แสดงว่าคนที่ปาระเบิดเข้ามาคงจะคิดว่าคนข้างในนี้ตายหมดไม่ก็ไม่สามารถรบต่อได้จึงไปจัดการส่วนอื่น

นิลจึงต้องช่วยตัวเอง เขาชักมีดออกมาวางไว้ใกล้ๆขาที่ถูกทับ ก่อนที่จะพยายามเอื้อไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่หล่นใกล้ๆ

“ได้ล่ะ” นิลเปิดกล่องออกมาก่อนที่จะเอื้อมไปหยิบเศษผ้าหรือโพลีเมอร์ใกล้เคียงมากองเพื่อเตรียมตัดขา ‘อ้าวไม่มีมีดสำหรับผ่าตัด’

“วู้ ห่ะ เอาละ” เขาใช้เศษโพลีเมอร์วางมารองขาชั้นแรกเพื่อให้ขาอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย เสริมด้วยเศษผ้าที่มีขนาดพอประมาณแล้วต่อด้วยผ้าพันแผลอีกชั้น

นิลฉีดยาชาอย่างแรงที่อยู่ในกล่องใส่ขาทั้งสองข้างก่อนที่จะหมัดขาด้วยยางแน่นๆเพื่อไม่ให้เลือดไหลเวียน

ขณะที่กำลังรอยาชาออกฤทธิ์ นิลก็จุดไฟเเช็คเปิดใช้ไฟแรงสุดและวางไว้ข้างตัวโดยให้ทิศที่พ่นไฟหันออกจากลำตัวก่อนที่จะวางมีดที่เตรียมไว้ตอนแรกลนไฟเพื่อให้มันร้อนจะได้ตัดเนื้อกับจัดการกระดูกได้ง่ายๆ ถ้ามีมีผ่านตัดเขาก็คงใช้มีดผ่าตัดซึ่งเข้าเนื้อได้ง่ายกว่ามีดทหารธรรมดา

หลังจากที่ยาชาเริ่มออกฤทธิ์ นิลจึงฉีดยาห้ามเลือด และใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่าตัดเบื้องต้นเพื่อดึงสิ่งแปลกปลอมกับเศษกระดูกออกจากขาบริเวณส่วนที่ที่อยู่จุดที่จะตัดเพื่อที่จะได้ตัดขาและทำแผลได้ง่ายๆ

‘อันนี้อันสุดท้าย’

นิลที่ดึงสิ่งแปลกปลอมออกและเย็บแผลด้วยด้ายเสร็จจึงใช้เศษผ้ารองมือไว้ก่อนที่จะจับมีดที่ร้อนจัด เขาใช้เศษผ้าพันรอดด้ามจับก่อนที่จะกำมีดไว้แน่น

“เอาล่ะใจเย็นๆ”

นิลใช้มีดเสียบขาซ้ายตัวเองตรงจุดที่มาร์คไว้ โดยเริ่มจากด้านข้างและเริ่มทำการเชือนชั้นเนื้อแต่ละชั้นด้วยมีดทหาร

เขากรีดผิวหนัง ตัดกล้ามเนื้อโดยอาศัยมีดที่ร้อนจัด กรรไกรสำหรับหมอเอาไว้ตัดเส้นเอ็น โชคดีที่กระดูกแตกจึงสามารถใช้มีดกับที่คีบตกแต่งได้ง่าย

นิลใช้เวลาไม่นานหนักก็สามารถตัดขาซ้ายได้สำเร็จ เขาอาศัยจังหวะที่ยาห้ามเลือดออกฤทธิ์ ใช้ผ้าพันแผลกับสำลีเคลือบยาอุดปากแผลไว้ก่อนที่จะใช้ผ้าพันแผลที่วางไว้บนเศษผ้าห่อส่วนที่เป็นแผลอย่างเรียบร้อยและเย็บอย่างเร่งด่วนแล้วห่อด้วยเศษผ้าอีกชั้น

“อ๊า!” นิลรู้สึกเสียวเล็กน้อย เขาดึงขาที่ตัดแร่งเรียบร้อยก่อนที่จะเช็ค เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดี จึงเคลื่อนตัวให้ใกล้กับขาขวาที่ถูก และบิดขาเพื่อจะได้ผ่าได้ง่ายขึ้น

เขาอาศัยวิธีเหมือนตอนแรกจัดการกับขาข้างนี้ แต่ลำบากหน่อยที่มีดเริ่มหายร้อน เขาจึงต้องใช้ไฟแช็คจุดไฟรนมีดเป็นระยะๆ ซึ่งถึงเขาจะฉีดยาชาก็ใช้ว่าจะไม่มีความรู้สึกเจ็บ ยาช่วยบรรเทาได้เยอะแต่ยิ่งปล่อยไว้ก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นเหมือนกับยาหมดฤทธิ์

นิลไม่สามารถฉีดยาชาอีกเข็มได้เพราะฤทธิ์ของยาชาจะมากเกินจนตีกับยาห้ามเลือดจนเกิดผลข้างเคียงทำให้หมดสติได้ ซึ่งในสถานการณ์ที่เขาอาจจะตายได้ทุกเมื่อ(แต่ตอนนี้โชคดี) รีบหนีไปหาวิลคงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

“เรียบร้อย วู้ เจ็บชะมัด” นิลใช้แขนเลื่อนตัวออกมาและดูขาที่ตัดแต่งเรียบร้อยอย่างใจเย็น

“ข้างนอกเงียบแล้วแหะ” ตอนนี้เสียงปืนกับระเบิดเงียบไปแล้ว นิลจึงลองสังเกตรอบด้านอย่างละเอียด

“ไม่มีคน” นิลที่โล่งใจไปเปราะหนึ่งจึงเริ่มคลานหนี

 

ตอนแรกก็ดีอยู่หรอกที่มีถาดติดล้อให้นอนด้านบนและใช้มือแหวกเอา แต่พอไปเรื่อยก็เริ่มลำบาก ศพกับซากปรักหักพังที่กองขวางทางทำให้เขาต้องพึ่งร่างกายตัวเอง

แต่ปัญหาคือการเอาศพคนที่ไม่สมประกอบมาวางทับกันยังกับภูเขาที่มีแม่น้ำไหลเป็นเลือดวางกระจายๆกันแบบนี้ คงจะรู้ได้เลยว่าไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์

“ถ้าทางจะไม่สู้ดีแหะ” นิลที่ต้องแหวกอวัยวะกับกองเลือดที่ท่วมสูงหยิบปืนกลของเอเชียที่สภาพยังดีอยู่เตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตัว และเอาเศษเนื้อกับเศษผ้าเปื้อนเลือดมาคลุมทับทำเป็นชุดพราง(ตามสภาพแวดล้อม)ชั่วคราวเพื่อซ่อนตัวจากสัตว์ร้ายบางตัวที่ยังอาจป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้

พูดไม่ทันขาดคำ

นิลเจอซากสัตว์ประหลาดดังกล่าวที่เหมือนหมีผสมลิงกอริลล่าที่กลายเป็นรังผึ้งนอตายอยู่สองตัว

ลองดูดีๆแล้วรอบๆศพของพวกมันที่ทั้งรูกระสุนเกือบทั้งตัว แผลไฟไหม้ที่มากพอจะทำให้คนธรรมดาตายได้ง่ายๆ แต่พอเขาลองใช้มีดกรีดเนื้อของมันดูก็พบว่าผิวหนังมันเหนียวเหมือนยาง กล้ามเนื้อด้านล่างเองก็หนามากและมีแรงดีดสูง คงจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ทนทานต่อกระสุนปืนกับความร้อน และจากรูกระสุนเขาพบว่ารูกระสุนบางจุดไม่มีแผลด้านล่างทั้งที่ยังมีกระสุนฝั่งอยู่แสดงว่าความสามารถในการฟื้นตัวของมันสูงมาก

สิ่งมีชีวิตชนิดนี้คงจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในสงครามโดยตรง อาวุธธรรมดาๆของทหารราบคงทำอะไรมันไม่ค่อยได้ ดีไม่ดีถ้าเอารถถังยิงใส่แล้วกระสุนรถถังไม่เข้าเป้าจังๆ กระสุนรถถังก็คงจะถูกเบี่ยงออก บวกกับโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่โตพร้อมกับพละกำลังมหาศาล เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้คงจะฉีกรถถังให้เป็นชิ้นๆได้ไม่ยาก

 

ตูม!!!!

!?!?!?!?!?!?

นิลที่เหม่อลอยสะดุ้งเพราะเสียงกับแรงกระแทกสุดรุนแรงราวกับอุกกาบาตชนโลก

มันเกิดอะไรขึ้น!

นิลที่ใช้แขนทั้งสองข้างเกี่ยวราวเหล็กใกล้ๆสุดแรงตามสัญชาติญาณก็ยังต้องตกใจสุดขีด เพราะทั้งแรงกระแทกที่สะเทือนไปถึงกระดูกกับเครื่องในที่สาดกระเซ็นราวกับว่านรกนี้มันไม่สิ้นสุด

เขาได้ยินเสียงกรีดร้องที่ถูกกลบด้วยเสียงระเบิดต่อเนื่อง

เขาได้ยินเสียงแสบแก้วหูราวกับเสียงกระซิบของมารร้ายที่ล่อลวงผู้คน

เขาได้ยินเสียงของผู้คนที่โกรธแค้นดังสนั่นพื้นปฐพี

เขาได้ยินเสียงร่ำไห้ของผู้คนกับเสียงเทิดทูนแทรกซ้อนซึ่งกันและกัน

“ภาพลวงตาอีกแล้ว?” นิลที่ต้องออกแรงทั้งหมดยึดราวเหล็กไว้ต้องหลับตาเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมไม่พอ เขายังไม่ยินเสียงแปลกประหลาดดังก้อง และเขาค่อยๆเห็นภาพทั้งที่ตัวเขาเองยังคงหลับตาอยู่

เขาเห็นภาพของผู้คนตะโกนร้องขอชีวิตและทุกๆครั้งที่เกิดระเบิด ผู้คนมากมายก็จะส่งเสียงกรีดร้องดูน่าเวทนา

เขาเห็นภาพของชายผมสีแดงหางม้าที่ยืนข้างกับผู้ชายที่สวมชุดสีเกราะสีฟ้าที่ปิดบังทุกส่วนของร่างกายกำลังคุยสัญญาอะไรบ้างอย่างกับชายที่นั่งเหมือนคนหมดอะไรตายอยากในคุก

เขาเห็นภาพของคนที่ดูเหมือนคนของสการ์เล็ตกำลังตะโกนกึกก้องด้วยความเครียดแค้น ตรงหน้าของผู้คนเหล่านั้นมีชายคนหนึ่งที่ใช้มือเปื้อนเลือนทั้งสองข้างกุมใบหน้าของตัวเองที่เต็มไปด้วยบาดแผล

เขาเห็นภาพของชายคนหนึ่งกำลังหันหลังให้กับชายคนหนึ่งที่ฆ่าตัวตายด้วยปืนที่อยู่มือ รอบข้างมีเสียงร้องไห้กับเสียงโฮร้องด้วยความยินดีสลับกันไป

 

โครม!!!!

นิลลืมตาขึ้น เขาเห็นแท่งเหล็กเส้นกำลังพุ่งใส่หน้าเขา

“อึย!” เขาพลิกตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด

แต่ร่างเขากำลังตกลงไปบนกองซากศพที่ส่งกลิ่นไหม้

“อ๊อก” นิลนั่งก่อนที่จะใช้มือเสยผม

“เกิดอะไรขึ้นว่ะเนี่ย”

เขาอยู่บนกองเนื้อสุกที่ส่งกลิ่นไหม้แปลกๆ เมื่อเขาเงยหน้ามองขึ้นก็เห็นเบาะโซฟาที่เกี่ยวกับซากเพดานถูกเหล็กเส้นหลายแท่งเสียบทะเล เขาน่าจะตกลงมาจากตรงนั้น และยังดีที่มีกองเนื้อสุกรองรับ ถ้าไม่มีคอคงหักตาย

ตุบ กึก!

เสียงบางอย่างตกพื้นพร้อมกับเสียงฝีเท้า

กึก!

เสียงฝีเท้าดังขึ้นเรื่อยๆ นิลที่หันหลังให้กับทิศเสียงนั่งนิ่งไม่ไหวติ่ง เหงื่อไหลตามตัว เขารู้สึกได้ถึงอันตราย ข้างล่างของเขามีสิ่งไม่ชอบมาพากล

นิลก้มตัวลงก่อนที่จะกลิ้งไปตามเนินเนื้อ เขาหยิบปืนพกที่อยู่ใกล้ๆเล็งไปยังทิศของเสียง

ตรงหน้าของเขาที่เล็งปืนไม่มีสิ่งใดผิดปกติ นิลทำท่าคุกเข่า เอาปืนพกแนบลำตัวมองดูรอบๆอย่างระมัดระวัง

กึก ตุบ!

เศษเนื้อสุกกับซากเพดานตกพื้นพร้อมกับเสียงที่นิลได้ยินก่อนหน้า ในที่สุดเพดานด้านบนที่โครงสร้างถูกทำลายก็ไม่อาจรองรับน้ำหนักได้ไหว

เพดานขนาดใหญ่หล่นทับกองเนินที่นิลตกลงมาก่อนหน้านั้นจนเสียงดังสนั่น ฝุ่นควันพวยพุ่งตลบอบอวล

นิลใช้มือทั้งสองข้างป้องกันใบหน้าด้วยความยากลำบาก เขาในตอนนี้ที่ไม่มีขาปรับสมดุลเวลานั่งไม่ค่อยได้ แรงลมกับฝุ่นก็มากพอที่จะทำให้เขากลิ้งไปด้านหลังหลายตลบ

นิ่งที่มือยังคงถือปืนอยู่ทำแขนตัวเองในแนวขนานกับตัวเพื่อใช้เป็นตัวผ่อนแรงเพื่อที่จะควบคุมสมดุลตัวเอง

‘โชคดีที่เซฟมันดี’ นิลดูปืนพกที่มีระบบเซฟตี้ป้องกันปืนลั่น แต่มันสุดยอดมากที่สภาพปืนได้รับความเสียหาย แต่ก็ระบบเซฟตี้ยังใช้การได้และตัวปืนยังคงใช้งานได้อยู่

นิลนั่งพร้อมกับเช็คซองกระสุนกับสภาพปืน เขารู้สึกไม่สู้ดีในหลายๆความหมาย ทั้งกลิ่นเหม็นที่ไม่ใช่กลิ่นเนื้อไหม้(แล้วเนื้อมันไหม้ได้ยังไง) เนื้อตัวของเขาเรืองแสงสีแดงอ่อนๆ และสีผมของเขา

นิลพอที่จะสามารถควบคุมการเปลี่ยนสีของตัวเองได้แล้ว แต่ตอนนี้เหมือนกับสถานการณ์บางอย่างทำให้เขาต้องคงอยู่ที่สีแดงตลอดเวลา

แว่บ!

!?

นิลยกมือขึ้นป้องกันแรงกระแทกที่พุ่งใส่หน้าเขาด้วยปืนที่อยู่มือ

ผัวะ!

ปืนแตกเป็นเสี่ยง แต่มันสามารถป้องกันการโจมตีที่หมายชีวิตเขา นิลจึงเหวี่ยงเศษปืนที่อยู่ในมือใส่ศัตรู เพราะอย่างน้อยของที่อยู่ในมือก็สามารถสร้างแผลให้กับศัตรูได้

“เล่นง่ายไปหน่อยนะ” ชายในชุดคลุมสีดำมันวาวลายหกเหลี่ยมใช้แขนซ้ายหยุดการโจมตีโดยใช้แขนยันส่วนข้อมือเพื่อไม่ให้นิลออกแรง

ชายคนนั้นยกเท้าขวาขึ้นก่อนที่จะถีบใส่นิล

“ฮึม” นิลที่ไม่มีขาเอนตัวไปด้านหลังก่อนที่จะใช้มือทั้งสองข้างที่ทิ้งปืนไปแล้วช้อนใต้ขาที่ถีบมาและดันขึ้นสูงเหนือหัวตัวเอง

‘แรงบ้าอะไรกัน’ นิลที่พึ่งดันแขนขึ้นต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายออกแรงกดขาตัวเองลงจนขากระแทกเข้ากับไหล่ของนิล

ชายชุดดำม้วนขาตัวเองรัดคอนิลก่อนที่จะบิดตัวลงไปในท่าตั้งฉาก

นิลบิดตัวตามแรง แต่สถานการณ์เขาแย่มาก อีกฝ่ายเกร็งกล้ามเนื้อขาและพยายามที่จะหักคอของเขา

“นึกไม่ถึงเลยที่ยังพยายามทั้งที่อยู่ในร่างนี้” ชายคนนั้นออกแรงมากขึ้น ชายคนนั้นถอดถุงมือสีดำเผยให้เห็นมือสีขาวซีดที่มีเส้นเลือดสีดำมากมาย

“ย้าก!” นิลออกแรงทั้งหมดดันตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนชายที่ขี่เขาอยู่กระเด็นไปด้านหลัง ‘ขามัน.’ แต่ขาของชายคนนั้นยังล็อกคอเขาอยู่ ถ้าเขาไม่ระวังอีกฝ่ายอาจจะออกแรงเสริมไปด้านหลังเพื่อหักคอเขา

นิลจึงใช้แขนจับขาที่ล็อกคอยู่ก่อนที่จะบิดตัวกลับเพื่อให้อีกฝ่ายตีลังกาไปด้านหน้า

ชายชุดดำปล่อยขาที่ล็อกคออยู่เอาดื้อๆ ก่อนที่ตัวเองจะกลิ้งไปตามแรงและลุกขึ้นอย่างช้าๆ

“แกอ่อนลงเยอะเลยน่ะนิล”

นิลที่ได้ยินชื่อตัวเองเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเอามือนวดคอที่เจ็บ มันรู้จักเขา ไอ้สัตว์ประหลาดตัวนี้รู้จักครับ

“งั้นจะแนะนำตัวอีกที” ชายชุดดำถอดหน้ากากกับฮู้ดออก “ฉันชื่อนาระ”

“นาระ?!” นิลที่รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้บวกกับหน้าของชายคนนั้น เขารู้สึกได้ว่าต้องเป็นคนๆเดียวกับที่โจมตียานบินของพวกเขาตอนที่อยู่อเมริกา

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องนึกก็ได้” นาระบิดหัวตัวเองไปมา “เพราะเดียวแกก็จะตายตรงนี้แหล่ะ” เขาฉีกรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวใส่นิลก่อนที่เขาจะกระโจนใส่นิลที่ยกแขนขึ้นป้องกัน

ร่างกายของพวกเขาปะทะกันในระยะเผ่าขน นิลกับนาระเกลื้องกลิงไปตามพื้น นิลใช้หมัดกับศอกของเขาจู่โจมเพื่อผลักอีกฝ่าย เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางเอาชนะศัตรูที่เป็นมนุษย์ดัดแปลง

“อ่อนหัด อ่อนหัด อ่อนหัดจริงๆ” นาระจงใจรับศอกของนิลเพื่อที่จะให้คอตัวเองล็อกแขนข้างนั้นไว้ก่อนที่จะใช้มือจิกไปที่ข้อมือของนิล

“อ๊าก!” นิลถูกนิ้วที่แข็งแรงทรงพลังจิกเข้าไปจนเลือดออก

นาระไม่รอช้าอาศัยจังหวะนั้นเอนหัวและใช้แขนอีกข้างล็อกคอนิลไว้โดยที่มือที่นิ้วเสียบเข้าไปในข้อมือของนิลฉีกปีกเพื่อให้นิลไม่สามารถออกแรงได้ เขาคิดที่จะปิดฉากนิลตรงนี้ล่ะ

นิลหลับตา เขากำลังจะหมดแรง อีกฝ่ายโจมตีอย่างแม่นยำและว่องไว ร่างกายของเขาที่บาดเจ็บมาก่อนหน้านี้ไม่สามารถทนรับได้อีกต่อไป

ดวงตาของนิลปิดสนิท

ซู่! เสียงๆหนึ่งดังเข้าหูของนาระที่กำลังออกแรงหักคอนิลปิดฉาก แต่เขากับต้องรีบปล่อยแขนของออก และโยนร่างของนิลทิ้ง

“อ้า” นาระดูแขนกับขาตัวเองที่สัมผัสร่างของนิล รอยไหม้มากมายเกิดขึ้น “หึ ฮา ฮ่า ฮ่า นี้ล่ะ” เขาหัวเราะเป็นคนบ้าพร้อมกับใช้มือที่เป็นแผลไฟไหม้ถูหน้าของตัวเองจนเลือดเปรอะเปื้อนใบหน้าสีขาวซีด

ใบหน้าของเขาค่อยๆดูมีชีวิตชีวาอย่างช้าๆ นาระเงยหน้ามองฟ้าก่อนที่จะก้มหน้าลง ดวงตาของเขามองไปยังนิลที่กำลังลุกขึ้นทั้งที่ไม่มีเท้า

“ร่างกายฉัน” นิลที่กำลังเดินไปหานาระด้วยสีหน้าเจ็บปวด รู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติกับร่างกายของเขา ตัวเขาร้อนและแสบ

นิลที่กำลังใช้ขาที่ขาดเดินไปหานาระที่มองเข้าด้วยแววตาเคียดแค้น

“แกกับฉัน” นาระคว้าแท่งเหล็กที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นก่อนที่เขาถือแท่งเหล็กพุ่งไปหานิล

ต่างก็เป็นตัวประหลาดเหมือนกัน” เขาคำรามก่อนที่จะหมุนตัวอาศัยแรงเหวี่ยงและความเร็วฟาดแท็งใส่นิลแบบหัวจรดเท้าเพื่อจัดการรวดเดียว

“ฮ้า!” นิลออกแรงเหวี่ยงแขนซ้ายใส่แท่งเหล็กตามสัญชาตญาณ

แคร่ก!

….

…..

ทั้งนิลกับนาระนิ่งไปชั่วขณะ แท่งเหล็กถูกบิดไปตามแรงของแขนที่เหวี่ยง

นิลไม่รอช้า เขาเหวี่ยงหมัดขวาเสยคางของนาระที่ร่างกายได้รับผลกระทบของแท่งเหล็ก

นาระยกแขนซ้ายขึ้นป้องกัน

พลัก! กร๊อป!

แขนซ้ายของนาระหัก หมัดของนิลที่มีแรงมหาศาลทำให้แขนของนาระบิดเบี้ยวก่อนที่แรงส่งของหมัดจะพุ่งเข้าใส่คางของนาระถูกอยู่กลางอากาศ

นาระอาศัยแรงส่งของนิล เขาปล่อยมือและบิดตัวกลางอากาศและใช้แขนขวาตั้งฉากขึ้น

นาระกางนิ้วของตัวเอง กระดูกพุ่งพรวดออกจากนิ้วทั้งห้า เขาเล็งไปที่อกของนิลแล้วแทง

ฉัวะ!

นิลที่ถอยหลังฉับพลัน เขายกเท้าขวาแล้วเตะใส่นาระ

นาระเบี่ยงหัวหลบทำให้ลูกเตะเข้าที่ไหล่ซ้ายของเขา นาระถูกลูกเตะของนิลจนบินออกไปถึง 6 เมตร แต่นาระก็หมุนตัวกลางอากาศและลงพื้นอย่างนุ่มนวล

นิลที่มองดูนาระใช้มือจับหน้าอกของตัวเองที่เป็นแผลฉีกขนาดใหญ่ ถ้าเขาไม่ถอยออกมาคงจะถูกเสียบทะลุตั้งแต่คอทะลุถึงท้อง

แต่อีกฝ่ายก็ไม่น่าไหว แขนซ้ายหัก ไหล่ซ้ายเองที่ดูบุบเข้าไปในตัว ร่างกายซีกซ้ายคงจะขยับลำบาก ถ้าตอนนี้เขาโจมตี เขาต้องฆ่าเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้แน่

ตึก ตัก!

“อัก!” นิลลงไปทรุดกับพื้น เขารู้สึกเจ็บหัวใจและตอนนี้ตามตัวของเขานั้นแสบร้อนทรมานมาก

“ได้เวลาแล้วสิน่ะ” นาระพูด เขาเดินมาที่นิลโดยใช้แขนขวาพยุงไหล่ซ้ายเอาไว้ ก่อนที่เขาจะทุบ “ยังไงซ่ะฉันก็ได้เปรียบกว่าแก”

นิลที่ได้ยินดังนั้นจึงดูที่แขนตัวเอง แขนของนิลในตอนนี้มีรอยไหม้เกิดขึ้นมากมาย หนังบางส่วนหลุดจนเห็นกล้ามเนื้อภายใน เนื้อตัวของเขาปวดแสบปวดร้อนไปหมด

“เป็นไง สารกัมมันตรังสีอร่อยไหม” นาระใช้มือขวาจิกเข้าไปที่ไหล่ซ้ายของนิล

“อ๊าก!” นิลร้อง เขาพยายามใช้แขนทั้งสองข้างบีบแขนของนาระที่ใช้เล็บทิ่มเข้าไปในไหล่ของเขา “สาร..กัมมันตะ.รังสีงั้นเหรอ?” นิลที่เริ่มมองนาระไม่ชัดพูดขึ้น นี้เขากับนาระสู้กันกลางดงสารพิษ งั้นก็แสดงว่าการระเบิดเมื่อก่อนหน้านี้เป็นเสียงระเบิดของหัวรบนิวเคลียร์

กร๊อป! แขนขวาของนาระถูกหัก แต่มือก็ยังจิกอยู่ที่เดิมแถมยังจิกลึกลงไปมากกว่าเดิมจนถึงกระดูก นาระใช้แรงมือกดเข้าไปในเนื้อของนิลจนนิลคุกเข่าลงกับพื้น

นิลพยายามฉีกแขนของนาระ แต่ก็ไม่ไหวแขนของนาระเหนียวและแข็งแรงทั้งที่กระดูกหัก

นาระเริ่มหมุนไหล่ซ้ายที่หัก เสียงกระทบดังขึ้นก่อนที่ไหล่ซ้ายของนาระจะกลับมาหายดีอีกครั้ง รวมถึงแขนที่ห้อยต่องแต่งเองก็เริ่มมีเนื้อปูดบริเวณส่วนที่กระดูกหัก

‘เจ้าบ้านี้ฟื้นตัวเร็วมาก’ นิลพยายามหาจุดอ่อนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะแขนซ้ายที่มีเนื้อขยับไปมากำลังสมานตัว ถ้าแขนของนาระขยับได้อีกครั้ง เขาที่ถูกจิกจนต้องคุกเข่ากับพื้นก็จะไม่รอด

ฟู่!

“ฮ่ะ เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วงั้นเหรอ” นาระพูดหลังจากสีผมของนิลเปลี่ยนเป็นสีแดง และสีผิวก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีขาวอย่างช้าๆ

“อ๊าก!” เล็บของนาระจิกลงไปลึกกว่าเดิม คราวนี้มันแทงเข้าไปในกระดูกจนเกิดเสียงกระดูกแตกดังออกมาจากไหล่

“โธ่เว้ย!!!” นิลพูดออกมา แขนซ้ายหมดแรงจนลงไปวางกองกับพื้นในขณะที่แขนขวายังคงใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดพยายามดึงมือของนาระออก ขณะที่นาระค่อยๆใช้แรงกดดันนิลจนหลังแอ่น

นิลเข้าใจถึงความสามารถของเขาแล้ว ร่างกายทั้งสองมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง ตอนที่เขาเป็นสีแดงเขาจะทนทานต่อสารกัมมันตรังสีได้(และยังทนต่อพลังปริศนาเมื่อตอนอยู่ที่ฐานทัพใต้ดินที่อิตาลี) แต่ก็มีพละกำลังเท่าคนธรรมดา ส่วนตอนเป็นสีน้ำตาล เขาจะมีพละกำลังมหาศาลกับร่างกายที่แข็งแกร่งทำให้เขาสามารถไล่ตอดนาระที่เป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปลงได้ แต่ก็ยังเป็นคนธรรมดาที่ไม่ทนทานต่อสารกัมมันตรังสี

นาระดูแขนซ้ายตัวเองที่หายเป็นปลิดทิ้ง เขาเกร็งนิ้วเพื่อให้กรงเล็บออกมา เมื่อนาระแน่ใจว่านิลขยับไม่ได้แล้ว เขาจึงอ้าแขนออกเพื่อที่จะปาดคอนิลทิ้งซ่ะ

เปรี้ยง!

นาระถูกยิงเข้าที่มือซ้ายที่อ้าออก นิ้วของเขาขาดกระจุยกระจาย

“ใคร” นาระหันไปด้านหลังของตัวเองเพราะทิศของกระสุนมาจากด้านหลัง

เคร้ง!

คนหนึ่งๆในชุดป้องกันขนาดใหญ่ดึงคันรังลูกเลือนเพื่อดีดปลอกกระสุนที่อยู่ในรังเพลิง ทหารคนนั้นตั้งท่านั่งยิง

“หน่อย!” นาระที่ต้องใช้มือขวายึดตัวนิลไว้ทำให้ไม่สามารถหลบได้เพราะเขาคิดที่จะฆ่านิลให้เร็วที่สุด เขาจึงตัดสินใจออกแรงกำมือซ้ายของตัวเองที่แหลกจนมีกระดูกหลุดออกมา เขาคิดที่จะใช้กระดูกเหล่านี้ปาใส่เพื่อทำลายเจ้าชุดเส็งเคร็ง

เปรี้ยง!

กระสุนนัดที่สองพุ่งเจาะเจ้าที่เท้าซ้ายของนาระอย่างแม่นยำ

“ชิ!” นาระที่ถูกยิงที่เท้าซ้ายทำให้ขาซ้ายของเขาเหวี่ยงไปตามแรงกระสุน เท้าซ้ายของเขาถูกยิงจนบิดผิดรูป

‘ตอนนี้ล่ะ’ เนื่องจากนาระถูกยิงทำให้หงายหลัง มือขวาที่จิกเข้าไปในไหล่ของเขาจึงคล้ายตัวออก นิลจึงอาศัยแรงของแขนขวาทั้งหมดดังมือที่เสียบไหล่อยู่ออกไปได้สำเร็จ

“แย่ละ!” นาระรีบใช้เท้าขวาปรับสมดุลและกระโดดไปด้านขวา เท้าซ้ายของเขาถูกยิงจนแหลก ที่จริงเขาจะใช้เท้าที่แหลกเดินหรือวิ่งก็ได้(เหมือนกับที่นิลทำ) แต่มันปรับสมดุลยากมาก และคนที่ใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงก็วางปืนขนาดใหญ่ลงเปลี่ยนมาใช้ปืนไรเฟิลจู่โจม

ปัง ปัง ปัง ปัง!!!! คนๆนั้นสาดกระสุดปืนใส่นาระที่กำลังนั่งย่องๆ

นาระยกแขนทั้งสองข้างเพื่อป้องกันจุดสำคัญ เพราะร่างกายของเขาสามารถทนทานต่อกระสุนปืนกล(แต่กับกระสุนไรเฟิลซุ่มยิงก็คงไม่ไหวเหมือนกัน)

กระสุนเจาะเข้าไปในตัวของนาระ เลือดจำนวนมากไหลทะลัก ถึงจะเป็นอย่างนั้นตราบที่กล้ามเนื้อของเขายังคงสามารถป้องกันอวัยวะสำคัญได้ นาระก็ไม่กลัวสิ่งที่เรียกว่าปืน แต่แบบนี้มันก็น่ารำคาญเหมือนกัน

นิลที่ได้จังหวะจึงใช้แขนข้างเดียวที่ยังใช้การได้อยู่คลาน เป้าหมายของเขาคือกองศพของทหารเพื่อที่จะมีอาวุธอะไรที่ยังใช้การได้อยู่

“ไม่ให้หนีไปไหนได้หรอก” นาระที่ไม่สนใจความเจ็บปวดพูดขึ้น ก่อนที่จะเดินไปยังนิล

เส้นทางที่นาระเดินผ่านมีเลือดไหลอาบจากเท้าและตามตัวของเขาที่เป็นแผลสาหัสสำหรับคนธรรมดา

ในที่สุดปืนก็กระสุนหมด นาระพอจะรู้ว่าปืนไรเฟิลที่ยิงมีการดัดแปลงแม็กกาซีนกับตัวปืนทำให้บรรจุกระสุนได้มากขึ้น และคนที่ยิงยังพยายามเล็งจุดสำคัญทำให้นาระขยับตัวลำบาก แต่พอกระสุนหมดเขาก็สบาย

นิลที่คลานไปถึงศพทหารแล้วหันหลัง เขาเห็นเพียงแค่การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของนาระแบบรางๆเท่านั้น นาระที่ใช้ขาขวาเพียงข้างเดียวกระโดดตามกำแพงและเพดานพุ่งตรงมายังเขาด้วยความเร็วสูง

“ช่วยไม่ได้” นิลยกขาทั้งสองชี้ไปยังนาระ สีผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เขาตั้งใจจะทนอาการบาดเจ็บที่ได้จากสารพิษให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตึก!

นาระใช้กระดูกมือซ้ายของตัวเองเสียบทะลุแขนขวาของนิลที่ยกแขนขึ้นป้องกัน ขณะที่นิลใช้มีดทหารที่ได้จากศพเล็งตั้งฉากกับตัวแท่งทะลุแขนขวาของนาระ

“หึม/ฮ่า” ทั้งคู่ออกแรงกดซึ่งกันและกัน นิลกับนาระใช้ศอกกับเข่าคลุกวงในสวนสลับกัน ทั้งคู่กลิ้งไปตามพื้นสลับกันอยู่บนกับหลัง

พละกำลังของทั้งคู่นั้นสูสีกัน ทุกครั้งที่มีการออกหมัด เลือดจะสาดกระเซ็น เหงื่อจะดีดผิวหนัง

นาระดึงมือซ้ายที่ติดกับแขนขวาของนิลเขาหาตัวเองทำให้นิลสูญเสียการป้องกันเขาจึงใช้หลังหมัดตะวัดหน้าของนิลจนเลือดกบปากและต่อด้วยหมัดเหวี่ยงอีก 3 หมัด หน้าของนิลเต็มไปด้วยเลือด ตาซ้ายของเขาบวมปูด

หมับ

นิลปล่อยมือออกจากมีดและใช้มือข้างนั้นรับหมัดของนาระ เขายึดตัวนาระไว้แน่นและดันตัวออกก่อนที่จะดึงตัวเข้ามาใช้หัวโขกจมูกของนาระ

พรูด!

เลือดพุ่งออกมาจากจมูกของนาระ ดั้งจมูกของนาระหัก

นิลไม่รอช้าเขาคว้ามีดที่ปักแขนของนาระและลากแขนนาระไปด้วย นิลเล็งมีดที่อกก่อนที่จะแทงสุดแรง

“อึก!?” นาระที่เห็นดาวจากการถูกโขกจนสมองกระเทือนร้องออกมา มีดนั้นเสียบทะลุแขนของเขาและปักเข้าที่หน้าอก

นิลกระโดดขึ้นคร่อมร่าง เขาใช้มือขวากดมีดเพื่อตรึงแขนซ้ายของนาระไว้ที่และยังใช้เข่าขวากดท้องนาระเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปไหน

“หน่อย” นาระหอบแหก ความสามารถในการฟื้นตัวของเขาสูงกว่าเพื่อกลายพันธุ์ตัวอื่นๆก็จริง แต่เขาจำเป็นต้องมีสารอาหารและพลังงานในการสร้าง ความเสียหายที่ได้รับมาทั้งหมดกำลังส่งผลกระทบต่อร่างกาย พละกำลังจะถดถอยยืนปล่อยไว้แบบนี้ เขาจะเป็นฝ่ายถูกฆ่าเสียเอง

“ให้มันได้ยังงี้สิ” นิลดึงแขนซ้ายออกสำเร็จ “แมร่งเจ็บชิบเป๋ง” เขาดูแขนตัวเองที่มีรอยด่างกับรอยไหม้มากขึ้น

“หึ! ถ้าสามารถลากแกลงนรกด้วยก็ถือว่าคุ้มละนะ” นาระยิ้ม นิลที่อยู่ในสภาวะสีน้ำตาลมีพละกำลังมากกว่าเขาหลายเท่าก็จริง แต่ก็เป็นเพียงร่างเนื้อของคนธรรมดาๆเท่านั้น สารกัมมันตรังสีที่เสริมอีเลเมนต์สามารถเผาและย่อยร่างของนิลได้ในอีกไม่กี่อึดใจ นิลจะรอดได้ก็ต้องเปลี่ยนเป็นสภาวะสีแดง แต่ถ้าแบบนั้นพละกำลังจะด้อยกว่าคนธรรมดาซึ่งเขาสามารถจัดการได้ในทันที

ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งเขาก็ยังได้เปรียบอยู่มากโข ตราบเท่าที่มีเวลาให้ยื้อ

“โทษทีน่ะ บังเอิญว่ามันไม่มีเวลาให้แกยื้อแล้วว่ะ”

“!!!!!”

“นี้แกไม่สังเกตเลยหรือไงว่าที่ฉันอุตส่าห์ใช้ออกแรงตั้งเยอะ ดันแกมาที่ตรงนี้เนี่ย ไม่คิดว่าฉันมีแผนอะไรเลยหรือไง” นิลพูดดูถูกนาระก่อนที่จะใช้แขนซ้ายที่ว่างอยู่ทับไหล่ขวาของนาระไว้ไม่ให้นี้

นาระที่ถูกกดจนขยับไม่ได้หันหน้าไปยังด้านข้าง เขาเห็นกองซากศพจำนวนมากที่วางถับถมกันอยู่ หรือว่า!!!

“ถ้าปล่อยให้อนุภาคอีเลเมนต์ดองศพนานๆมันจะเปลี่ยนศพเป็นสสารที่รอการถูกกระตุ้น..” นิลเปลี่ยนท่า เข้าเอาขากดแขนของนาระที่ถูกยึดติดด้วยมีด ก่อนที่จะใช้มือขวาที่ว่างแล้วหยิบไฟแช็คออกมาจุด

“แก แก ฉันไม่ให้อภัยแกเด็ดขาด”

“ถ้าแกรอดละก็น่ะ” นิลพูดจบก็โยนไฟแช็คที่ติดไฟลงไปในทันที

พรึบ!

ไฟลุกโชติช่วง ศพที่กองกันอยู่ติดไฟกันเป็นทอดๆ จนสถานที่แหงนี้กลายเป็นไฟนรก

“อ๊ากกกกกกกกกก”

นาระถูกไฟเผาทั้งเป็นโดยที่มีนิลกดร่างของเขาไว้

นิลคิดที่จะใช้นาระเป็นฉนวนป้องกันความร้อนเพื่อย่างสดนาระ ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่านาระออกแรงลงมาก ถ้ายื้ออีกสักนิดก็จบเรื่องจบราวกัน

นาระที่ดิ้นทุรนทุรายถูกไฟเผาทุกส่วนของร่างกาย ใบหน้ากับศีรษะของเขาถูกเปลวไฟกลืน ขนทุกเส้นถูกไฟเผาจนกลายเป็นฝุ่น ผิวหนังถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน ในที่สุดนาระจึงไม่ขยับตัว

“ตายหรือยัง?” นิลดูร่างของนาระที่ถูกเผานอนตาค้างด้วยความระมัดระวัง เขาเองก็ทนอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว ผิวหนังด้านในเขาเริ่มเน่าบวกกับความร้อนจากไฟที่เริ่มส่งผ่านมาถึงตัวเขา ถ้าเจ้าคนที่ชื่อว่านาระยังทนไว้เขาก็คงไม่ไหวแล้ว

นิลหายใจเข้าและถุยก้อนเลือดที่อุดตันอยู่ในคอ สีผมของเขาเริ่มเปลี่ยนมาเป็นสีแดงอีกครั้งอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดเริ่มจางลง และรอยไหม้เองเริ่มลามช้าลง เท่านี้ก็คงสบายขึ้นเยอะ ขอแค่ออกแรงทั้งหมดเขาก็คงไม่แพ้กับคนใกล้ตาย ไม่สิอมนุษย์ใกล้ตาย

“ย้าก!”

!

นิลถูกผลักกระเด็นจนหลังกระแทกกับกำแพง

“อ๊อก!” นิลคิดในใจว่า เขาไม่น่าประมาทเลย แต่มันช่วยไม่ได้ ขืนเขาใช้โหมดสีน้ำตาลนานกว่านี้อีกนิดหนึ่ง สารพิษมากมายจะฆ่าเขา

“ฮ่อ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ” นาระยืนฉีกขา ร่างกายของเขาถูกเผาอย่างหนัก ผิวหนังส่วนใหญ่ถูกเผาเป็นตอตะโกกำลังยืนส่ายไปส่ายมา “ถ้าทางฉันจะยังไม่ตาย อัก!”

“เออ! เดียวก็ตาย” นิลหยิบปืนพกที่ตกอยู่เล็งไปยังนาระ

 

“หยุดทั้งคู่นั้นแหล่ะ” เสียงผู้หญิงดังออกมาจากคนที่สวมชุดป้องกันเป็นภาษารัสเซีย

“หะ?” นิลที่เข้าใจภาษารัสเซียแบบพื้นฐานได้ยินว่าเจ้าชุดพูดว่า หยุดอะไรสักอย่างหนึ่งนี้ล่ะ เอ่อใช่ เจ้าตัวยืนอยู่กับที่ตั้งแต่แรกแล้ว รู้สึกว่าจะ..

ปัง!

นิลชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่จะมองหน้าอกของตัวเอง

“เวร”

นิลพูดสั้นๆก่อนที่วิสัยทัศน์ของเขาดำสนิท




NEKOPOST.NET