P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 0 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.0 - Fate


“เฮ้อ! ฝนตกอีกแล้ว” เอามือกุมหัว “แต่ว่าฝนตกหนักอย่างนี้นึกถึงวันนั้นจังเลยน่ะ” ชายคนดังกล่าวพูดแล้วพลางคิดถึงอดีตที่เพิ่งผ่านไปไม่ถึงปี...

         8 เดือนก่อน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2043 เวลา 21.54น. ณ เวนิส ประเทศอิตาลี

สภาพอากาศฝนตกหนัก

       “นี้ นิล(Nil) เร็วๆเข้าสิคนอื่นเขาพร้อมกันหมดแล้วน่ะ !” ผู้หญิงผมสีทองสั้นแหวกข้าง ผิวขาวเนียน นัยต์ตาสีฟ้ากลมโต ที่มีชื่อแปลกแบบสนิมว่า “Risty” กำลังเรียกผมให้รีบเร่งกว่านี้ หลังจากที่ผมต้องแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อไปเข้าร่วมงานคาร์นิวัลแห่งเวนิส ที่แต่ละคนนี้แต่งซะ อลังการงานสร้าง ที่จริงผมอย่างเห็น Risty แต่งเสื้อน่ะ แต่เสื้องานคาร์นิวัลมันใหญ่จนไม่เห็นสัดส่วนที่น่าชมของเธอเลยแถมยังใส่หน้ากากไซส์ใหญ่ยักษ์ ถึงกับทำให้ท่านชายหลายท่านส่ายหน้า...

         “เอาจริงหรอครับ” ผมถามเธอด้วยความระแวงแบบสุดๆ

         “ก็ เออ สิ พวกเราอุตสาห์มาแล้วน่ะ ก็ต้องเอาของกับมาให้ได้” เธอพูดเสียงซ่ะ จนผมไม่รู้จะเถียงเธอยังไงดี

         อันที่จริงแล้วเราไม่ได้มาเที่ยวงาน แบบชาวบ้านชาวช่องเขาหรอก แต่เรามาขโมยข้อมูลขากบุคคลสำคัญที่มาเที่ยวงานนี้น่ะ พวกเราเป็นหนี่งในกลุ่มคณะปฏิวัติที่มีชื่อว่า “กลุ่ม Specter” แต่โดยส่วนใหญ่ทางการมักจะเรียกพวกเราเป็นกองกำลังกบฏ เผาบ้านเผาเมืองซ่ะมากกว่า

         เดิมที่ผมเองก็ไม่อยากเข้ากลุ่มเลยสักนิดเดียว เป็นเพราะว่าเมื่อ 2 ปีก่อนผมถูกพวกเขาช่วยเอาไว้ แต่ตัวเองนั้นไม่เหลือความทรงจำใดๆเลย เห็นว่าลืมหมดจน จะเรียกว่า “เด็กทารกของยักษ์” เห็นผู้บริหารระดับสูงบอกว่าผมมีอะไรสำคัญสักอย่างเลยเก็บไว้ นี้! ถ้าผมไม่มีอะไรสำคัญนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกเขาจะทำอะไรผม บรืออออ....

         “นิล! พวกเขามาแล้ว”Risty บอกให้เริ่มแผนการได้ทันที

         ผู้นำของกลุ่มติดอาวุธโดนถูกกฎหมาย Protect Intelligent Legacy หรือที่เราเรียกสั้นว่า “PIL”

มีแผนที่จะบุกโจมตีฐานที่มั่นของเราในอีกไม่ช้า ดังนี้พวกเราจำเป็นต้องชิงข้อมูล อาวุธ ยุทโธปกรณ์ เพื่อที่จะชนะในสมรภูมิครั้งนี้

         “นิล ไปเลยเธอสวยมากเลยละ” หล่อนพูดพร้อมมองดูรอบๆตัวผม “ดูสิผมดำขริบยาว เข้ากับกระโปรงชุดสีฟ้านี้น่ะ”

         ถึงกับเครียดเลยครับ ถ้าแค่ปลอมตัวเข้าไปเพื่อขโมยข้อมูลล่ะก็มันก็ของกล้วยๆนะ แต่ว่าไม่รู้ว่า Risty เขาคิดอะไรของเขาก็ไม่รู้ ให้ผมแต่งหญิงเข้าไปในงาน ผมอายจะตายอยู่แล้ว แค่นี้ยังไม่พอ เขายังให้ผมไปเต้นรำกับไอ้เจ้าหน้าที่นั้นอีก โอ้ย! ผมอยากตายยย...

        

         ณ ทางเข้างาน

       ผมเดินเข้าไปในงานด้วยความระมัดระวัง แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหายก็เกิดขึ้น!

       “คุณผู้หญิงนี้สวยมากเลยน่ะครับ คุณสนใจที่จะเต้นรำกับผมสักเพลงไหมครับ”

โอ้ว! พระเจ้าช่วยกล้วยทอด นี้ผมมีผู้ชายมาจีบด้วย ชะรอยงานนี้ไม่น่ารอด มีหวังความแตกแน่เลย แต่ถ้าความแตกผมก็อดข้าว ดีไม่ดีต้องไปเป็นเบ๊ชาวบ้านหลายอาทิตย์ เอาก็เอาต้องตามน้ำให้มากที่สุดหล่ะ ไม่งั้นคนที่ซวยก็คงเป็นผม

         “ผมชื่อว่า Matthew เป็นทายาทของผู้นำองค์กร PIL คนปัจจุบัน” ชายหนุ่มกล่าว พลางยกแขนเพื่อพาผมไปเต้นร่ำ

         เวรแล้ว มีหวังคืนนี้ถ้าจะไม่รอดเก็บไปฝันร้ายเป็นเดือนแน่เลย ยังงี้ต้องรีบทำรีบกลับ ไม่งั้นซวย

         2 ชั่วโมง ผ่านไป ณ ห้องโถง

         โอ้ย! ผมรู้สึกแย่มากเลยครับ ส้นสูงมันเริ่มกัดเท้าแล้ว วิกก็เริ่มหลุด เหลื่อก็เลยออก ผมยิ่งใส่เสื่อผ้าเนื้อบางอยู่ด้วยมีหวังเขาได้เห็นทะลุถึงเนื้อในแน่เลย

         “คุณผู้หญิงครับ? ดูถ้าคุณแปลกน่ะครับ ให้ผมช่วยไหมครับ” โอ้วพี่แกหวังดีหรือคิดเรื่องเลวๆเนี่ย ความใกล้จะแตกแล้ว Risty! เร็วๆหน่อยย ...

         อือนั้น Risty นี้ ชูนิ้วโป่งด้วย? หืมเดียวก่อนน่ะ หล่อนเสร็จแล้วนี้ต้องรีบหนีแล้ว! เออ? แต่เราจะหนียังไงล่ะ

 

“แต็งๆๆๆๆ” ทุกคนในหอต่างก็พากันมองไปยังนาฬิกายักษ์ ซึ่งหน้าปัดบอกเวลาตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน

         ต้องขอบคุณเจ้านาฬิกายักษ์นั้นมากที่ทำให้เขาเผลอ ผมถึงนี้ออกมาได้ แต่ผมดั้นทำรองเท้าตกไปข้างหนึ่ง ขอให้เจ้าลูกคุณหนูไม่สังเกตเถอะ ไม่งั้นผมได้กลายเป็นซินเดอเรลล่าแน่

         “วันนี้นายทำได้ดีมากเลย Nil” หล่อนเอยปากชม

         “หัวหน้าต้องดีใจมากเลย!”

กลับมาเวลาปัจจุบัน

วันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 2043 เวลา 20.11น. ณ หอไอเฟล ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

         “โย้ว ฉันรอนายนานมากแล้ว” ชายผมสีเงินยาว สวมหน้ากากสุนัขของญี่ปุ่น ใส่เสื้อฮู้ดสีดำสะท้อนแสงไปกับแสงไฟยามค่ำคืน

         “ใช่ นานมากเลยล่ะ” ผมตอบกลับไป

         “นี้นายยังยังแค้นฉันอยู่หรือเปล่าน่ะ?” ชายคนดังกล่าวตอบกลับด้วยเสียงเยาะเย้ย

         “ก็ฉันฆ่าผู้หญิงคนนั้นไปหนิ!       ก็เพราะฉันฆ่าหล่อนไปนายก็เลยตามล่าฉันทั่วโลก”

         “ตั้งแต่ที่ไซปรัส กำแพงเมืองจีน แล้วก็...”

         “หุบปาก ฉันไม่ต้องการแกเห่า” ผมตอบโต้ทันที

       “ฉันยังพูดไม่จบน่ะ ฟังก่อนสิ”

        

“หุบปาก เดียวนี้!” ผมชักปืนยิ่งสู้กับเขาทันทีโดยไม้ต้องซักไซ้ให้มากความ

นับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น ผมยังจำได้ดี ภาพของ Risty ที่เอาตัวเข้าบังผมไว้ เลยถูกชายคนนั้นใช่มือที่รู้สึกถึงแต่ความเยือกเย็น ทะลวงเข้ามา ตอนนั้นผมมันโง่เองทั้งที่ผมเพิ่งรู้ว่าผมรักหล่อน รักมากจนสุดขั้วหัวใจ แต่ผมก็ยังปล่อยให้เธอตาย เป็นเพราะว่าผมอ่อนแอเอง ผมเลยนึกได้ว่า “ผมต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้เพื่อหล่อนที่ผมรัก และเพื่อตัวของผมเอง” “ดังนั้น! เจ้านั้น! ผมต้องฆ่ามันให้ได้!




NEKOPOST.NET