LightNovel No Yuusha ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

LightNovel No Yuusha

Ch.22 - Train


หลังจากผมคุยกับวีเร็ตต้าในห้องเสร็จ ผมก็พยายามแอบออกจากห้องของเธอมาโดยไม่ให้ใครรู้ แล้วรีบกลับไปยังห้องของตัวเอง

 

เช้าของวันต่อมาหลังทานอาหารเช้าเสร็จ คุณเอเรนก็เรียกพวกผมเอาไว้

 

“เรื่องที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ฉันตกลงรับขอเสนอค่ะ คุณเอเรน่า”

 

เอเรน่าที่ได้ยินที่คุณเอเรนบอกก็ทำหน้าตกใจพอสมควร

 

“จริงๆ เหรอค่ะ!! “

 

“ค่ะ ฉันมาคิดดูแล้วข้อเสนอนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เป็นผลดีกับทางเราเสียด้วยซ้ำ”

 

“ขอบคุณมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดียวประชุมโครงการกันเลยนะค่ะ”

 

“ได้ค่ะ งั้นเดียวเจอกันที่ห้องประชุมกลางนะค่ะ” จากนั้นคุณเอเรนก็เดินออกจากห้องอาหารไป ผมเลยรีบเข้าไปถามเอเรน่าถึงเรื่องที่กำลังจะประชุมกัน

 

“เอเรน่าโครงการที่ว่าคืออะไรเหรอ” เอเรน่าที่หันกลับมาตอบผมกำลังยิ่มอย่างดีใจ

 

“โครงการรถไฟระหว่าง3เมืองที่คุณพ่อกับคุณลุงโคเซนฝากมาขอร้องนะค่ะ”

 

โครงการรถไฟ! แปลกดีแหะ ตั้งแต่มาถึงโลกนี้เห็นแต่คนของโลกนี้ใช้แต่ม้ากับเรือกันนึกไม่ถึงว่าจะมีรถไฟด้วย

 

“จริงๆเป็นโครงการที่คิดกันมานานแล้วค่ะ แต่ติดปัญหาที่แต่ละเมืองไม่ค่อยลงรอยกัน หลังจากคุณลุงโคเซนเข้าดูแลเมืองlim คุณลุงกับคุณพ่อก็พยายามจะทำให้โครงการสำเร็จ แต่ก็มาติดปัญหาเรื่องไม้สำหรับวางรางเหล็กนะค่ะ พวกท่านเลยส่งคนมาขอร้องชาวelfแล้วหลายครั้ง แต่ก็โดนปฏิเสธมาตลอดจนถอดใจกันไปแล้ว แต่พอตอนนี้มีปัญหาเรื่องจอมมารเกิดขึ้น คุญพ่อกับคุณลุงเลยคิดว่าชาวelfที่อาจต้องเจอปัญหาเรื่องจอมมารเหมือนกันหน้าจะให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้นะค่ะ แต่พอลองขอร้องไป ทางคุณเอเรนก็ยังคงปฏิเสธเหมือนเดิมค่ะ แต่อยู่ดีๆเธอก็กลับมาตกลง ทำให้ฉันดีใจมากๆเลยค่ะ ที่ทำงานที่พวกคุณพ่อฝากมาสำเร็จได้ค่ะ”

 

เหมือนมันมีอะไรแปลกๆ อยู่ดีๆกลับตกลงให้ความช่วยเหลือซะงั้น มันต้องมีอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ ผมคิดอย่างนั้นขณะมองดูเอเรน่าที่กำลังดีใจ  หลังจากนั้นเอเรน่าก็กลับไปที่ห้องแล้วหยิบม้วนกระดาษบางอย่างมา2-3อัน แล้วพวกเราก็ไปยังห้องประชุมกลาง

 

ในห้องประชุมตอนนี้มี สมาชิกระดับหัวหน้าช่างของelfประมาณ8คน คุณเอเรน คุณวอน่า อิริน่า และวีเร็ตต้า หลังจากพวกผมมาถึงห้องประชุมก็เริ่มประชุมกันทันที

 

เอเรน่าเอาม้วนกระดาษที่เธอถือมาด้วยวางบนโต๊ะประชุมแล้วกางออก กระดาษนั้นดูเหมือนจะเป็นแผนที่ ในนั้นมีรูปภาพแสดงชื่อเมืองและก็มีเส้นสีดำเส้นหนึ่งรากผ่านทั้ง3เมือง

 

หลังจากสังเกตที่เส้นสีดำนั้น มันจะตัดผ่านแต่ละเมืองด้วยระยะที่สั้นที่สุด และผ่านแม่น้ำประมาณสองจุด

 

“นี้คือเส้นทางที่พวกเราคิดไว้นะค่ะ” เอเรน่าเริ่มอธิบาย

 

“เส้นทางหลักจะผ่านเมืองlim สู่naroh แล้วตรงยาวมายังป่าelfทันทีเลยค่ะ”

 

“จากเส้นทางที่เห็นกัน ทางเราคำนวนระยะทางกับความเร็วของรถไฟไว้แล้ว ถ้าไม่ผิดพลาดรถไฟสามารถวิ่งจากเมืองlimสู่ป่าelf จะใช้เวลาประมาณหนึ่งวันพอดีค่ะ”

 

“หนึ่งวันเองเหรอ!” พวกหัวหน้าช่างเริ่มส่งเสียงตกใจกัน

 

“ค่ะ ถ้าด้วยเวลาแค่นี้พวกเราสามารถส่งของสดไปมาได้รวดเร็วมากไม่ต้องกลัวของเสียแบบเมื่อก่อน และสามารถส่งคนหรือจดหมายขอความช่วยเหลือไปมาได้รวดเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก ค่ะ”

 

หลังจากที่เอเรน่าพูดจบ เธอก็มองดูนายช่างแต่ละคนว่าให้ความสนมากขึ้นแค่ไหน แล้วก็เอากระดาษอีกม้วนมากางออก

 

“นี้คือแบบไม้และขนาดที่อยากจะขอร้องให้ช่วยทำให้นะค่ะ” ในนั้นมีรูปไม้ทรงสีเหลียมฝืนผ้ายาวพอประมาณเขียนอยู่แต่แน่นอนว่ามีอย่างอืนเขียนไว้ด้วย แต่ผมดูแล้วไม่เข้าใจ แต่นายช่างแต่ละคนดูจะเข้าใจกับแบบที่เอเรน่าให้ดู

 

“ก็พอจะจัดการให้ได้อยู่หรอกนะ แต่ปัญหาคือตัวต้นไม้ที่จะเอามาทำนะ ต้องใช้แรงงานคนเยอะพอสมควรเลยนะถึงจะตัดมาทำได้” นายช่างคนหนึ่งบอกกับเอเรน่าขณะที่เธอกำลังอธิบายรูปแบบของไม้ที่ต้องการ

 

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาค่ะ ทางเรามีช่างตัดต้นไม้สุดแข็งแกร่งอยู่ทั้งคน” หลังพูดจบเธอก็มาจับมือทั้งสองข้างของผมเอาไว้

 

“ช่วยหน่อยนะค่ะที่รัก “ ผมว่าแล้วต้องมีงานเข้าจริงๆ

 

“อืม.. ก็ได้อยู่หรอก”

 

“ขอบคุณมากค่ะ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วนะค่ะ นายช่างทุกคน”

 

“อืม ถ้าท่านผู้กล้าจัดการให้ พวกผมก็หายห่วง จะได้เอาแรงงานไปทำไม้ตามแบบได้เต็มที่”

 

“ถ้างั้นพรุ่งนี้ก็เริ่มงานกันเลยแล้วกันนะ ไม่มีปัญหาใช่มั้ยค่ะ ท่านผู้กล้า” คุณเอเรนออกคำสั่งแล้วหันมาถามผม

 

“ครับ ได้แน่นอนครับ “

 

หลังจากนั้นแต่ละคนก็เริ่มแยกย้ายกันกลับไปเตรียมตัวทำงานของตัวเอง ระหว่างนั้นคุณเอเรนก็เรียกผมไว้ก่อน

 

“ท่านผู้กล้าค่ะ ขอเวลาหน่อยได้มั้ยค่ะ”

 

“ได้ครับ”

 

“เชิญทางนี้ค่ะ” คุณเอเรนพาผมไปยังห้องทำงานของเธอ

 

“เชิญนั่งค่ะ” คุณเอเรนเดินไปนั่งยังโต๊ะทำงานของเธอแล้วเชิญให้ผมนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ

 

“ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะค่ะ ท่านผู้กล้ามีอะไรกับลูกสาวของฉันไปแล้วใช่มั้ยค่ะ” ผมถึงกับตาค้างเพราะคำถามของเธอ

 

“จริงๆด้วยซินะค่ะ ว่าแล้วทำไมเมื่อคืนถึงเห็นท่านผู้กล้าออกมาจากห้องของวีเร็ตต้า”

 

“เอ่อ...คือ...เห็นด้วยเหรอครับ”

 

“แน่นอนค่ะ ท่านผู้กล้าทำท่าทีแปลกๆตอนออกมาจากห้อง ฉันที่ผ่านมาเห็นพอดีเลยแอบตามไปจนถึงห้องวีเร็ตต้านะค่ะ”

 

“ผมยอมรับครับว่ามีอะไรกันไปแล้ว ยังไงผมก็ขอโทษที่ไม่ได้บอกครับ” หลังพูดจบผมก็ก้มหัวขอโทษทันที

 

“ไม่ต้องคิดมากค่ะ ฉันไม่โกรธท่านผู้กล้า ถึงท่านจะไม่ยอมรับฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แต่ที่ท่านยอมรับมาตรงๆถือว่าท่านเป็นคนดีอย่างที่ฉันคิดไว้เลยนะค่ะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

“แล้วก็ตอนนี้ทางเราอยู่ในฐานะบ้านเล็กคงเรียกร้องอะไรจากท่านผู้กล้ามากไม่ได้ และดูแล้วลูกสาวของฉันจะอยากให้เก็บไว้เป็นความลับด้วย ดังนั้นขอให้รู้กันแค่นี้ก่อนแล้วกันนะค่ะ “

 

“ครับ”

 

“อะ….เกือบลืมไป ในเมือทางเราก็เป็นหนึ่งในบ้านเล็กของท่านผู้กล้า อะไรที่จะช่วยท่านได้ทางเราจะช่วยเต็มที่ค่ะ”

 

“เอ๋!!” ดูแล้วผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเรื่องขอร้องของทางlimกับnaroh ทางนี้ถึงได้รับขอเสนอตอนนี้

 

“ที่รับขอเสนอเพราะเรื่องของผมกับวีเร็ตต้าเหรอครับ”

 

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ แม่อย่างฉันก็อยากให้ลูกสาวดีใจอยู่แล้วนิค่ะ และยิ่งแผนนี้ทำให้เดินทางไปมาได้ง่ายกว่าเดิมมาก ท่านผู้กล้าได้กลับมาที่นี้ได้บ่อยๆไงละค่ะ….หุหุหุ ” เธอหัวเราะอย่างสบายใจ

 

ผมได้แต่คิดว่าถ้าไม่มีเรื่องของผมกับวีเร็ตต้าเกิดขึ้น พวกเอเรน่าคงต้องผิดหวังกลับไปบอกพวกพ่อของเธอแน่ๆ

 

หลังจากผมคุยกับคุณเอเรนเสร็จ ผมก็รีบกลับมาที่ห้อง แน่นอนว่าเจอเอเรน่ากำลังนั่งรออยู่

 

“ที่รักไปคุยอะไรกับคุณเอเรนมาเหรอค่ะ” เธอรีบถามทันที

 

“คือ..คุณเอเรนเรียกไปขอบคุณที่ช่วยหมู่บ้านไว้นะ แล้วก็คุยเรื่องงานกันนิดหน่อย”

 

“อย่างนั้นเหรอค่ะ”

 

ยังดีที่เอเรน่าไม่ถามอะไรมาก ตัวผมตอนนี้ไม่กล้าจะบอกอะไรเธอมากนัก เพราะสัญญากับคุณเอเรนกับวีเร็ตต้าไว้แล้ว และตัวผมก็ลำบากใจที่จะต้องพูดเรื่องนั้นตอนนี้ ยิ่งเธอรู้เข้าว่าการที่ได้รับการตกลงช่วยเหลือมาจากเรื่องของผมกับวีเร็ตต้า เธอคงจะเสียใจอย่างมาก

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะที่รัก ดูหน้าตาไม่สดใส” เธอถามผมขึ้น ขณะที่ผมกำลังปวดหัวกับหลายๆเรื่องอยู่

 

“เอ่อ….พอดีเหนื่อยๆนะ สงสัยจะยังพักผ่อนไม่พอยังไงผมขอนอนก่อนแล้วกันนะ พรุ่งนี้จะได้ทำงานไหว”

 

“ค่ะ งั้นฉันออกไปเตรียมงานของพรุ่งนี้ก่อนนะค่ะ” หลังจากนั้นเอเรน่าก็ออกจากห้องไป เหลือแต่ผมที่นอนคิดหลายๆเรื่องอยู่คนเดียว

***

 

เวลาอาหารเย็นของวันนี้ก็เหมือนกับหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็ต่างกับวันอื่นๆ คุณเอเรนดูจะพยายามเอาใจผมเป็นพิเศษ คอยสั่งให้คนเอาโน้นนี้มาตักให้ผม เอาไวน์องุ่นอย่างดีมาให้ดื่ม และทำหน้าดีใจขณะมองผมสลับกับวีเร็ตต้า ยังดีที่พเอเรน่าไม่ผิดสังเกต คงคิดว่าเป็นการเอาใจใส่ฮีโร่ที่ช่วยหมู่บ้านไว้ละมั้งเลยไม่สนใจอะไรมากนัก

 

หลังทานอาหารเสร็จผมก็รีบอาบน้ำแล้วเข้านอนทันทีวันนี้ทั้งวันใช้สมองคิดเรื่องต่างๆมากมายจนง่วงนอนเป็นพิเศษ หลังจากหัวถึงหมอนผมก็หลับลงทันที

 

เช้าวันแรกของการเริ่มงานที่ตกลงกันไว้ ผมตืนตั้งแต่เช้ามึดออกวิ่งเพื่อปรับสภาพร่างกายให้พร้อมทำงานของวันนี้ หลังวิ่งเสร็จผมก็มาทานอาหารเช้าแล้ว ไปรวมตัวกับพวกเอเรน่าที่ป่าด้านหลังหมู่บ้าน

 

ตอนที่ผมมาถึงบริเวณรวมพล ช่างไม้ส่วนใหญ่กำลังเตรียมเครื่องมือและจัดพื้นที่สำหรับแปลรูปไม้กันอยู่ และในบริเวณนั้นเอเรน่าก็กำลังคุยกับวีเร็ตต้าเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ ผมเลยรีบเดินเข้าไปหาทั้งสองคน

 

“คุยอะไรกันอยู่เหรอ” หลังจากผมส่งเสียงถามไปพวกเธอก็หยุดคุยแล้วหันมาทางผม

 

“กำลังคุยเรื่องต้นไม้ในป่ากันอยู่นะค่ะ” วีเร็ตต้าตอบผม

 

“พวกเรากำลังคิดกันว่าจะเอาจากตรงไหนกันดี ถ้าได้บริเวณที่ไม่ไกลมากและต้นไม้มีขนาดใหญ่จะทำให้ได้ไม้จำนวนมากและงานเร็วขึ้น พวกคนงานจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกันมาก นะค่ะ”

 

“อย่างนั้นเหรอ แล้วเจอที่เหมาะหรือยัง”

 

“คือก็มีอยู่ที่หนึ่งนะค่ะ แต่ว่า...มันติดทีเดินทางลำบากหน่อยแต่จำนวนที่ได้หน้าจะเพียงพอสำหรับความต้องการของเราเลยนะค่ะ” วีเร็ตต้าอธิบาย

 

“ที่ไหนเหรอ?” ผมถามวีเร็ตต้าด้วยความอยากรู้

 

“ป่าที่พวกเรา….เดินทางกลับกันมานะค่ะ ตรงนั้นเหมาะที่สุดแล้ว”

 

“ตรงนั้นนะเหรอ” ป่าตรงนั้นแน่นอนว่าผมที่เดินผ่านมันมารู้ดีเลยว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก แต่ว่าการเดินทางไปมาก็ลำบากอย่างทีว่า ทำไมวีเร็ตต้าถึงเลือกตรงนั้นกันนะ

 

“ป่านั้นอยู่ไกล้กับชายแดนและท่าเรือมากค่ะ ถ้าเอาจากจุดนั้นน่าจะขนส่งไปมาได้ง่ายกว่าจากตัวหมู่บ้านนะค่ะ แต่ก็ติดปัญหาที่ต้องให้ช่างเดินทางไปทำงานไกลจากหมู่บ้านและอาจต้องค้างคืนที่นั้นขณะทำงานด้วยนะค่ะ”

 

แน่นอนว่าป่านั้นไกลจากหมู่บ้านจริงอย่างที่ว่าและการไปมาของช่างก็ลำบาก แต่ถ้าคิดจากผลโดยรวมที่ได้มาผมว่ายังไงก็คุ้ม ถึงจะต้องตั้งค่ายทำงานแล้วค่อยให้ช่างกลับบ้านมาพักทุก5วันก็หน้าจะไม่มีปัญหา

 

“ยังไงลองคุยกับช่างทุกคนดูก่อนแล้วกัน ว่าพอจะทำไหวมั้ย ถ้ายังไงถ้าต้องไปค้างที่นั้นผมจะไปนอนค้างอยู่ที่นั้นกับพวกเค้าด้วยก็ได้นะ จะได้ค่อยคุ้มกันให้ระหว่างพวกเค้าทำงาน”

 

“ค่ะ! จะลองไปบอกพวกนั้นดูแล้วกันนะค่ะ” วีเร็ตต้ารีบหันหลังแล้ววิ่งไปหาพวกนายช่างที่กำลังเตรียมเครื่องมือกันอยู่

 

“จะไปค้างจริงๆเหรอค่ะ “ เอเรน่าถามผมขณะเหลือกันอยู่สองคน

 

“อืม…ถ้าไปค้างกับพวกนั้นด้วยหน้าจะทำให้พวกนั้นรู้สึกปลอดภัยขึ้นและมีกำลังใจทำงานนะ”

 

“แต่ว่า…..จะให้ฉันไปค้างด้วย….แล้วถ้าเราทำเรื่อง...ตอนกลางคืนกัน….มันจะ…” ระหว่างที่เธอกำลังจะพูดต่อผมจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้ก่อน

 

“ผมว่าเรื่องนั้น ถ้าจะทำๆกันที่หมู่บ้านดีกว่านะ ทำที่นั้นเดียวช่างจะคิดมากแล้วอยากกลับบ้านหนักกว่าเดิม เดียวจะเสียงานกันพอดี”

 

“....ค่ะ” ระหว่างที่ผมพูดกับเอเรน่าจบวีเร็ตต้าก็กลับมาพอดี

 

“พวกช่างตกลงที่จะค้างกันที่นั้นขณะไปทำงานค่ะ “

 

“อย่างนั้นเหรอ” ผมดีใจกับคำตอบที่ได้รับ

 

“ค่ะ พวกนั้นบอกว่าท่านผู้กล้าไปด้วย เลยอุ่นใจในการไปทำงานนะค่ะ”

 

“ถ้างั้น เดียวเตรียมตัวย้ายไปตั้งค่ายที่นั้นเลยแล้วกัน จะได้ไม่เสียเวลา วีเร็ตต้าช่วยไปบอกทีนะ”

 

“ค่ะ” หลังจากนั้นวีเร็ตต้าวิ่งกลับไป ผมก็หันมาคุยกับเอเรน่าต่อ

 

“เรื่องตอนกลางคืนเดียวรอเสร็จงานอีกห้าวันค่อยกลับมาทำกันที่หมู่บ้านแล้วกันนะ”

 

“ก็ได้ค่ะ ฉันจะอดทน” เอเรน่าพูดด้วยหน้าตาเศร้าๆ

 

หลังจากพวกช่างเก็บของที่เตรียมไว้ขึ้นรถลากม้าเสร็จพวกเราก็เดินทางไปยังตีนเขาไกล้ๆบริเวณป่าที่เราจะตัดไม้นำมาแปลรูป

 

เนื่องจากใช้เส้นทางอ้อมที่เป็นถนนผสมกับลานดินไม่ได้เดินผ่านป่าแบบครั้งที่แล้ว เลยสามารถเดินทางได้สบายๆและใช้เวลาเดินทางมาถึงจุดที่จะตั้งค่ายก่อนตะวันตกดินเล็กน้อย

 

ผมเลยรีบกางเต็นของตัวเองก่อนจะมึดมากไปกว่านี้ ผมใช้เวลากางเต็นนานกว่าพวกช่างมาก เลยได้ไปทานอาหารเย็นเป็นคนสุดท้าย แต่พวกเอเรน่าก็ยังคงรอผมอยู่โดยยังไม่ได้ทานอาหารเย็นกันเพื่อรอทานพร้อมผม

 

ระหว่างที่พวกผมกำลังทานอาหาร พวกนายช่างต่างก็แยกตัวกันไปนอน ดูแล้วพวกเขาอยากจะตืนแต่เช้าเพื่อทำงาน ผมเลยลองคุยกับเอเรน่ากับวีเร็ตต้าดู

 

“เออ...เดียวหลังทานอาหารเสร็จ วีเร็ตต้าช่วยพาไปดูต้นไม้ที่จะตัดหน่อยได้มั้ย” แน่นอนว่าวีเร็ตต้าทำหน้างง

 

“จะไปดูทำไมอะค่ะ นี้ก็มึดแล้ว ฉันว่ารอเช้าค่อยไปดูดีกว่านะค่ะ “ เอเรน่าบอกผมด้วยท่าทางว่าเธอกำลังง่วงนอนแล้ว

 

“คืออยากจะเริ่มงานก่อนเวลาเสียหน่อยนะ เห็นช่างแต่ละคนดูรีบอยากทำงาน เลยว่าจะจัดการเรื่องต้นไม้ให้พวกเขาได้ทำงานแต่เช้านะได้ไม่เสียเวลา “

 

“ถ้าท่านผู้กล้าว่าอย่างนั้น ก็ได้ค่ะ เดียวฉันพาไปดูค่ะ” วีเร้ตต้าตอบรับความต้องการของผม

 

หลังทานอาหารเสร็จผมกับวีเร็ตต้าเลยเดินเข้าไปในป่า พร้อมเตรียมขวานกับsliver glove ไปด้วย  ด้วยแรงของผมกับslive glove จากการตัดต้นไม้จะเป็นการต่อยให้แหลกมากกว่า เลยต้องใช้ขวานเป็นตัวส่งกำลังแทน

 

พวกเราเลือกเดินมาในป่าห่างจากจุดที่พักพอสมควร เวลาต้นไม้ล้มเสียงจะได้ไม่ดังมากจนไปรบกวนช่างที่กำลังนอนกันอยู่

 

“เอาแถวนี้แล้วกันนะค่ะ ต้นไม้คอนข้างใหญ่หน้าจะใช้ได้” วีเร็ตต้าบอกผมพร้อมกับเอามือจับที่ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ

 

“อืม งั้นเริ่มเลยแล้วกันนะ วีเร็ตต้าหลบดีๆด้วยนะ ผมเพิ่งจะเคยตัดต้นไม้ใหญ่เสียด้วยไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”

 

“ค่ะ “ หลังเธอตอบ เธอก็ถอยออกไปห่างจากผมกับต้นไม้พอสมควร

 

ผมค่อยๆยกแขนแล้วสับขวานใส่ต้นไม้เบาๆดูก่อน ไม่รู้ว่าถ้าออกแรงเต็มๆแล้วผลจะออกมาอย่างไร

 

แต่ดูเหมือนที่ผมลองสับเบาๆดูก่อนจะเป็นความคิดที่ถูกต้อง หลังจากขวานสับเข้าด้านข้างของต้นไม้ก็ตัดผ่านแกนกลางของต้นมาอย่างง่ายดาย แล้วต้นไม้ใหญ่ก็ล้มลงทันที

 

แน่นอนว่าการที่ต้นไม้ใหญ่ๆแบบนี้ล้มนั้นย่อมเกิดเสียงดังและแรงกระทบพื้นที่แรงพอสมควร พวกสัตว์ในป่าต่างส่งเสียงร้องกันเป็นบริเวณกว้าง จนดูเหมือนพวกช่างที่นอนพักกันอยู่จะตกใจตื่นขึ้นมากันหมด

 

“เออ…..เหมือนทำกลางคืนจะไม่ดีจริงๆด้วยซินะ”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว ค่ะ”

 

ผมได้แต่คอตกไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเองจะช่วยให้พวกช่างทำงานได้เร็วขึ้นหรือทำให้พวกเขานอนไม่พอกันแน่

 

-----------------------------------------------------------



 




NEKOPOST.NET