LightNovel No Yuusha ตอนที่ 16 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

LightNovel No Yuusha

Ch.16 - วีเร็ตต้า


ตอนที่ผมตื่นขึ้น ผมก็นอนอยู่ในห้องที่มีหลังคาทรงกลมและฝนังโดยรอบเป็นไม้ที่ให้อารมสีของไม้ตามธรรมชาติ หลังจากมองดูรอบๆ ผมก็พยายามลุกขึ้นจากเตียงแต่ไม่สามารถลุกขึ้นได้  สาเหตุมาจากที่แขนขวาของผมตอนนี้มีเอเรน่านอนกอดแขนของผมอยู่และข้างๆกันก็มีอิริน่าที่กำลังนอนหลับโดยจับมือของผมไว้อยู่

 

ผมเลยลองหันไปดูทางแขนด้านซ้ายของผมที่ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ทันที่ผมจะได้ดูแผลที่เกิดขึ้นผมก็ไปสะดุดตากับคนคนหนึ่งที่กำลังนอนหลับโดยกำลังกอดแขนซ้ายของผมอยู่

 

เธอเป็นสาวน้อยอายุไม่น่าจะเกิน15ปี เส้นผมของเธอนั้นเป็นสีทองอ่อนๆ ผมของเธอยาวประมาณกลางหลังและผมด้านหน้าของเธอทั้งสองข้างถักเปียยาวประมาณไหล่ หูของเธอนั้นแหลมยาวออกมาไม่เหมือนกับของมนุษย์   และจุดที่ทำให้ผมสะดุดตาสุดๆ เธอคนนี้สวมชุดนางพยาบาลสีขาวบริสุทธิ์อยู่ด้วย

 

ระหว่างที่ผมกำลังสงสัยว่าเธอคนนี้เป็นใคร ด้านนอกของประตูห้องก็มีเสียงพูดดังขึ้น

 

“วีเร็ตต้า ตื่นหรือยังลูก แม่มาเปลียนเวรให้แล้วนะ”  หลังจากเสียงเงียบไป ประตูห้องก็เปิดขึ้น

 

ที่ตรงนั้นมีสาวสวยหุ่นสะบึ้มเปิดประตูเดินเข้ามา เธอคนนี้ร่างกายโดยรวมเหมือนกับสาวน้อยที่นอนอยู่ตรงแขนซ้ายของผม ส่วนที่แตกต่างกัน ก็มีตรงผมด้านหลังที่สั้นประมาณไหล่ ผมด้านหน้าถักเปียที่ด้านขวาเพียงข้างเดียว ส่วนสูงที่มากกว่าประมาณ 10 กว่าเซนติเมตร และ หน้าอกที่ใหญ่ได้รูปจนสะดุดตาผมสุดๆ

 

“เอ๋! ท่านผู้กล้ารู้สึกตัวแล้วเหรอ ค่ะ”  สาวสวยคนนั้นส่งเสียงตกใจพร้อมกับพูดกับผม

 

“อะ….. ครับ ผมตื่นมาได้สักพักแล้วครับ”

 

“อย่างงั้นเหรอค่ะ “ หลังจากนั้นเธอก็เดินเข้าไปหาสาวน้อยที่นอนกอดแขนซ้ายของผมอยู่

 

“วีเร็ตต้า ตื่นได้แล้วนะลูก ท่านผู้กล้ารู้สึกตัวแล้ว” หลังจากเธอจับไหล่ของสาวน้อยคนนั้น เธอก็ตื่นขึ้นมาอย่างหน้างั้วเงีย

 

“อะไรนะค่ะ ท่านแม่ “ เธอยังคงงั้วเงีย และถามสาวสวยด้านข้างเธอ

 

“ท่านผู้กล้า รู้สึกตัวแล้วจ๊ะ”

 

“จริงเหรอค่ะ! “ เธอแสดงออกด้วยท่าทางดีใจ แต่แล้วเธอก็หยุดชะงักเมื่อเธอหันมาเจอหน้าของผมตรงๆ

 

เธอหน้าแดงด้วยความอาย คงไม่รู้ว่าผมกำลังจ้องไปยังใบหน้าของเธออยู่

 

“เออ……. ท่านผู้กล้า ฉัน……” สาวน้อยคนนั้นพูดด้วยเสียงตะกุกตะกักพร้อมกับบิดตัวไปมาด้วยความอาย แต่แล้วเธอพูดในสิ่งที่ทำให้ผมตกใจ

 

“ขอโทษที่ยิงท่านเกือบตาย ค่ะ”

 

“หา!!!!!!” ผมถึงกับงงกับสิ่งที่เธอพูดออกมา

 

“ตอนนั้น ฉันนึกว่ากลุ่มของท่านผู้กล้าเป็นพวกที่จะเข้ามาจับตัวเพื่อนๆของฉัน และตอนนั้นพวกท่านผู้กล้าสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งป้องกันการโจมตีของพวกชั้นไว้ได้ ฉันเลยอารมเสียเลยเผลอเอาSilver Bow ออกมายิงใส่จนเกือบทำให้ท่านผู้กล้าเกือบต้องตาย ฉันขอโทษด้วยนะค่ะ” หลังพูดจบเธอก็ก้มหัวให้ผม

 

“เออ….. ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ไม่เจ็บตรงไหนด้วย“

 

“ไม่จริงหรอกค่ะ!  ถ้าพวกฉันไม่รู้ตัวก่อนว่าท่านคือท่านผู้กล้า พวกฉันคงเข้าไปช่วยไม่ทัน ท่านคงเสียเลือดตายไปแล้วค่ะ”

 

“อย่างนั้นเหรอครับ แล้วพวกเธอรู้ได้ยังละครับว่าผมคือผู้กล้า”

 

“ผู้หญิงคนนั้นส่งเสียงร้องออกมา พวกเราเลยรู้ได้ค่ะ” ระหว่างพูดเธอก็ชี้ไปที่อิริน่าที่ยังคงนอนหลับอยู่

 

“ยังไงก็ขอโทษจริงๆ นะค่ะ” สาวน้อยคนนั้นยังคงขอโทษผมต่อ

 

“ถ้าคำขอโทษไม่พอกับเหตุการที่เกิดขึ้น ใช้ร่างกายของเธอทดแทนคำขอโทษแทนดีกว่ามั้ยค่ะ ท่านผู้กล้า …...หุหุ” สาวสวยที่ยืนอยู่ข้างๆสาวน้อยคนนั้นพูดด้วยท่าที่สนุก

 

“พูดอะไรนะค่ะ! ท่านแม่” สาวน้อยคนนั้นหน้าแดงอย่างเด่นชัดกว่าตอนแรก

 

“แห่ม! ก็เกือบเอาชีวิตของท่านผู้กล้ามาก็ต้องทดแทนด้วยของที่มีค่าพอกันสิจ๊ะ”

 

“เออ… ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ถ้าผมรับไว้ผมคงได้เกือบตายอีกรอบจากฝีมือสาวสวยที่กำลังกอดแขนขวาของผมอยู่ตอนนี้แน่ๆ ครับ” ผมพยายามพูดไปพร้อมกับอดทนความเจ็บที่แขนขวาที่เอเรน่ากำลังบีบอยู่ ดูแล้วเอเรน่าน่าจะตื่นมานานพอสมควรจนได้ยินเสียงสนทนาของพวกผมทั้งหมด

 

“อย่างนั้นเหรอค่ะ น่าเสียดายจัง “ สาวสวยคนนั้นทำหน้าเสียดายอย่างเด่นชัด แต่เธอก็พูดทิ้งท้ายเอาไว้อีกเล็กน้อย

 

“ถ้าเปลียนใจบอกได้เลยนะค่ะ ฉันพร้อมยกลูกสาวให้ทุกเมื่อ ...หุหุ” เธอพูดพร้อมกับหันมาทางเอเรน่าด้วยท่าทางเจ้าเล่

 

“คงไม่เปลียนใจหรอกค่ะ ที่รักของชั้นคงรับไว้ไม่ได้” เอเรน่ารีบตอบกลับไปยังสาวสวยคนนั้น

 

“แย่จังๆ คุณแฟนสาวใจแคบ”

 

“ว่าไงนะ! ค่ะ” เอเรน่าเริ่มแสดงอารมโกรธมากขึ้น แต่เออ...ถ้าจะมีเรื่องกับทางโน้นทำไมต้องมาบีบแขนผมสะแรงแบบนี้ด้วยละครับ คุณเอเรน่า

 

ด้วยเสียงของทั้งสองคนที่ดังพอสมควร อิริน่าที่นอนหลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมา เธองงกับสถานะการตรงหน้าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะหันมาสังเกตเห็นผม

 

อิริน่าที่เห็นผมไม่เป็นอะไรแล้ว เธอน้ำตาไหลแล้วกระโดดเข้ามากอดผมทันที

 

“ท่านผู้กล้า!”

 

“เอ๋!!!!!!” ผมตกใจกับสถานะการที่เกิดขึ้น

 

“ต๊ายตาย คุณแฟนสาวโดนน้องสาวตีท้ายครัวเสียแล้วนะค่ะ”  สาวสวยคนนั้นพูดด้วยท่าทางสะใจ

 

“ที่รักค่ะ! เรื่องนี้จะแก้ตัวยังไงค่ะ อิริน่าเธอรีบอธิบายเรื่องนี้ให้พีฟังเดียวนี้ด้วยนะ” เอเรน่าที่ตอนนี้เปลียนเป้าหมายมาที่ผมกับอิริน่ารีบเร่งให้พวกผมอธิบายด้วยหน้าตาที่โกรธพอสมควร

 

“เออ...เรื่องนี้ ผมไม่รู้ครับ อิริน่าช่วยพูดอะไรหน่อยซิ” ผมรีบพูดกับอิริน่าเพื่อให้เธอรีบอธิบายสถานะการไป

 

“คือ…..หนู……..” อิริน่าแสดงท่าทีไม่รู้จะอธิบายยังไง ก่อนจะเอามือปิดหน้าของเธอที่แดงอยู่

 

“ที่รักกกกกกกกกกกกกกกกกกก!” เอเรน่าแสดงความโกรธทั้งหมดมาที่ผมเพียงคนเดียวเสียแล้ว

 

“ผมไม่รู้จริงๆนะ! เอเรน่า”

 

“ไม่มีเวลาสำหรับให้คนผิดแก้ตัวแล้วค่ะ”

 

“เอเรน่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!” ผมส่งเสียงเรียกเธออย่างตกใจก่อนที่เธอจะลงมือ หลังจากนั้นผมก็โดนอะไรบ้างไม่รู้ที่เอเรน่าจับมาทุบผมจนเกือบตายอีกรอบ

 

หลังจากเหตุการที่เอเรน่าเกือบฆ่าผมตายจบลง อิริน่าที่เงียบอยู่นานก็อธิบายเหตุผล ตอนที่เธอเข้ามากอดผมเพราะเธอดีใจที่ผมไม่ตายและเนื่องจากเธออายกับการกระทำของตัวเธอเองเลยเงียบไม่กล้าอธิบายอะไรในตอนที่เอเรน่าถาม ผมเลยซวยเต็มๆจากเหตุการที่เกิดขึ้นอยู่เพียงคนเดียว

 

----------------------------------------------------------

ช่วงค่ำของวันนั้น หลังจากพวกผมทานอาหารเย็นกับเอลฟ์สาวทั้งสองคนที่ช่วยชีวิตผมไว้แล้ว  ผมได้แยกตัวกลับมายังบ้านไม้รับรองที่ผมพักอยู่ก่อนหน้านี้ ส่วนเอเรน่าและอิริน่าได้แยกไปอาบน้ำกับสาวเอลฟ์ทั้งสองคน

 

เนื่องจากผมว่างไม่มีอะไรทำ ผมเลยออกมายืนดูบริเวณรอบๆของตัวเมืองที่ตรงระเบียง บ้านแต่ละหลังของที่นี้เป็นบ้านที่สร้างเป็นบ้านไม้อยู่ตามต้นไม้สูง เป็นบ้านเดียวหลังใหญ่บ้าง เป็นบ้านคู่อยู่บ้าง และเป็นบ้านเดียวขนาดเล็กแต่ไล่ระดับความสูงขึ้นไปก็มี

 

ระหว่างทีผมกำลังดูบ้านพวกนั้นอยู่อย่างสบายใจ ประตูที่หน้าห้องของผมก็มีเสียงคนเคาะประตู

 

“ขอโทษนะค่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ยค่ะ ท่านผู้กล้า” เสียงที่ดังมาจากหน้าประตูเป็นเสียงของเด็กสาวเอลฟ์ที่ชื่อว่าวีเร็ตต้า

 

“เชิญครับ”

 

“ขอบคุณค่ะ” แล้วประตูก็เปิดออก

 

วีเร็ตต้าที่เดินเข้ามานั้นได้เปลียนชุดเป็นชุดรัดรูปสีน้ำตาล กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลยาวสูงกว่าเข่าเล็กน้อยและใส่เสื้อกั๊กหนังสีน้ำตาลทับไว้อีกที แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้ผมแปลกตาอยู่ที่กลางหลังของเธอ

 

กลางหลังของเธอมีวัตถุสีเงินขนาดใหญ่พอสมควรอยู่ เจ้าสิ่งนั้นมีรูปเหมือนบานหน้าต่างที่มีสายเอ็นขึ้งไว้ด้านหนึ่งอยู่

 

ตอนที่ผมกำลังสนใจกับของกลางหลังของวีเร็ตต้า จนเธอรู้ตัวแล้วว่าผมกำลังสนใจสิ่งนั้นอยู่ เธอก็ส่งเสียงพูดออกมา

 

“สนใจ silver bow ของฉันเหรอค่ะ”

 

“เอ๋!!” ผมตกใจกีบสิ่งที่เธอบอก

 

“เจ้านี้คืออาวุธของผู้กล้ารุ่นก่อนใช่หรือเปล่า”

 

“ค่ะ เป็นธนูของคุณปู่ที่เคยเป็นผู้กล้านะค่ะ”

 

ผมยืนคิดอะไรบางอย่างอยู่ วีเน็ตต้าก็พูดกับผมพร้อมกับส่งธนูมาให้ผม

 

“จะลองจับดูมั้ยค่ะ”

 

“ได้เหรอ”

 

“ได้ซิค่ะ“

 

ผมรับธนูมากจากวีเร็ตต้าแล้วลองสำรวจมันดู ตัวธนูน้ำหนักมากพอสมควร ตัวBodyของมันทำมาอย่างเรียบง่าย ไม่ได้มีลวดลายอะไรพิเศษ แต่มีจุดหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจ

 

ตรงกลางของด้ามธนูมีปุ่มเล็กๆ ขนาดประมาณนิ้วมือคนฝังอยู่ ด้วยความซนของผม ผมเลยลองกดดู แน่นอนว่าผมคิดว่ามันคงไม่มีอะไรมากแต่ผมคิดผิด

 

พอผมกดปุ่มลงไปตัวด้ามธนูทั้งสองด้านที่ทำมุน90องศาได้ดีดออกไปเป็น135องศาทั้งสองด้านและด้านบนของปุ่มที่ผมกดก็มีแถบตัวเลขขนาดเล็กดีดออกมา โดนมีตัวเลข “ 1 0 0 ” แสดงอยู่บนแถบนั้น

 

“เอ๋!” ทั้งผมและวีเร็ตต้าต่างตกใจกับเหตุการที่เกิดขึ้น

 

“ท่านผู้กล้าค่ะ ท่านปลดลิมิตของSilver Bow ได้ด้วยเหรอค่ะ”

 

“ปลดลิมิต!” ผมงงกับสิ่งที่วีเล็ตต้าพูด

 

“ค่ะ ปกติแล้วsilver bow จะโดนจำกัดลิมิตไว้ที่ 50% ค่ะ แต่หน้าตกใจมากเลยค่ะ ตัวฉันเองกับคุณพ่อยังไม่เคยปลดลิมิตของมันได้เลยค่ะ คนที่เคยปลดลิมิตมันได้มีแค่คุณปู่เพียงคนเดียวเองค่ะ “

 

“อย่างงั้นเหรอ” ผมลองสำรวจมันต่อและก็ลองดึงสายของมันดู พอผมดึงออกมาได้เล็กน้อยตัวเลขบนแถบก็ขยับขึ้น “1 0 1” คือตัวเลขของมันขณะทีผมดึงอยู่

 

“เจ้านี้สามารถใช้กำลังได้สูงสุดเท่าไรนะ” ผมลองถามข้อสงสัยกับวีเร็ตต้า

 

“เท่าที่คุณปู่เคยเล่าให้ฉันฟัง ท่านเคยใช้ได้ถึง 150% เท่านั้นเองค่ะ “

 

“150%เท่านั้นเองเหรอ”

 

“ค่ะ ท่านบอกว่าแรงของท่านดึงสายได้สุดแรงเพียงเท่านั้นค่ะ”

 

ผมลองดึงสายจนสุดแรงของผม ผมค่อนข้างมั้นใจในกำลังแขนพอสมควร เพราะช่วงที่ผ่านมาผมฝึกเพิ่มกำลังแขนขึ้นมามากพอสมควร แต่ตัวผมที่มั้นใจแบบนั้นสามารถดึงกำลังของมันออกมาได้แค่160% ซึ่งมากกว่าปู่ของวีเร็ตต้าเพียงเล็กน้อย

 

หลังจากผมเซ็งกับกำลังของตัวเอง ผมก็คืนธนูกลับไปให้วีเร็ตต้า พอเธอรับธนูคืนไปจากผมตัวธนูก็กลับไปอยู่ในสภาพเดิมของมัน

 

“เออ…. แล้ววีเร็ตต้าที่มาหาผมนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า มั้วแต่สนใจแต่ธนูเลยลืมถามเลย”

 

“ค่ะ! ฉันแค่จะแวะมาดูอาการท่านผู้กล้าก่อนจะออกไปลาดตะเวนนะค่ะ”

 

“ลำบากเหมือนกันนะเนี้ย กลางคืนยังต้องออกไปลาดตะเวนกันอีก”

 

“ค่ะ ถึงจะลำบากแต่เพื่อความปลอดภันของครอบครัวและชาวเมือง ฉันยินดีทำอยู่แล้ว ค่ะ”

 

“เก่งจังเลยนะ” ผมลูปตัวของวีเร็ตต้า

 

“ค่ะ…. ขอบคุณค่ะ” วีเร็ตต้าที่โดนลูปหัวดูเธอดีใจพอสมควรเลย

 

หลังจากนั้น วีเร็ตต้าก็เดินออกจากห้องเพื่อออกไปลาดตะเวน ส่วนผมก็ได้แต่มองส่งเธอ หลังจากเธอออกจากห้องไป ตัวผมคิดว่าตอนนี้ถ้าผมมีกำลังพอที่จะช่วยได้ก็อยากจะปกป้องป่าแห่งนี้กับชาวเอลฟ์เอาไว้ให้ได้ เพื่อให้ความหวังของชายที่เขียนหนังสือเล่มนั้นทิ้งเอาไว้ได้เป็นจริง


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 



NEKOPOST.NET