LightNovel No Yuusha ตอนที่ 15 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

LightNovel No Yuusha

Ch.15 - elf forest


หลังจากที่พวกเอเรน่าลงมาจากห้อง และพวกเราเริ่มทานอาหารกันไปได้ซักครู่หนึ่ง พวกกลุ่มทหารที่นั่งอยู่ในโรงแรงก็เริ่มทะยอยออกจากโรงแรมไปด้านนอกที่ฝนกำลังตกอยู่

 

ชายที่เข้ามาคุยกับผมช่วงที่รอพวกเอเรน่าอยู่ก็ออกไปเช่นกัน ก่อนที่เขาจะออกไปนอกโรงแรมก็ยกมือทักทายผมก่อนจะเดินออกไปกับกลุ่มเพื่อนทหารของเขา

 

แน่นอนว่าผมแปลกใจที่พวกเขาออกไปนอกโรงแรมในสภาพที่ฝนกำลังตกหนักและเข้าช่วงกลางคืนแล้วด้วย เอเรน่าที่สังเกตเห็นแบบเดียวกับผมก็กำลังทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่

 

“ที่รัก เดียวคุณขึ้นไปอาบน้ำที่ห้องก่อนนะค่ะ ฉันกับอิริน่าจะขอคุยกับพนักงานโรงแรงเพื่อหาข้อมูลซักหน่อย” เธอบอกผมหลังจากเธอคิดอะไรออกสักอย่าง

 

“อืม….. งั้นผมขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะ”

 

ผมยืนขึ้นแล้วก็เดินขึ้นบรรไดไปยังห้องพักเพื่ออาบน้ำ ระหว่างเดินขึ้นบรรไดผมก็สังเกตเห็นเอเรน่ากับอิริน่ากำลังปรึกษากันอยู่ ไม่รู้ว่าพวกเธอปรึกษาเรื่องอะไรกันจะกลับลงไปถามก็ยังไงอยู่ ผมเลยรีบขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำให้เร็วที่สุด เดียวถ้าเรื่องพวกเธอปรึกษากันเกี่ยวกับผมหลังขึ้นมาที่ห้องแล้วพวกเธอคงปรึกษากับผมเอง

 

ผมใช้เวลาอาบน้ำอยู่พักใหญ่ เนื่องจากการเดินทางมาหลายวันของผมได้แต่อาบน้ำตามลำธารทีหนาวเย็นต่างจากน้ำในโรงแรงที่อุ่นสบายผมเลยใช้เวลานานกว่าปกติ

 

หลังออกมาจากห้องอาบน้ำ พวกเอเรน่าก็กลับขึ้นมาอยู่ในห้องกันหมดแล้ว ผมเลยเดินไปยังโต๊ะกลางห้องที่พวกเอเรน่านั่งอยู่ ดูเหมือนเธอจะไม่รอให้เสียเวลา เอเรน่าเริ่มพูดเข้าเรื่องทันที

 

“ที่รัก จากที่ลองถามพนักงานดูแล้ว พวกทหารพวกนั้นกำลังเข้าไปในป้าเอลฟ์กันค่ะ “

 

“เข้าไปในสภาพอากาศแบบเนี้ยอะนะ”

 

“ค่ะ พนักงานบอกว่า ก่อนที่พวกเราจะเข้ามาที่โรงแรม ชายที่หน้าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มได้คุยกับเขาน่ะค่ะว่า จะเข้าบุกป่าเอลฟ์ช่วงมึดพวกนั้นน่าจะมีการระวังตัวน้อย และถ้าสภาพอากาศเป็นใจแบบนี้จะช่วยให้เข้าได้ง่ายขึ้นเยอะ น่ะค่ะ”

 

เจ้าพวกนั้นมีความพยายามสูงจริงๆ และค่าแรงที่ชายทหารคนนั้นบอกคงจะเยอะมากๆ ถึงขนาดฝนตกหนักเหมือนพายุเข้ายังอุสาห์บุกเข้าไปในป่ากัน

 

“ถ้าอย่างนั้นพวกเรา รอให้พายุกับพวกทหารกลุ่มนั้นกลับมาก่อนแล้วกัน ค่อยเดินทางเข้าป่าเอลฟ์กัน ถ้าพวกนั้นกลับมาเราหน้าจะได้รู้สภาพของป่าเอลฟ์ด้วย พวกเราได้เดินทางได้ง่ายขึ้น”

 

“ค่ะ เอาตามที่ที่รักบอกแล้วกันค่ะ” เอเรน่าตอบรับตามที่ผมเสนอ

 

“ถ้าอย่างนั้นจบเรื่องตรงนี้แล้ว พวกเราเข้านอนกันเถอะ” ผมบอกกับเอเรน่าและกำลังจะเดินขึ้นเตียง แต่อิริน่าหยุดผมไว้เสียก่อน

 

“นายจะทำอะไรนะ!!” อิริน่าถามผมด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจ

 

“ก็ขึ้นเตียงแล้วนอนไง”

 

“ใครบอกว่าจะให้นายนอนบนเตียงกับพวกฉัน”

 

“เอ๋! “ ผมตกใจกับคำพูดของอิริน่า

 

“นายนะไปนอนตรงนั้นซะ” อิริน่าชี้ไปตรงพื้นว่างๆ ที่ห่างจากเตียงไปเล็กน้อย

 

“จะให้ผมนอนกับพื้นนั้นจริงๆเหรอ อิริน่า”

 

“ใช่ นายนะนอนตรงนั้นล่ะดีที่สุดแล้ว”

 

“แต่ตรงนั้นไม่มีหมอนกับผ้าห่มนะ ผมจะนอนได้ยังไง”

 

“เรื่องมากจริงๆ เอ้า! เอาไป” อิริน่า หยิบหมอนกับผ้าห่มจากเตียงโยนมาให้ผมหนึ่งชุด

 

“แค่นี้พอแล้วใช่มั้ย ท่านพีพวกเราขึ้นเตียงแล้วนอนกันดีกว่าน่ะค่ะ” อิริน่า ดึงมือเอเรน่าขึ้นไปบนเตียง

 

“อิริน่า แบบนี้มันไม่ดีนะ หน้าจะให้ท่านโคตะมานอนบนเตียงกับพวกเรา ตอนนี้อากาศก็หนาวเย็นมากด้วย” เอเรน่าพยายามบอกกับน้องสาวของเธอ

 

“ถ้าให้เจ้านั้นมานอนบนเตียงกับพวกเรา หนูขอออกไปนอนข้างนอกห้องดีกว่าค่ะ”

 

“แบบนั้นไม่ได้นะ จะออกไปนอนนอกห้องได้ยังไง ” เอเรน่าพยายามพูดกับอิริน่า แล้วเธอก็หันมามองทางผมด้วยสภาพที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อดี

 

“เอเรน่านอนบนเตียงกับอิริน่าไปเถอะ ผมนอนบนพื้นก็ได้จะได้ไม่เกิดปัญหา”

 

“จะดีเหรอค่ะ” เอเรน่าดูจะยังไม่ค่อยสะบายใจเท่าไร

 

“อืม! ถ้างั้นราตรีสวัสดิ์”

 

“ค่ะ ราตรีสวัสดิ์”

 

หลังจากนั้นพวกเอเรน่าก็ขึ้นเตียงนอนไป ส่วนผมก็ปูผ้าแล้ววางหมอนที่ได้มาลงกับพื้นแล้วนอนลง แน่นอนว่าพื้นที่ปูผ้าไว้นั้นหนาวพอสมควรถึงจะมีผ้าห่มก็ยังหนาวอยู่ ยิ่งตอนนี้ฝนตกหนักกว่าช่วงหัวค่ำมาก อากาศก็ชื่นกว่าเดิมยิ่งทำให้หนาวกว่าเดิมเข้าไปอีก

 

ผมพยายามนอนให้หลับแต่เพราะความหนาวจนร่างกายของผมสั่นไปหมด ถึงจะพยายามข่มตาให้หลังยังไงก็หลับไม่ลง  ผมเอามือถูกันเพื่อให้เกิดความอบอุ่นขึ้นบ้างแต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้มาก

 

หลังจากนั้นไม่นานก็มีใครบางคนสอดตัวเข้ามาในผ้าห่มของผมจากทางด้านหลัง แล้วใช้แขนทั้งสองข้างเข้ามากอดตัวผม

 

“ที่รักหนาวมากเหรอ ค่ะ”

 

เมื่อได้ยินเสียงคนที่พูดจากด้านหลังของผม ก็ทำให้ผมรู้ว่าคนที่เข้ามากอดผมคือเอเรน่า

 

“อืม….. หนาวมากเลย”

 

หลังจากผมบอกเธอ เธอก็กอดผมแน่นขึ้นและเอามือทั้งสองข้างของเธอมากุมมือของผมไว้

 

“อุ่นขึ้นมั้ยค่ะ”

 

หลังจากเธอเอามือเข้ามากุมไว้ที่มือของผม ความหนาวที่ผมต้องเจอมาตลอดช่วงเข้านอนของวันนี้ได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง

 

“อืม…. พอเอเรน่าเข้ามากอดผมไว้ ร่างกายของผมก็อุ่นขึ้นมากๆเลย ขอบคุณนะ”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณไม่รู้สึกหนาวแล้ว ฉันก็ดีใจแล้วค่ะ”

 

หลังจากนั้นผมก็นอนหลังไปหลังจากเอเรน่าเข้ามานอนกอดผมได้ไม่นาน

 

ตอนที่ผมตืนนอน สิ่งแรกที่ผมเห็นในเช้านี้คือสาวสวยผมสีฟ้าที่ผมนอนกอดอยู่เป็นประจำ วันนี้ก็เหมือนกับทุกวันผมกำลังนอนกอดเธออยู่ อากาศในตอนนี้ก็ยังคงหนาวเหมือนเมื่อคืน ตัวผมที่นอนอยู่กำลังกอดเอเรน่าไว้แน่นมาก หน้าตาของเธอตอนนี้แสดงอาการอึดอัด ผมเลยพยายามลดแรงกอดลงเพื่อไม่ให้เธออึดอัดจากการกอดของผม

 

หลังจากลดแรงกอดลงแล้ว เธอก็แสดงสีหน้าสบายๆ ที่ดูออกน่ารักเหมือนทุกที่จนผมจองมองหน้าของเธออย่างไม่กระพิบตา

 

และวันนี้ผมไม่รู้นึกอะไรขึ้น พอเห็นหน้าตาแสนน่ารักแบบนั้นของเธอเข้าก็เกิดอารมขึ้น ผมเลยเอามือทั้งสองข้างจากที่กอดเธอไว้ย้ายไปจับหน้าอกของเธอแทน แน่นอนว่าถึงผมจะย้ายมือไปจับที่หน้าอกของเธอเธอก็คงยังนอนหลับเหมือนเดิม แต่ก่อนที่ผมจะได้ทำอะไรต่อไป ตัวผมก็ดันไปสะดุดกับสายตาไม่พอใจกับการกระทำของผมจากบนเตียงเข้า

 

อิริน่าที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้เธอตื่นแล้วและกำลังจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาไม่พอใจสุดๆ

 

“กำลังจะทำอะไรพีสาวของชั้นนะ เจ้าลามก” อิริน่าแสดงอาการโกรธพอสมควรขณะพูดกับผม

 

“เอ่อ……….. คือ……… แบบว่า………..” ผมพยายามนึกคำที่จะทำให้เธออารมดีขึ้น

 

ในระหว่างนั้น เนื่องด้วยที่ผมกำลังจับหน้าอกของเอเรน่าอยู่ไม่รู้เพราะกำลังเครียดกับการหาคำพูดกับอิริน่ามากไปหรือเปล่า เลยบีบหน้าอกของเอเรน่าแรงพอสมควรจนเธอตื่นขึ้น

หลังจากเธอตื่นก็หันมาหาผมก่อนเป็นอันดับแรก

 

“ที่รัก อรุณสวัสดิ์ ค่ะ”

 

หลังพูดจบเธอก็เข้ามาจูบผม หลังจากจูบเสร็จเธอก็ถอยริมฝีปากของเธอออกไป

 

“อรุณสวัสดิ์ เอเรน่า “

 

หลังจากบอกอรุณสวัสดิ์กันจบแล้ว เหมือนเธอจะเห็นความผิดปกติของสีหน้าของผมแล้ว

 

“ท่านพีค่ะ! ทำเรื่องไร้ยางอายแบบนั้นได้ยังไง ค่ะ”

 

อิริน่าที่ยังคงอยู่บนเตียงบอกกับพีสาวของเธอที่ยังคงอยู่กับผม หลังจากเธอได้ยินเสียงของน้องสาวของเธอ เธอก็หันกลับไปยังเตียง

 

“เรื่องไร้ยางอาย? เรื่องอะไรเหรอ อิริน่า”

 

เธอทำหน้างงใส่น้องสาวของเธอ

 

“ก็…...ที่ท่านพีทำกับเจ้าลามกนั้น เมื่อกี้ไงค่ะ” เธอพูดด้วยท่าทางอายๆและหน้าแดง

 

“จูบนะเหรอ? ไม่เห็นจะหน้าอาย เรื่องปกติของคนรักกันไม่เห็นจะแปลก อีกหน่อยพอเธอมีแฟน เธอก็คงทำเหมือนกันนั้นละ”

 

“ทำแบบนั้น!” หลังจากเธอพูดจบก็หันหน้ามามองทางผม

 

“เป็นไปไม่ได้หรอก ค่ะ” แล้วท่าทีของเธอก็ยังคงอายๆ และแอบมองหน้าผมอยู่ แล้วตกลงผมเกียวอะไรด้วยหรือเปล่าเนี้ย

 

หลังจากนั้นเพื่อให้สถานะการเบาลง ผมเลยแยกตัวไปล้างหน้าที่ห้องน้ำเสียก่อน ปล่อยให้สองคนพีน้องคุยกันเองสถานะการจะได้จบลงเร็วๆ

 

หลังจากผมออกมาจากห้องน้ำสถานะการก็จบลงไปแล้ว เอเรน่าทำหน้าตาปกติและกำลังเตรียมชุดใส่ออกไปด้านนอก อิริน่าก็ทำเหมือนกัน หลังจากผมเดินเข้าไปหาเอเรน่า อิริน่าก็รีบเดินเข้าห้องน้ำไป

 

หลังจากพวกผมล้างหน้าและเปลียนชุดกันเรียบร้อย ก็ลงมาด้านล่างของโรงแรม ที่โซนโต๊ะอาหารวันนี้เงียบเหงามากๆ ไม่มีคนอื่นเลยนอกจากพวกผม

 

ฝนที่ด้านนอกโรงแรงก็ยังคงตกหนักอยู่ จะเดินทางไปด้านนอกก็คงเป็นไปไม่ได้ พวกผมเลยทานอาหารของโรงแรม และแยกย้ายกันไปหาอะไรทำค่าเวลา

 

เอเรน่ากับอิริน่า พวกเธอหลังจากทานอาหารเสร็จก็ขึ้นไปที่ห้อง เอเรน่าบอกผมก่อนขึ้นไปที่ห้อง ว่าจะไปเตรียมของสำหรับเดินทางกันไว้ก่อน ให้ผมหาอะไรทำที่ชั้นล่างไปก่อน

 

ตัวผมที่ไม่รู้จะทำอะไรดี เลยลองไปถามพนักงานโรงแรมดูว่ามีอะไรทำค่าเวลาได้บ้าง พนักงานแนะนำให้ผมไปที่มุมหนังสือของโรงแรงตรงโซนว่างๆด้านในสุด

 

ที่มุมหนังสือของโรงแรม เป็นมุมเล็กๆที่มีหนังสือประมาณสองสามชั้นวางอยู่ หนังสือแต่ละเล่มก็เป็นหนังสือคู่มือเดินป่าหรือพวกหนังสือบอกประเภทของเห็ดที่สามารถเก็บจากแถวนี้ได้ แต่ในกองของหนังสือพวกนี้ ผมเจอหนังสือทีแตกต่างออกไปอยู่หนึ่งเล่ม

 

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า ตำนานผู้กล้าแห่งเอลฟ์และสหายชาวมนุษย์ เป็นหนังสือที่แปลกที่ความหนาของมันพอๆกับสมุดโน็ตขนาดเล็ก

 

ผมไม่รอช้าเริ่มอ่านมันทันที หลายวันมานี้ด้วยต้องเดินทางตลอด เลยไม่มีเวลาได้อ่านหนังสือบ้างเลย ตอนนี้มีเวลาว่างและหนังสือเล่มนี้ก็ดูหน้าสนใจสุดๆ ยังไงผมก็อยากจะอ่านมันให้จบก่อนจะออกเดินทางต่อ เพราะดูแล้วฝนคงตกถึงแค่พรุ่งนี้แล้วก็คงจะหยุดตก

 

ผมเริ่มเปิดอ่านทันทีตัวเนื้อหาเล่าเกียวกับผู้กล้าของชาวเอลฟ์ และเหตุผลที่ทำไมชาวเอลฟ์ช่วงหลังมานี้ถึงไม่ชอบหน้าพวกเราซึ่งเป็นมนุษย์

 

ตามเนื้อหาในหนังสือช่วงที่ผู้กล้าเอลฟ์กำลังจะไปปราบจอมมารในศึกสุดท้าย เพื่อนของเขาที่เป็นมนุษย์ที่ติดตามไปด้วย ในช่วงที่กำลังต่อสู้กับกับลูกน้องจอมมาร ผู้กล้าโดนล้อมกรอบและขอความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์ที่มาด้วย แต่เขาได้แต่มองผู้กล้าอยู่ห่างๆด้วยความกลัวลูกน้องของจอมมารและไม่นานนักเขาก็หนีไปโดยทิ้งผู้กล้าเอาไว้ในวงล้อมของศัตรู แต่ด้วยความสามารถของผู้กล้าก็สามารถจัดการพวกนั้นได้แต่ก็ต้องได้รับบาดเจ็บมาพอสมควร หลังจากนั้นผู้กลัาก็ไปจัดการจอมมารด้วยตัวคนเดียว พอกลับมายังเมืองเมื่อเขาเจอกับเพื่อนมนุษย์คนนั้น เขาก็แสดงอาการโกรธแล้วลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่เชื่อใจพวกมนุษย์อีก

 

ตรงท้ายเล่มของหนังสือผู้เขียน เขียนคอมเมนไว้ด้วยว่า ต้องขอโทษชาวมนุษย์ทุกคนด้วยที่ตัวเองเป็นคนทำให้ชาวเอลฟ์และชาวมนุษย์ไม่ถูกกัน เพราะความกลัวตายจนเกินเหตุทำให้เขาทำผิดกับเพื่อนสนิดที่ออกสู้ด้วยกันมาเป็นเวลานาน เขารู้สึกผิดมากเลยเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อบอกกับคนรุ่นหลังว่าเหตุผลที่ทำไมเอลฟ์ถึงไม่ชอบพวกมนุษย์ เพื่อเตือนใจไม่ให้ทำแบบเขาเดียวจะเสียเพื่อนที่แสนสำคัญไป

 

หลังจากอ่านจบเวลาก็ล่วงเลยมาถึงช่วงเย็นเสียแล้ว ฝนที่ตกหนักอยู่ด้านนอกก็เริ่มเบาลงกว่าเมื่อช่วงเช้า พรุ่งนี้พวกผมก็คงออกเดินทางต่อกันได้ แต่ตอนนี้ก็ได้รู้เรื่องของเอลฟ์มากขึ้นในการเดินทางเข้าไปจะได้ระวังท่าทีไว้ด้วย

 

แต่ดูเหมือนการคิดล่วงหน้าของผมจะแสดงผลออกมาก่อนที่ผมจะปฎิบัติเสียอีก ตอนที่ผมเดินกลับออกมาที่กลางโรงแรมตรงหน้าประตูของโรงแรมก็มีกลุ่มทหารที่ผมเจอเมื่อวานกำลังทะยอยเดินเข้ามาในตัวโรงแรมอยู่

 

สภาพของแต่ละคนตอนนี้ ทำให้ผมตกใจเป็นอย่างมาก ตามตัวของพวกเขามีลูกธนูปักอยู่กันเป็นส่วนมาก ตามชุดและเสื้อก็มีคราบสีแดงของเลือดอยู่เต็มไปหมด แต่ละคนพอได้เข้ามาในโรงแรงแล้วนั่งกองกันบนพื้นก็ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด

 

ผมมองดูรอบๆของพวกทหาร จนไปเจอกับทหารหนุ่มที่เข้ามาคุยกับผมเมื่อวาน ผมเลยรีบเข้าไปดูสภาพของเขาและถามเกียวกับสถานะการที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

 

“น้องชาย ”

 

ทหารหนุ่มคนนั้นกำลังทำแผลให้เพื่อนของเขาอยู่ พอได้ยินเสียงของผมเขาก็หันมาตอบรับทั้นที

 

“อะ ครับ !” ที่ไหล่ซ้ายของเขามีผ้าพันแผลพันเอาไว้คงจะโดนธนูโจมตีมาเช่นกัน

 

“ไปโดนอะไรกันมาเหรอเนี้ย ดูพวกนายจะเสียหายกันไม่เบา”

 

“โดนหน่วยพลธนูของเอลฟ์เล่นงานมาก่อนจะเข้าป่านะครับ”

 

“หืม!” ผมตกใจพอสมควรไม่นึกว่าพวกเอลฟ์จะไม่ชอบมนุษย์ขนาดมีพลธนูมาดักโจมตีก่อนเข้าป่า

 

“ยังดีที่พวกเรายังเข้าไปแค่ชายป่าแล้วโดนเล่นงาน ถ้าเข้าไปลึกกว่านั้นคงตายอยู่ที่นั้นแล้วละครับ” เขาทำท่าโลงใจที่รอดกลับมาได้

 

หลังจากนั้นผมก็คุยกับเขาอีกเล็กน้อยเพื่อถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม ข้อมูลที่ได้มานั้นทางด้านชายป่าที่ไม่ใช้ทางเข้าปกติของป่าเอลฟ์มี่พลธนูจำนวนมากวางกำลังดักรออยู่ ถ้าพวกผมจะเดินทางเข้าไปคงต้องใช้เส้นทางอื่นแทนเพื่อความปลอดภัย

 

หลังจากผมขึ้นมาที่ห้องแล้ว ก็เล่าเรื่องที่คุยกับทหารที่บาดเจ็บกลับมาจากป่าเอลฟ์ให้พวกเอเรน่าฟังและวางแผนในการเดินทางของพวกเรา

 

“ เราคงต้องใช้เส้นทางหลักในการเข้าป่า ค่ะ” เอเรน่าพูดขึ้นขณะที่กำลังเลือกเส้นทางกันอยู่

 

“ทำไมถึงเลือกทางนั้นละ “ ผมถามเธอด้วยความสงสัย

 

“ก่อนจะออกจากเมืองมาที่นี้ ท่านพ่อบอกไว้นะค่ะ “ ถ้าจะเข้าป่าเอลฟ์ให้เข้าทางเส้นทางหลักจะดูเป็นแขกที่มาเยือนมากกว่าผู้บุกรุก” “

 

“อย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นก็เข้าทางถนนเส้นหลักแล้วกัน” ผมบอกกับพวกเอเรน่า

 

“แต่ว่าพวกเราคงต้องเตรียมตัวรบไว้ด้วยละ “ อิริน่า พูดขึ้นหลังจากผมพูดจบ

 

พวกเราเลยเตรียมอุปกรณ์สวมใส่สำหรับออกรบให้พร้อม เพราะพรุ่งนี้พวกเราคงต้องออกเดินทางเข้าไปในป่าเอลฟ์กันแล้ว หลังจากเตรียมของกันเรียบร้อยพวกผมก็รีบนอนทันทีเพื่อจะได้ออกเดินทางกันแต่เช้า

 

-------------------------------------

 

หลังจากผมกับเอเรน่าตื่นนอนตอนเช้ามึด เอเรน่าก็รีบปลุกอิริน่าแล้วเตรียมของไปขึ้นรถรากม้าที่ด้านนอกโรงแรม เพื่อได้ออกเดินทางโดยเร็ว

 

พวกผมออกเดินทางจากโรงแรมมาถึงถนนสายหลักที่ใช้เข้าป่าเอลฟ์ในช่วงสายๆ บริเวณรอบๆของแถวนี้ปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียวและต้นไม้เล็กๆตลอดทาง

 

ตอนนี้พวกผมเข้ามาด้านในของป่า ตอนแรกก็กลัวพวกเอลฟ์รอบโจมตีพอสมควร แต่พอผ่านเข้ามาด้านในได้อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นพวกผมก็สบายใจกันพอสมควร

 

แต่ความสบายใจของผมก็อยู่ได้ไม่นาน พอเข้ามาในป่าได้ไม่นานก็เจอกับกองหินจำนวนมากปิดถนนเอาไว้ พวกผมเลยต้องหยุดรถรากม้ากันทันที และพอหยุดได้ไม่นานก็มีห่าธนูจำนวนมากยิงเข้าใส่รถของพวกเรา

 

พวกเอเรน่าที่เห็นลูกธนูพวกนั้นก็รีบใช้เวทกันทันที

 

“ Ice Defender “ พอพวกเธอใช้เวทก็มีกำแพงน้ำแข็งทรงครึ่งวงกลมมาคลุมพวกเราไว้

 

ลูกธนูที่โดนกำแพงน้ำแข็งเข้าก็ต่างกระเด็นออก แต่กำแพงน้ำแข็งก็ได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน แต่ไม่นานนักสภาพของกำแพงน้ำแข็งก็กลับมาเช่นเดิม ดูแล้วพวกเอเรน่าจะแบ่งหน้าที่กันระหว่างคนสร้างกำแพงและคนซ่อมกำแพงน้ำแข็ง

 

พวกเรายืนรับห่าธนูที่ยิงมาอย่างไม่ยอมหยุดอยู่เป็นเวลานานพอสมควร จนผมสังเกตุเห็นของบางอย่างเข้า

 

มีลูกธนูสีเงินแปลกๆ ดอกหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาหาอิริน่าด้วยความเร็วสูงที่แตกต่างจากลูกธนูอื่นมากๆ จนผมสังหรณ์ใจไม่ดี

 

ผมรีบวิ่งเข้าไปหาอิริน่าแล้วแล้วดันให้เธอล้มลงไปก่อนที่ลูกธนูแปลกๆดอกนั้นจะทะลุกำแพงน้ำแข็งเข้ามาโดนเธอ

 

“โอ้ย!  ทำอะไรของนายนะ เอ๋!! “ อิริน่ารีบหันกลับมาหาผมเพื่อต่อว่า แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่าผม เธอก็ตกใจจนหน้าซีด

 

ตัวผมที่วิ่งเข้าไปดันอิริน่าให้ล้มนั้น ตอนนี้ที่ไหล่ซ้ายมีรูขนาดเท่าๆกับลูกธนูสีเงินที่วิ่งเข้าใส่เธออยู่ และแน่นอนบริเวณรูนั้นมีน้ำสีแดงจำนวนมากกำลังไหลออกมาอยู่ ตัวผมตอนนี้มึนหัวไปหมดและเจ็บที่แขนซ้ายอย่างมาก แขนซ้ายตอนนี้ก็ขยับไม่ได้แล้ว คงเพราะลูกธนูคงทำให้กระดูกที่ไหล่ซ้ายของผมหักไปหมดแล้ว

 

“ที่รัก! “ เอเรน่ารีบวิ่งเข้ามาดูผมทันทีด้วยความตกใจ

 

แต่ก่อนที่เอเรน่าจะวิ่งมาถึงตัวผม ผมก็ล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นเสียก่อน ตัวผมตอนนี้เริ่มมองภาพไม่ชัดเสียแล้ว ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนจะหมดสติไปคือ อิริน่าที่น้ำตาไหลและกำลังวิ่งเข้ามาหาผม พร้อมกับเรียกผมด้วยความตกใจ

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 



NEKOPOST.NET