LightNovel No Yuusha ตอนที่ 14 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

LightNovel No Yuusha

Ch.14 - next target


หลังจากผ่านศึกไปได้4วัน คุณโคเซนนายกของเมืองlim ก็มาถึง  แต่ระหว่างที่รอคุณโคเซนมาที่เมืองnaroh ผมก็ใช้ชีวิตเหมือนปกติ แต่ก็มีอะไรแตกต่างจากเดิมบ้าง ตอนเช้าที่ผมออกวิ่งรอบเมืองแบบที่ทำตั้งแต่มาเมืองnorah ปกติชาวเมืองจะไม่สนใจผม แต่พอจบศึกกับกองทัพจอมมารพวกเขาก็เปลียนไป ทุกเช้าตอนที่ผมวิ่งในเมือง พวกเขาจะเข้ามาทักทายผมอย่างเป็นกันเอง บางคนก็เอาขนมปังมาให้บ้าง บางคนก็ถามเรื่องผมกับเอเรน่าบ้าง บางคนก็ถามปัญหาที่ผมหนักใจ เขาถามผมว่า “จะเก็บลูกสาวของท่านนายกทั้งสองคนเลยหรือเปล่า” แน่นอนว่าผมตอบไม่ได้ หลังจากจบศึกที่ผ่านมา หลังจากอิริน่ารู้ว่าผมเป็นใคร เธอก็พยายามหลบหน้าผม ถ้าบังเอิญเจอกันเธอก็อารมเสียใส่ผมอย่างแรง แน่นอนตอนนี้อิริน่าก็ไม่ได้ญาติดีกับผมขนาดจะมาเป็นคนที่ชอบพอกันได้  

 

หลังจากคุณโคเซนมาถึงห้องพักและเก็บของที่ห้องเรียบร้อย คุณเอเทอร์ก็เรียกพวกผมมาประชุมกันทันที คนที่เข้าประชุมตอนนี้มี มีคุณโคเซน คุณเอเทอร์ ผม เอเรน่า อิริน่า และทหารระดับหัวหน้าหน่วยอีกประมาณสามคน

 

“จากการโจมตีครั้งนี้ พวกเราพอจะทราบแล้วว่ากองทัพจอมมารจะยังคงออกโจมตีเมืองต่อไปอย่างแน่นอน ผมเลยเรียกพวกเรามาประชุมกัน” คุณเอเทอร์พูดกับพวกผมที่มาเข้าประชุม

 

“แล้วนายคิดว่าเมืองไหนจะโดนโจมตีต่อไปละ เอเทอร์ “ คุณโคเซนถามขึ้น

 

“ชั้นก็ไม่แน่ใจ แต่ที่คิดไว้หน้าจะเป็นเมืองที่ติดกับเมืองของพวกเราเมืองไดเมืองหนึ่ง”

 

“ผมคิดว่าหน้าจะเป็นเมืองที่ติดกับnorah นะครับ “ ผมลองเสนอความคิดขึ้น

 

“ท่านโคตะคิดว่าอย่างนั้นเหรอครับ “ คุณเอเทอร์พูดขึ้น

 

“แค่คาดเดานะครับ “

 

“ท่านพ่อ ท่านลุงค่ะ หนูเห็นด้วยกับคุณโคตะค่ะ” เอเรน่าส่งเสียงสนับสนุนผม

 

“เอเรน่าทำไมลูกถึงคิดว่าอย่างนั้นล่ะ”

 

“หนูคิดว่าความน่าจะเป็นมีสูงนะค่ะ เพราะจากเมืองlim ก็มาเมืองของเรา โอกาสที่จะเป็นเมืองต่อไปจากเมืองเราก็มีความเป็นไปได้สูงค่ะ”

 

“จะเอายังไงดีล่ะ โคเซน”

 

“ชั้นแล้วแต่นายแล้วกัน เพราะยังไม่รู้ว่ากองทัพจอมมารจะมาบุกที่ไหนต่อไป จะลองเสี่ยงไปที่นั้นดูก่อนก็ได้”

 

“อืม………… แล้วจะส่งใครไปดีล่ะ” คุณเอเทอร์ถามขึ้นในที่ประชุม

 

“เดียวหนูกับท่านโคตะไปเองค่ะ “ เอเรน่ารีบส่งเสียงตอบทันที

 

“จะดีเหรอ เอเรน่า ลุงว่าส่งทหารไปส่งข่าวจะดีกว่านะ”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยากไปเองจะได้ถือโอกาสให้คุณโคตะฝึกอะไรใหม่ๆระหว่างทางไปด้วย”

 

“อืม.. จะเอาอย่างนั้นก็แล้วแต่หลานแล้วกัน เดียวลุงจะให้ทหารไปส่งข่าวทางเมืองทิศไต้ที่ติดกับเมืองของลุงเองแล้วกัน ถ้าที่พวกเราคาดการผิดทางนั้นจะได้พอตั้งตัวรับสถานะการได้”

 

“ค่ะ ท่านลุง”

 

หลังจากนั้นพวกผมก็แยกย้ายกันกลับห้องเพื่อเตรียมตัวเดินทาง เมื่อกลับถึงห้องผมก็คุยกับเอเรน่า

 

“เอเรน่าเมืองที่เราจะไปส่งข่าวกันเป็นเมืองแบบไหนเหรอ”

 

“เมือง elftale นะค่ะ เป็นเมืองของพวกelf จะเรียกว่าเมืองก็อาจจะแปลก แต่จริงๆแล้วเป็นป่าขนาดใหญ่ของelfนะค่ะ”

 

“ดินแดนของelfเหรอ”

 

“ค่ะ แต่ก็ต้องระวังกันหน่อยนะค่ะ พวกนั้นไม่ค่อยชอบให้ใครเข้าไปยุ่งในพื้นที่ของตน และที่นั้นเคยเป็นที่อยู่ของผู้กล้าท่านหนึ่งด้วยค่ะ”  เป็นเมืองของผู้กล้าด้วยเหรอ ถ้าไปที่นั้นผมคงได้รู้เรื่องของผู้กล้าคนมากมากขึ้นล่ะนะ

 

“เดียวเรารีบเก็บของแล้วเข้านอนเถอะนะค่ะที่รัก ตอนเช้าเราได้ออกเดินทางกันได้เลย”

 

“อืมๆ เอางั้นก็ได้” ผมรีบช่วยเอเรน่าเก็บของที่จะใช้ในการเดินทางแล้วก็รีบเข้านอน

 

ตอนเช้า ก่อนที่พวกผมจะออกเดินทางคุณเอเทอร์ออกมาส่งพวกผมที่ประตูเมืองทิศตะวันตก

 

“เอเรน่า ท่านโคตะ ขอให้การเดินทางครั้งนี้ปลอดภัยกลับมานะครับ “

 

“ขอบคุณครับ คุณเอเทอร์ “

 

“หนูไปล่ะนะค่ะ คุณพ่อ “ หลังจากเอเรน่าพูดบอกลาพ่อของเธอเสร็จพวกผมก็เตรียมออกเดินทางด้วยรถลากม้า แต่ก่อนที่ผมจะออกเดินทางเล็กน้อย คุณอาน่าก็เรียกพวกผมไว้ก่อน เธอมาพร้อมกับอิริน่าที่มีประเป๋าใบใหญ่หิ้วบนหลังมาด้วย

 

“ท่านโคตะ ฉันฝากอิริน่าไปด้วยคนได้มั้ยค่ะ”

 

“เอ่อ….. ก็….ได้ครับ“ จริงๆ ผมก็อยากจะเดินทางไปกันเอเรน่ากันสองคนอย่างสบายๆ และได้หมดปัญหาเรื่องอิริน่าที่ไม่ชอบหน้าผมด้วย แต่ไม่รู้จะปฎิเสธคุณอาน่ายังไง

 

“ขอบคุณมากค่ะ อิริน่ารีบเก็บของใส่รถแล้วรีบขึ้นไปได้แล้ว” อิริน่ารีบเอากระเป๋าใส่หลังรถลากม้าแล้วขึ้นมานั่งข้างๆเอเรน่า ตามที่แม่ของเธอสั่ง

 

“ถ้าอย่างนั้นพวกผมไปก่อนนะครับ” หลังพูดจบผมก็เริ่มให้ม้าออกเดิน เพื่อจะได้เดินทางกันเสียที

หลังจากออกเดินทางกันมาได้สักพักใหญ่ ผมลองมองดูท่าที่ของอิริน่า ตอนนี้เธอหน้านิ่งมากไม่เหมือนกับทุกวันที่เจอกัน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ผมเลยลองบอกให้เอเรน่าลองคุยกับเธอดู

 

“อิริน่าเป็นอะไรหรือเปล่า พีเห็นเรานิ่งแปลกๆไม่เหมือนกับทุกที”

 

หลังจากเอเรน่าลองถามไป อิริน่าก็แสดงอาการเหมือนปกติแล้วพูดกับเอเรน่า

 

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรนิค่ะ ท่านพี หนูก็ปกติดีทุกอย่าง”

 

หลังพูดจบเธอก็ยังคงคุยกับกับพีสาวของเธอเหมือนปกติไม่มีอะไรผิดจากที่ผ่านมา ผมเลยลองคุยกับเธอดูบ้าง

 

“อิริน่า ทำไมถึงมาเดินทางกับพวกผมล่ะ”

 

หลังจากเธอได้ยินคำถามของผมเธอก็กลับไปหน้านิ่งแล้วตอบผม

 

“ก็ท่านแม่สั่งมาค่ะ แค่นั้น” แล้วเธอก็กลับไปนิ่งเหมือนเดิม

 

ดูแล้วที่เธอออกอาการผิดปกติคงเป็นเพราะต้องมาเดินทางกับผม คงจะไม่มีสาเหตุอย่างอื่นแล้ว

 

จากที่ลองถามเอเรน่าระหว่างเดินทาง การเดินทางครั้งนี้ต้องใช้เวลา4-5วัน พวกเราต้องพักค้างแรมข้างทางประมาณสองวัน แล้วที่เหลือพอจะหาที่พักตามหมู่บ้านเล็กๆระหว่างทางได้

 

ในวันแรกในการพักค้างแรม เอเรน่าทำหน้าที่เตรียมอาหาร ผมรับหน้าที่เตรียมที่พัก ที่พักที่เราเตรียมมาเป็นเต็นทรงสามเหลียมขนาดไม่ใหญ่มากหน้าจะพอสำหรับคนนอนได้สามคน จริงๆแล้วเอเรน่าคงกะว่านอนกันสองคนแล้วให้มีพื้นที่เหลืออยู่บ้าง แต่ตอนนี้มีอิริน่าเพิ่มาอีกคนคงจะนอนลำบากกันพอดู

 

ช่วงเวลาอาหารเย็น วันนี้อาหารเป็นซุบแบบง่ายๆกับขนมปัง หลังจากกินกันเรียบร้อยผมก็ตั้งน้ำชงชาดื่มตอนชงเสร็จผมเห็นอิริน่านั่งอยู่แถวนั้นพอดี ผมเลยลองส่งแก้วชาในมือของผมให้เธอ ทีแรกผมคิดว่าเธอคงไม่รับแล้วคงนิ่งแบบเดิม แต่เธอก็ทำให้ผมแปลกใจ เธอรับแก้วชาไปแล้วพูดขอบคุณผมเบาๆ

 

หลังจากดื่มชากันเสร็จได้พักใหญ่ พวกเอเรน่าก็แยกตัวไปอาบน้ำที่ลำธารไกล้ๆ แน่นอนผมไม่ได้ตามไป ถ้าตามไปเดียวที่อิริน่าเริ่มดีขึ้น จะเปลียนเป็นแย่กว่าเดิม ผมรอให้พวกเธอกลับมาก่อนแล้วถึงแยกตัวไปอาบน้ำบ้าง

 

สำหรับการนอนในคืนนี้เอเรน่านอนตรงกลางของเต็นส่วนผมนอนด้านขวาของเธอและอิริน่านอนด้านซ้ายของเอเรน่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเวลานอน ก่อนนอนเอเรน่าก็หันหน้ามาคุยกับผมเหมือนปกติ ระหว่างที่ผมนอนคุยกันอยู่นั้น อิริน่าก็กำลังแอบมองมาทางผมอยู่ เธอคงยังไม่ไว้ใจผมเท่าไร

 

หลังจากเอเรน่านอนหลับไป ผมก็พยายามนอนหลับ แต่ก็หลับไม่ลงเพราะอิริย่ายังคงจ้องมองมาทางผมอยู่จนไม่รู้ว่าตัวผมเองนอนหลับไปตอนไหนเพราะความง่วง

 

ตอนเช้าที่ผมตื่นขึ้นมา ถึงจะนอนไม่เต็มที่แต่ผมก็ได้นอนไปนานพอสมควรต่างจากอิริน่า ตอนที่ผมเจอเธอ ขอบตาของเธอออกคล่ำๆ สภาพของเธอเหมือนคนไม่ได้นอนทั้งคืน  

 

หลังทานอาหารเช้ากันเสร็จเธอแอบหลับไปเล็กน้อยก่อนที่ เอเรน่าจะมาเรียกให้ออกเดินทาง ตอนที่นั่งรถออกเดินทางกันต่อ อิริน่านอนหลับเป็นช่วงๆ และตื่นตอนที่รถกระแทกหินจนรถสั่นแรง

 

ในการพักแรมวันที่สอง หลังจากผมทานอาหารเย็นฝีมือเอเรน่ากันเรียบร้อย พวกเอเรน่าก็แยกไปอาบน้ำเหมือนเดิม แต่วันนี้ใช้เวลามากกว่าเมื่อวานมากไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่อถึงเวลาเข้านอน ผมกังวนเรื่องอิริน่าจะมาคอยสังเกตุผมแบบเมื่อคืน แต่มันก็ไม่เป็นอย่างที่ผมคิด พออิริน่าเข้ามาในเต็นได้เธอก็หลับอย่างรวดเร็วจนผมตกใจพอสมควร คงเป็นเพราะเมือคืนเธอนอนไม่พอ ผมเลยสบายใจแล้วนอนหลับลงได้ง่ายๆหลังจากคุยกับเอเรน่าเสร็จ

 

เช้าวันที่สาม ผมตื่นเร็วกว่าปกติเพราะมีอะไรแปลกๆที่แขนทั้งสองข้างของผม ที่แขนด้านซ้ายของผมมีเนินเขาเล็กๆสองลูกบีบอยู่แน่นอนว่าสองลูกนี้เหมือนที่เข้ามาบีบแขนผมประจำ แต่ที่แขนด้านขวาของผมนี้ซิ มันเป็นภูเขาลูกใหญ่สองลูกและบีบที่แขนผมแน่นมาก

 

ผมรีบลืมตาขึ้นแน่นอนว่าด้านซ้ายคือเอเรน่าที่นอนกอดแขนผมอยู่  แต่ด้านขวานี้ซิพอผมหันไปดูเป็นอย่างที่ผมคิด อิริน่ากำลังนอนกดแขนผมอยู่ ดูเหมือนเธอจะหลับลึกจนไม่รู้ตัวว่านอนกอดแขนผมอยู่ ไม่นานนักผมก็ได้ยืนเสียงจากเธอเบาๆ

 

“ท่านพี อย่าไปไหนนะ”

 

เธอคงคิดว่าแขนของผมคือแขนของเอเรน่า สถานะการตอนนี้ถ้าเธอตื่นขึ้นมาผมคงจะสภาพดูไม่จืดแน่ๆ ผมพยายามดึงแขนออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด ระหว่างที่ดึงจนเกือบหลุดออกมาแล้ว เธอดึงมือของผมเข้าไปที่หน้าอกของเธอเต็มๆ แน่นอนว่ามันนุ่มนิมสุดๆ แต่ถ้าเธอตื่นขึ้นมาตอนนี้ ผมก็คงโดนเล่นงานอย่างหนักมากเหมือนกัน ผมเลยรีบดึงออกอย่างเร็ว

 

ตอนที่ผมสบายใจที่เอาแขนออกมาได้ แขนด้านซ้ายของผมถูกบีบแรงจนผิดปกติ ผมเลยหันไปดู เอเรน่าที่ตื่นแล้วกำลังแสดงอาการโกรธพอสมควรอยู่

 

“ที่รัก ทำอะไรน้องสาวของชั้นค่ะ”

 

“เปล่า!! นะ อิริน่าเป็นคนเข้ามากอดแขนผมเอง”

 

“เหรอค่ะ แล้วที่เมื่อกี้เอามือไปจับหน้าอกอิริน่าล่ะค่ะ เธอก็เป็นคนทำเองด้วยใช่มั้ยค่ะ “

 

“อืมๆ! อิริน่าเป็นคนดึงมือผมไปเอง “

 

“เหรอ…...ค่ะ โกหกได้ไม่แนบเนียนเลยนะค่ะ สงสัยต้องลงโทษกันสักหน่อย“ หลังจากนั้นคงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าผมจะโดนอะไรบ้างและหนักขนาดไหน

 

ตอนเช้าหลังเก็บเต็นเสร็จแล้วพวกผมก็เริ่มทานอาหารเช้ากัน อิริน่าที่ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าดูจะสงสัยกับหน้าของผมตอนนี้ที่ดูไม่จืด และเอเรน่าที่ดูอารมไม่ดีพอสมควร หลังจากนั้นพวกเราก็ออกเดินทางต่อ

 

หลังจากเดินทางต่อมาได้อีกเกือบครึ่งวัน พวกผมก็เห็นชายทะเลกับหมู่บ้านเล็กๆ อยู่สุดสายตา เอเรน่าเลยหันมาพูดกับผม

 

“คืนนี้เราจะพักกันที่นั้นนะค่ะ ที่รัก “ หลังจากพักข้างทางมาสองวันก็ได้กลับมาพักในหมู่บ้านเหมือนเดิมคงจะดีกว่าข้างทางเยอะ ผมเลยรีบดึงเชือกควบคุมม้าเพื่อให้มันวิ่งเร็วขึ้นจะได้ถึงที่พักเร็วๆ

 

ตอนที่พวกผมจะเดินทางถึงหมู่บ้าน ลมทะเลก็เริ่มพัดแรง และมีเมฆสีดำจำนวนมากลอยขึ้นฝั่งมา ดูแล้ว พายุฝนคงจะเข้าฝั่ง ผมเลยรีบเร่งความเร็วขึ้นอีก

 

เมื่อมาถึงยังหมู่บ้านฝนก็เริ่มตกลงมาแล้ว หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ต่อกับท่าเรือขนส่งสินค้า และบ้านแต่ละหลังก็ทำด้วยหินที่ดูทนทานต่อสภาพลมฝนที่ตกแรง  

 

เอเรน่าเลือกพักที่โรงแรมขนาดใหญกลางเมือง พวกเราเลยรีบเอารถลากม้าไปเก็บในที่เก็บ แต่ก็มีเรื่องให้พวกเราแปลกใจ ในที่เก็บม้ามีม้าและรถลากม้าจำนวนมากจอดเก็บไว้อยู่ เอเรน่าที่เห็นแบบนั้นเธอดูแปลกใจพอสมควร ปกติคงจะไม่เยอะขนาดนี้

 

เมื่อเก็บรถและท้าเรียบร้อยพวกผมก็รีบเข้าไปยังโรงแรม เพราะฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้ว เมื่อเข้ามาด้านในก็มีเรื่องให้แปลกใจเพิ่มขึ้นอีก ด้านในโรงแรมตามโต๊ะสำหรับลูกค้าทานอาหาร มีทหารจำนวนพอสมควรและชายแต่งตัวแปลกๆอีกจำนวนหนึ่ง

 

แน่นอนว่าเมื่อพวกผมเข้ามาด้านใน คนพวกนั้นก็หันมาให้ความสนใจกับพวกผม แต่จะบอกว่าให้ความสนใจพวกผมทั้งหมดก็ไม่ได้ พวกนั้นต่างกำลังมองมาที่พวกเอเรน่าที่ยืนอยู่ด้านหน้าของผม

 

เอเรน่ากับอิริน่าที่ถูกมองดูจะตัวเกร็งเหมือนกัน แต่พวกเธอก็พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดแล้วเดินไปที่เคาเตอร์ของพนักงานโรงแรม

 

“ยินดีตอนรับครับ” ชายที่ยืนอยู่ตรงเคาเตอร์กล่าวทักทายพวกเอเรน่า

 

“พวกเราอยากจะเช่าห้องพัก ค่ะ” เอเรน่าพูดกับพนักงานโรงแรม

 

“ได้เลยครับ ตอนนี้ทางเราเหลือห้องพักจำนวนไม่มาก อยากจะได้แบบไหนดีครับ”

 

“ขอเป็นห้องเตียงคู่พอจะมีมั้ยค่ะ”

 

“ ได้ครับ เอ่อ...แต่ห้องเตียงเดียวสำหรับคนติดตามด้านหลัง ทางเราอยากจะขอให้เป็นห้องเตียงคู่อีกห้องได้มั้ยครับ เนื่อจากห้องเดียวของทางเราตอนนี้เต็มหมดแล้ว” เจ้าพนักงานคนนี้คงจะนึกว่าผมเป็นคนรับใช้ของเอเรน่ากับอิริน่าละมั้ง

 

แต่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเอเรน่าก็เป็นคนพูดกลับไปเสียก่อน

 

“ไม่ใช้คนรับใช้ค่ะ เขาเป็นสามีของฉันค่ะ” หลังเอเรน่าพูดจบ ก็มีเสียง “เอ๋!!!” ดังมาหลายเสียงจากกลุ่มชายด้านหลัง

 

“ผมขอประทานโทษด้วยครับ ที่ต่อว่าคุณผู้ชาย ถ้าอย่างนั้นห้องเตียงคู่สำหรับคุณผู้หญิงกับคุณชายหนึ่งห้อง และห้องสำหรับคุณผู้หญิงอีกท่านหนึ่งอีกหนึ่งห้องซินะครับ”

 

แต่ก็มีเรื่องหน้าแปลกใจเกิดขึ้น อิริน่าหันไปหาพนักงานแล้วพูดขึ้น

 

“มีห้องสำหรับสามคนมั้ย” หลังเธอพูดจบก็มีเสียง “เอ๋!” ดังขึ้นอีกแต่รอบนี้เยอะกว่าเดิมมาก

 

“ถ้าห้องสำหรับสามคนทางเราก็มีครับ คุณผู้หญิงก็เป็นภรรยาของคุณผู้ชายเหรอครับ”

 

“เปล่า”  อิริน่าตอบพนักงานคนนั้นอย่างหน้านิ่งๆ

 

“เออ……….” พนักงานพูดไม่ออก

 

“เอาตามที่ฉันสั่งนั้นล่ะ ไม่ต้องถามมาก” อิริน่าพูดต่อ

 

“ครับๆ ห้องสำหรับสามคนนะครับ” พนักงานรีบตอบรับคำพูดของอิริน่า แล้วพาพวกผมขึ้นไปยังชั้นบน

 

ห้องที่พนักงานพามานั้นอยู่ที่ชั้นสอง ที่ชั้นนี้มีห้องอยู่เพียงสามห้อง ซึ่งอยู่ห่างกันพอสมควรห้องที่เราได้มาเป็นห้องตรงกลางของชั้น ด้านในของห้องกว้างมาก มีเตียงขนาดสามคนนอนอยู่ตรงกลางห้อง และมีห้องน้ำในตัว

 

เมื่อพวกผมเข้ามาในห้องเรียบร้อย พนักงานก็ออกจากห้องแล้วกลับลงไปยังชั้นล่าง พอวางของที่พวกเราขนมาเรียบร้อยพวกเอเรน่าก็เริ่มเตรียมของเพื่ออาบน้ำกัน ผมเลยต้องรีบออกจากห้องแล้วลงไปรอที่ชั้นล่าง

 

ตอนที่ผมลงมาด้านล่างกลุ่มทหารชายมองมาทางผมอย่างไม่ค่อยพอใจ ผมเลยพยายามหลบไปนั่งยังโต๊ะที่ว่างๆไกลๆจากพวกนั้น หลังจากผมนั่งได้ไม่นานก็มีทหารหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาคุยกับผม

 

“พีชาย พาสาวมาเที่ยวทีเดียวสองคนไม่เบาเลยนะครับ” หลังจากพูดจบเขาก็นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับผม

 

“เออ….ก็ไม่ได้พามาเทียวหรอกนะ”

 

“แล้วพีชายมาแถวนี้จะมาหาสาวเอลฟ์เข้าฮาเรมเพิ่มหรือเปล่า ครับ”

 

“หาสาวเอลฟ์! “ ผมงงกับคำถามของทหารคนนั้น เขาก็คงงงกับสถาพสีหน้าของผมหลังพูดจบ

 

“อ้าว! นึกว่าพีชายจะมาจับสาวเอลฟ์แบบพวกผมเสียอีก”

 

“จะจับพวกเอล์ฟไปทำอะไรเหรอ” ผมลองถามทหารคนนั้นดู

 

“พวกผมได้รับการว่าจ้างจากลูกชายของเจ้าเมืองใหญ่จากทางเหนือ ให้มาจับสาวเอลฟ์กลับไปนะครับ ถ้าจับกลับไปได้ทางนั้นบอกว่าจะให้รางวัลอย่างงาม ผมเลยนึกว่าพีชายจะเป็นแบบลูกชายเจ้าเมืองคนนั้นเสียอีกเลยเข้ามาคุยด้วย กะว่าจะได้งานเพิ่มเสียหน่อย” ทหารคนนั้นพูดไปพร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ

 

“ขอโทษด้วยแล้วกันที่ไม่มีงานให้ แต่ขอถามอะไรเพิ่มอีกหน่ีอยได้หรือเปล่า”

 

“ได้สิครับ ไหนๆก็คุยกันมาพอสมควรละ”

 

“เมืองที่อยากได้สาวเอลฟ์นะชื่อว่าเมืองอะไรเหรอ”

 

“เมืองไอเซนฮาย ครับ เป็นเมืองที่เคยมีผู้กล้าปกครองและตอนนี้เป็นเมืองที่มีอาวุธของผู้กล้าอยู่ด้วยกันสองชิ้นครับ”

 

“อาวุธของผู้กล้าสองชิ้น!” เมื่อได้ยินอย่างนั้นทำให้ผมงงเหมือนกันที่มีเมืองที่มีคนใช้อาวุธของผู้กล้าได้สองชิ้นอยู่ด้วย

 

“ครับ เห็นว่าเจ้าเมืองรุ่นปัจจุบันไปแต่งงานกับลูกสาวนายกของเมืองข้างๆที่เคยเป็นเมืองของผู้กล้าเหมือนกัน แล้วลูกสาวของนายกก็เป็นคนที่ได้รับสืบทอดอาวุธของผู้กล้าของเมืองคนปัจจุบัน พอย้ายมาอยู่ที่เมืองของสามีเลยเอาอาวุธมาด้วย เมืองไอเซนฮายเลยมีอาวุธของผู้กล้าอยู่สองชิ้นนะครับ”

 

ดูเหมือนที่โลกนี้จะใช้วิธีแบบนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเมืองของพวกตัวเองซินะ

 

หลังจากคุยกันอีกเล็กน้อย ทหารคนนั้นก็กลับไปหาพวกของเขา ส่วนผมก็รอพวกเอเรน่าลงมากินอาหารเย็นที่โต๊ะเหมือนเดิม






 




NEKOPOST.NET