The Online War ฝ่าวิกฤตออนไลน์ทะลุโลก ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

The Online War ฝ่าวิกฤตออนไลน์ทะลุโลก

Ch.3 - บทที่ 2 หวนคืนสู่เกม (ท่อนที่ 2)


 

บทที่ 2  หวนคืนสู่เกม (ท่อนที่ 2)

 

            เป็นการยากที่จะเชื่อว่า  ทนายความธรรมดาๆอย่างผม  จะมีโอกาสได้เหยียบย่างเข้ามาในบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เซียคอเปอเรชั่น  1 ใน 5 บริษัทที่กุมเศรษฐกิจโลก  แถมผมยังมาในฐานะผู้ช่วยเหลือหรือย่างน้อยก็แบบนั้น  และผมก็ไม่ได้คิดว่ากฎหมายที่อัดแน่นในหัวผมตอนนี้จะช่วยอะไรพวกเขาได้  ในเมื่อบริษัทเซียมีฝ่ายกฎหมายที่มีความรู้ความสามารถมากกว่าผมที่เป็นทนายความธรรมดาๆตั้งเยอะ

            สายตาของผมเหม่อมองออกไปดูความวุ่นวายของรันเวย์อากาศนอกยานพาหนะ Zero FP009  ซึ่งเป็นพาหนะขับเคลื่อนรุ่นล่าสุดของยุคนี้  ลักษณะยานไม่ต่างจากหัวจรวดติดปีกค้างคาว  ดีไซน์โฉบเฉี่ยวด้วยสีดำตัดกับโทนแดงทำให้ดูเท่และสมาร์ทในเวลาเดียวกัน  ในยุคที่น้ำมันเหลือน้อยแบบนี้ยานพาหนะบินได้ที่อาศัยแรงขับเคลื่อนด้วยประจุแม่เหล็กไฟฟ้า  ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากว่ารถยนต์ที่ขับคลานกันอยู่บนถนนเบื้องล่าง

            ถึงปัจจุบันมันจะยังหลงเหลือคนใช้รถอยู่บ้าง  แต่ก็น้อยเต็มที...

            “ถึงแล้วครับ”  

             เวคินบอกซึ่งเป็นขณะเดียวกับยานพาหนะรุ่นล่าสุด  ร่อนออกจากรันเวย์อากาศแล้วถลาไปตามทางพื้นลอดเสาประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่เป็นเหมือนทางเข้าบริษัท  ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าตึกที่สูงเสียดฟ้า  ผมประมาณเอาว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 80 ชั้น  เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป

            “ตามมานะครับ”   เวคินบอกอีก  ผมเดินตามพวกเขาเข้าไปในตัวตึก  ภายในนั้นดูสว่างไสวและสะอาดตาไปหมด  ผมสังเกตเห็นว่าพนักงานของที่นี่แทบจะแต่งตัวคล้ายๆกัน  คือใส่สูทสีดำและเน็กไท้สีน้ำตาลเข้ม  และห้อยบัตรประจำตัว  จะมีแตกต่างกันบ้างก็ตรงที่สีของบัตรก็เท่านั้น  ซึ่งผมเดาว่าคงเป็นสิ่งที่แยกสายงานของแต่ละคน

            “เราจะขึ้นไปชั้น 53 เหรอ”   ผมถามเมื่อเราทั้งสามหยุดยืนอยู่หน้าลิฟท์แก้วกลางตึก  ซึ่งเป็นลิฟท์ขนส่งหลักของบริษัทที่นี่  ผม  เอดิสันและเวคิน เดินเข้าไปในลิฟท์พร้อมๆกัน  แล้วก็เป็นเวคินเองที่กดปิดประตูลิฟท์

            “เปล่า...เราจะไปชั้นใต้ดินครับ”   สิ้นคำพูดของเอดิสันลิฟท์แก้วก็หล่นวูบลงสู่เบื้องล่าง   

ผมรู้สึกเหมือนเครื่องในของตัวเองจะออกมากองข้างนอกก็ไม่ปาน  สายตาของผมตอนนี้จับจ้องอยู่แต่ตัวเลขลิฟท์  ที่มันค่อยๆเพิ่มขึ้นเมื่อผ่านแต่ละชั้นลงไป  ภาวนาอยู่ในใจว่าอย่าให้มันมีปัญหาอะไรเลย

          ติ้ง!

            ลิฟท์หยุดอยู่ชั้น  N53  แล้วประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินหินอ่อนเรียบๆ  พวกเขาเดินนำหน้าผมไปตามทางเดินโล่งๆที่ทอดยาวไปข้างหน้า  ผมเดินตามพวกเขาจนไปหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่งทางซ้ายมือ  จากนั้นประตูบานที่ว่าก็เลื่อนขึ้นเปิดอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นห้องขนาดใหญ่ที่มีแท่งผลึกทรงลูกบาศ์กสีเขียวมรกตอยู่กลางห้องเป็นจุดเด่น 

สิ่งนั้นดึงความสนใจของผมไปทั้งหมด  ขนาดความวุ่นวายภายในห้องที่เกิดจากการวิ่งพล่านทำงานของพนักงาน  ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ต่างอะไรกับการวิ่งสวนสนาม  ก็ยังถูกเจ้าสิ่งนั้นดึงดูดสายตาของผมไป  จนผมละสายตาไม่ได้

            “ดร.เนวันครับ  เขามาแล้วครับ”  

            ผมได้ยินเสียงเอดิสันพูดอยู่ใกล้ๆ  ซึ่งนั่นดึงสติที่เตลิดไปเพราะเจ้าลูกบาศ์กนั่นกลับมาอีกครั้ง  เอดิสันคว้ามือผมแล้วพาฝ่าพนักงานที่วิ่งวุ่นเหล่านั้นไปอย่างชำนาญ  คงเป็นเพราะเขาทำงานอยู่ที่แห่งนี้เป็นประจำ  ทำให้สามารถหลบหลีกการจารจรของพนักงานคนอื่นๆได้ 

เอดิสันหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนคนหนึ่ง  ชายคนนั้นใส่เสื้อกาวน์สีครีมอ่อนๆเหมือนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอะไรสักอย่าง  ผมสีดำที่แซมขาวของชายวัยกลางคนคนนั้น  บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าผ่านประสบการณ์ชีวิตมานานแค่ไหน  เขาดันแว่นตารูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ตกลงบนจมูกขึ้นก่อนจะเงยหน้ามองเอดิสัน

            “ไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง”   ผมได้ยินชายวัยกลางคนใส่เสื้อกาวน์ของคุณหมอกล่าวแบบนั้น

            “ครับ”   เอดิสันและเวคินรับคำพร้อมกัน  แล้วเดินแยกไปอีกทาง  ปล่อยให้ผมกับคนที่เอดิสันเรียกว่าดร.เนวันยืนจ้องหน้ากันอยู่ครู่ใหญ่ๆ

            “โตขึ้นเยอะนะ  เป็นทนายความล่ะสิ”    อีกฝ่ายเริ่มทักทายก่อน

ผมกำลังพิจารณาคำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นดอกเตอร์อยู่  จึงไม่ได้ตอบออกไปในทันที  แต่กระนั้นสายตาของผมก็อดที่จะเหลือบมองเจ้าลูกบาศ์กที่อยู่เลยด้านหลังของชายที่ถูกเรียกว่า ดร.เนวันไปไม่ได้  และการกระทำนั้นชายตรงหน้าคงจะเข้าใจเป็นอย่างดี

            “มันคือศูนย์กลางของเกม  สมองกลคอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่มีระบบประมวลผลได้เองในตัว  หรือก็คือหัวใจหลักของเกมเซียออนไลน์  หากไม่มีเจ้านี่เกมนี้คงเป็นไปอย่างสมจริงไม่ได้แน่ๆ”

            ดร.เนวันอธิบายกับผม  ซึ่งนั้นทำให้สายตาของผมกลับมามองเขาอีกครั้ง

            “คงจะงงๆอยู่สินะ  ว่าทำไมฉันต้องการพบเธอ  เอาเป็นว่าจะพยายามรวบรัดเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ก็แล้วกันคุณพสิฐ”  ดร.เนวันกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองก่อนจะยิ้มละไมให้

            “ก็ดีครับ”   ผมบอกแล้วพยักหน้ารับสองสามครั้ง 

            “อ่า...ฉันนี้แย่จริงๆ  ลืมแนะนำตัวเองซะได้  ฉันชื่อดร.เนวัน  เวนเดอร์ ยินดีที่ได้รู้จัก”   ผมยื่นมือไปจับมือกับดร.เนวัน

            “เช่นกันครับ...ผม พสิฐ  ไมค์เทสัน”

            “เข้าเรื่องละกัน เธอรู้จักเอไอไหม”    ผมนิ่งก่อนจะยกมือเกาคางตัวเองนิดๆ มันเป็นนิสัยที่ติดตัวของผมตั้งแต่เด็กๆ เวลาคิดหาคำตอบ  และถึงจะโตแล้วนิสัยนี้ก็ยังไม่หายไปไหน

            “คุณหมายถึง  สมองประดิษฐ์ ใช่ไหมครับ”

            “ถูกต้อง...มันคือสมองประดิษฐ์ที่สามารถประมวลผลเองตามชุดคำสั่งที่เราป้อนเข้าไป  และเราก็ใช้ให้มันเป็น NPC  หรือมอนสเตอร์บางตัวที่พูดได้ในเกมเซียออนไลน์...แล้วถ้ามันคิดเองได้โดยที่ไม่ต้องป้อนคำสั่งล่ะ”

            “เป็นไปได้เหรอครับ”   ดร.เนวันฉีกยิ้ม

            “เป็นไปแล้วเมื่อสองเดือนที่แล้ว  ก่อนดร.เมลวันผู้ก่อตั้งระบบดรีมเน็ตเวิร์กจะตาย  เขาได้ทำให้เอไอคิดได้เองจริงๆ จนมันดูเหมือนกับว่าเป็นคนจริงๆ  พวกมันมีอารมณ์มีความรู้สึก โกรธได้ รักได้ และโกหกเป็น  มันเป็นความล้ำหน้าแห่งยุคที่เอไอไม่ต้องเป็นเหมือนหุ่นยนต์อีกต่อไป  พวกมันสามารถคิดภารกิจได้เอง และตัดสินใจให้รางวัลแก่ผู้เล่นเอง ซึ่งมันสะดวกสบายแก่พวก GM เป็นอย่างมาก  ที่ไม่ต้องคอยกำหนดลักษณะของภารกิจ...”

             ดร.เนวันเว้นช่วงพูดและเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้นมา

             “แต่เมื่อ  10 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ หรือ 2-3 วันในเกมพวกมันหักหลังเรา”   ผู้เป็นดอกเตอร์หยุดพูดเมื่อถึงตอนนี้  จนผมต้องถามย้ำอย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน

            “หักหลัง”

            “ใช่...พวกมันไม่ฟังคำสั่งของเราที่ขอให้ทำ  ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ พวกมันไล่ฆ่าผู้เล่นเกมเป็นว่าเล่น  จนผู้เล่นบางคนไม่กล้าออนไลน์ในเกม  แน่นอนเราไม่ได้บอกความจริงกับพวกเขาแค่บอกว่า  เป็นกิจกรรมพิเศษ”

            “ทำไมล่ะครับ  เรื่องใหญ่ขนาดนี้น่าจะแจ้งให้คนอื่นทราบนะครับ”    ผมถามต่อ

            “ขืนบอกความจริงไป  บริษัทคงขาดทุนยับแน่”     ถึงตอนนี้ผมพอรู้เรื่องราวคร่าวๆแล้ว   และก็เข้าใจดีถึงปัญหาในระบบดรีมเน็ตเวิร์กที่เกิดขึ้น  มันไม่ใช่แค่ส่งผลกับคนที่เล่นเกมแต่รวมไปถึงผลประโยชน์ที่จะเสียไปของบริษัทด้วย

            “ถ้าอย่างนั้นข่าวลือที่ว่ากัน  ก็เป็นความจริงสินะ”     ดร.เนวันยิ้มให้แทนคำตอบ

            “แล้วปัญหาที่ทำให้ผมยืนอยู่ตรงนี้คืออะไรล่ะครับ”

            “ก่อนจะถึงตรงนั้น...ฉันจะให้เธอดูอะไรบางอย่าง”  

ดร.เนวันก็โบกมือตรงหน้า  พลันปรากฏหน้าจอโปร่งแสงขนาดยี่สิบนิ้วที่มีรูปของใครบางคนอยู่   มันเป็นรูปชายหนุ่มผมสีทองซอยสั้นระต้นคอ  ดวงตาของเขาเป็นสีฟ้าประกายสดใส ใบหน้าเรียวได้รูป ในหน้าจอโฮโลแกรมเขากำลังยืนยิ้มร่าอย่างมีความสุข  ดูๆไปเหมือนจะเป็นแค่ภาพธรรมดาๆไม่มีความหมายอะไร

            “นี่คือ เอไอ อเล็กซ์ เป็นมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์เทวดา”     ดร.เนวันบอก  

“เป็นเอไอคิดได้เองรุ่นแรกๆที่ดร.เมลวันเป็นคนสร้าง  มันเกิดรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองว่า  มันไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงๆ  แต่เป็นอะไรก็ตามที่ผู้เล่นสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความบันเทิงเท่านั้น  มันรับไม่ได้ที่ถูกความจริงทับถมจิตใจแบบนั้น  เพราะเอไอเหล่านี้เชื่อเสมอมาว่าโลกของเซียมีอยู่จริง  เนื่องจากเราเป็นคนป้อนข้อมูลแบบนั้นให้มัน  แต่พอมีเอไอที่คิดได้เองแบบนี้  เธอก็เดาได้ใช้ไหม”   ดร.เนวันหยุดพูดอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อไปอีก

            “เอไออเล็กซ์  เริ่มชักชวน มอนสเตอร์ที่คิดได้เองเหมือนตัวเองให้รู้ความจริงในข้อนี้  และเริ่มไล่เข่นฆ่าผู้เล่นไปทั่วเซียออนไลน์ อย่างที่บอกตอนแรก  เราพยายามพูดคุยกับมันแล้วแต่มันไม่ฟัง  แถมยังประกาศจะล้างบางผู้เล่นให้หมดจากโลกเซียด้วย  ล่าสุดมันจับตัวจีเอ็มที่เป็นพนักงานฝ่ายพัฒนาและผลิตไอเท็มไป  อเล็กซ์ดูดเอาข้อมูลการสร้างไอเทมไปทั้งหมด  แล้วสร้างไอเทมที่อยู่เหนือกฎของบริษัทขึ้นมา  มันเป็นไอเทมที่ทำให้ผู้เล่นออฟไลน์ไม่ได้  อเล็กซ์เรียกมันว่า ‘ศิลาแดง’ และใครก็ตามที่อาบแสงของศิลาแดงเข้าไป  จะไม่สามารถใช้คำสั่งออฟไลน์ได้   พอนึกออกใช้ไหมว่าถ้าหาออฟไลน์ไม่ได้หมายความว่าไง”

            “คุณก็จะติดอยู่ในโลกคลื่นสมอง  โดยที่ร่างกายที่แท้จริงค่อยๆเน่าตายในแคปซูลแชร์ความคิด”

            “ถูกต้อง”

            “เยี่ยม...นี่แหละวิกฤตของจริง  แล้วถ้ามันเป็นปัญหามากทำไมไม่ลบมันทิ้งเสียละ  ไม่งั้นก็สร้างไอเทมที่ทำให้คนออฟไลน์ได้ขึ้นมาก็ได้นี่...พวกคุณทำได้อยู่แล้ว”

            “ถ้าเราทำได้อย่างที่คุณพูดก็คงไม่ขอร้องให้คุณมาที่นี่หรอก”

            “หมายความว่ายังไง”

            “การที่จะลบมอนสเตอร์ NPC หรือแม้แต่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมไอเทมนั้น  จำเป็นต้องเข้าไปทำที่เมนเฟรมหลัก  ซึ่งต้องมีรหัสในการเข้าไป  และรหัสก็อยู่ที่ดร.เมลวัน  ซึ่งเขาได้ตายไปแล้ว”

            “เดาว่าเขาคงไม่ทิ้งรหัสไว้ให้”

            “ประมาณนั้น”  ดร.เนวันแบะมือให้และกล่าวต่อไป  “เขาบอกแค่ว่าอยู่กับเอไอคนหนึ่ง  ซึ่งเราก็กำลังตามหาเอไอตัวนั้นอยู่...ส่วนไอเทมที่ทำให้คนออฟไลน์ได้นั้นเรากำลังพยายามทำ  ใกล้จะเสร็จแล้ว”  

            การสนทนาเหมือนจะหยุดไปชั่วครู่  ทั้งผมและดร.เนวันต่างเงียบกันไปพักใหญ่  ท่ามกลางความวุ่นวายของพนักงานในห้อง ที่ยังคงทำงานของตัวเองอย่างแข็งขัน

            “แต่ผมยังมองไม่เห็นว่าจะต้องช่วยพวกคุณยังไง”  ในที่สุดผมก็พูดออกมา

            “มันไม่ใช่ภารกิจยากอะไร...เราแค่ต้องการให้คุณช่วยสู้กับกองทัพเอไอคิดได้เอง  จนกว่าจะหมดเวลากิจกรรมพิเศษที่เราได้แจ้งไว้  ซึ่งก็คือ 6 ชั่วโมง หรือ 3 เดือนในเกมส์  หรือหากทางเราพบรหัสเข้าเมนเฟรมเร็วกว่านั้น  ก็ถือว่าภารกิจเสร็จสิ้น...”

            “เดี๋ยวนะครับ...”  ผมพูดขัดขึ้นมา จนดร.เนวันต้องนิ่งไปชั่วครู่  “6 ชั่วโมงเท่ากับ 3 เดือนในเกมส์ มันไม่เยอะไปเหรอครับ ถ้าผมจำไม่ผิดเมื่อก่อนเวลามันไม่ห่างกันขนาดนี้นี่”

            “อ่อ...พอดีทางเราปรับเวลาฉุกเฉินเพื่อจะยืดเวลาน่ะ โดยรวมแล้วก็คือต้องการจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

            “แบบนี้นี่เอง”  ผมพยักหน้าเข้าใจ

            “อ้อ! อีกอย่างนะ...”  ดร.เนวันโพล่งขึ้นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ 

“ถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยฆ่าเจ้าอเล็กซ์นี่ให้ที   ทางเราไม่ต้องการให้มันไล่ฆ่าผู้เล่นคนอื่นๆที่อ่อนแอจนมากไปน่ะ  มันจะกลายเป็นข้อสงสัยเอา”

            “ฆ่าไอ้ตัวนี้น่ะเหรอ”   ผมชี้มือไปที่หน้าจอโปร่งแสงที่มีรูปเอไอที่ว่าอยู่

            “ใช่...เอไอคิดได้เองพวกนี้ถูกตั้งมาให้ไม่สามารถเกิดใหม่ได้อยู่แล้ว  ไม่ต้องห่วงหรอกฆ่าแล้วฆ่าเลย”

            “แล้วคุณมั่นใจได้ไงว่าผมจะสามารถสู้กับเอไอคิดได้เองพวกนี้ได้  ทั้งที่...”   ผมเว้นวรรคหายใจ  “มีคนเก่งกว่าผมตั้งเยอะ..อย่างอันดับหนึ่งในเกมของปัจจุบันหรือไม่ก็...ดราก้อนฟิช...ใช่ เขาไง เขาเก่งกว่าผมอีก”

            “เมื่อ 20 นาทีก่อนเขาเพิ่งถูกมอนสเตอร์ฝ่ายของอเล็กซ์จับตัวไปแล้ว...รวมถึงอันดับหนึ่งในเกมส์ของปัจจุบันด้วยเช่นกัน  อีกทั้งยังอาบแสงจากศิลาแดงอีกซึ่งไม่สามารถออฟไลน์ได้  ตอนนี้เรากำลังหาทางช่วยพวกเขาอยู่”

            “เยี่ยม...งั้นผมคงช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้หรอก  เพราะขนาดพวกเขายังสู้ไม่ได้  แล้วคนที่เคยเป็นอันดับ 2 อย่างผมจะทำอะไรได้  อีกอย่างนะผมก็ไม่ได้เล่นเกมนี้นานแล้ว  ไม่รู้ว่าฝีมือจะเหมือนเมื่อ  12  ปีก่อนหรือเปล่า”

            “เรารู้ข้อนั้นดี...แต่ทางเราก็ยังอยากให้คุณช่วย  เรียกว่าขอร้องเลยก็ได้”

            เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง  ตอนนี้ผมกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก  ในเรื่องที่ว่าคนระดับดอกเตอร์กำลังของร้องผม  ใจหนึ่งก็อยากตอบตกลง  แต่อีกใจหนึ่งก็กลับลังเลเพราะไม่แน่ใจ

            “ทางเราจะรับประกันความปลอดภัยให้คุณด้วยและเราก็ไม่ได้ขอร้องเฉยๆ  เราจะให้ค่าตอบแทนคุณ 5 เท่าของรายรับคุณ  ไม่ว่าภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม”   ผมเงยหน้ามองดู ดร.เนวันทันที  เมื่อเขาพูดถึงค่าตอบแทน

            “5 เท่าเลยเหรอ”  

ดร.เนวันพยักหน้าแทนคำตอบ  แล้วผมก็ก้มหน้าใช้ความคิดอีกครั้ง  ใช่ว่าผมจะหน้าเงินหรอกนะ  แต่ปัจจุบันนี้อะไรๆมันก็แพง  และเงินมันก็ไม่เข้าใครออกใครเสียด้วย  ส่วนภารกิจนั้นมันก็แค่สู้กับมอนสเตอร์เจ้าปัญหาเท่านั้น  ซึ่งถ้าดูระดับตัวละครในเกมของผมตอนนี้ก็พอใช้ได้อยู่  ผมอาจจะต้องศึกษาระบบใหม่ๆในเกมปัจจุบันบ้าง  ซึ่งก็คงจะไม่มากมายอะไร

อีกอย่าง...กลับไปรื้อฟื้นความหลังเก่าๆก็คงดีไม่น้อย...

            “ว่าไง...คุณจะตกลงไหม ผมมีเวลาไม่มากแล้ว”

            “ก็ได้...ผมตกลง”   ในที่สุดผมก็ตัดสินใจ

            “วิเศษ”   ดร.เนวันอุทานแล้วฉีกยิ้มกว้าง  มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆเหมือนกับกำลังจะช่วยชีวิตใครสักคนให้พ้นจากขุมนรก

            “เอ่อ...ผมมีเรื่องขอให้คุณช่วยอีกอย่าง”

            “ว่ามาสิ”

            “คุณช่วยติดต่ออันดับ 3  4 และ 5 สมัยที่ผมเล่นเกมให้หน่อยสิครับ  ผมไม่แน่ใจว่าตัวผมคนเดียวจะสามารถทำงานนี้ได้  อีกอย่างผมคิดว่ามันอาจจะต้องใช้คนมากกว่านี้”

            “ฮะ ฮะ ฮะ...”  ดร.เนวันหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ 

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นละก็  ผมจัดการเรียบร้อยแล้วละ...ตามผมมาสิ”   กล่าวจบดร.เนวันก็เดินนำผมไปที่ประตูบานหนึ่ง  ซึ่งมันอยู่ตรงข้ามกับประตูทางเข้าที่ผมเข้ามา   บานประตูที่ว่าเป็นกระจกสีดำสนิท  ผมเห็นดร.เนวันทำอะไรบางอย่างกับบานประตูนั้นเป็นเชิงว่ากดรหัส  แล้วเดินทะลุผ่านเข้าไป  ผมมองตามอย่างตลึงอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะเดินทะลุตามเข้าไปบ้าง...

            ภายในห้องทรงกระบอกไม่ได้มีอะไรมาก  นอกจากเครื่องแชร์ความคิดที่เรียงกันเป็นตับอยู่รอบห้อง  และโซฟา  2-3  ตัวที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง  ซึ่งมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว 3 คน 

ผมเดินไปหยุดอยู่ข้างๆดร.เนวัน

            “นี่คือคุณพสิฐ  ไมค์เทสัน  หรือ จอมดาบสยบศาสตรา”      ทั้ง 3 คนที่นั่งอยู่บนโซฟาหันมามองผมเป็นตาเดียว  เมื่อดร.เนวันแนะนำตัวผม  ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกัน  ผมสังเกตเห็นว่ามีผู้หญิง 1 คนและชาย 2 คน

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะดิฉัน วรรณภา  ดัสแตรง เป็นเลขาบริษัทเครื่องเรือนค่ะ”    เธอแนะนำตัวเป็นคนแรกแล้วยื่นมือมาจับมือผม

            “ครับยินดีที่ได้รู้จัก  ผมเป็นทนายครับ”

            “หวังว่าคุณคงจำฉันได้นะคะ  ฉันใช้ชื่อในเกมว่า ไมร่า และก็ถูกจัดเป็นผู้เล่นเกมที่แข็งแกร่งเป็นอันดับที่ 5”    ผมขมวดคิ้วนิดๆ  ก่อนจะคลายออกเมื่อนึกขึ้นได้

            “อ่อครับ...จำได้แล้วคุณนั่นเอง ที่เป็นหัวหน้ากิลด์นักแสวงบุญ  ฉายา นักบวชลึกลับ”  ผมเริ่มรื้อฟื้นความทรงจำของตัวเองทีละนิด

            “ค่ะ”

            “ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ”

            “เช่นกันค่ะ”   แล้วผมก็ปล่อยมือที่จับของเธออยู่  พร้อมกับหันไปทางชายที่อยู่ถัดจากเธอ   เขาดูมีภูมิฐานนิดๆ  ใบหน้าที่สะอาดสะอ้านของเขา  ก็รับกับผมที่ตัดซอยสั้นในแบบของนักธุรกิจได้เป็นอย่างดี  ดูแล้วเหมือนลูกคุณหนูก็ไม่ปาน

            “ผมเอกอน  เมสัน เป็นผู้บริหารบริษัทยูเวลเซนตี้ จำกัด เป็นบริษัทอาหารสดน่ะครับ...ผมใช้ชื่อจริงในเกม  ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณพสิฐ”

            “เช่นกันครับ  อาหารสดยี่ห้อของคุณอร่อยมาก ที่บ้านผมกินอยู่ประจำเลย”

            “ขอบคุณมากครับ”

            “คุณคงจะเป็น...”   ผมพยายามนึกรู้สึกคุ้นๆหน้า  แต่ก็นึกไม่ออก

            “ผู้เล่นที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 3 จอมเวทดวงดาว”

            “ใช่...ผมว่าแล้วเชียวว่าทำไมคุ้นๆ เมื่อก่อนถ้าไม่ได้มหาเวทดูดดาวของคุณ  ช่วยในภารกิจกำจัดกิเลนร้ายล่ะก็ผมคงตายครั้งแรกในเกมแน่ๆ”

            “ชมผมเกินไปแล้ว  คุณเองก็ใช่ย่อยไม่เก่งจริงคงไม่ชนะผม  ในการประลองจัดอันดับผู้เล่นที่แข็งแกร่งประจำเมืองเกรย์หรอกนะ”   แล้วเรา 2 คนก็หัวเราะกันน้อยๆในลำคอ  จากนั้นผมก็เห็นดร.เนวันเดินผ่านด้านหลังผมไป  เขาหยุดอยู่ข้างชายคนสุดท้าย ที่มีหน้าตาออกไปทางคนเกาหลี  แถมยังมีมุมปากที่ยิ้มอย่างทะเล้นอีกด้วย  ผมว่าผมคุ้นหน้าเขามากเหมือนจะเคยเห็นในทีวีบ่อยๆนะ

            “คุณต้องล้อผมเล่นแน่ๆ”    ผมอุทานเป็นประโยคเมื่อรู้ว่าชายเกาหลีคนนั้นเป็นใคร

            “เปล่า...คงไม่ต้องบอกสินะว่าอันดับ 4 ฉายา  เงามืดสังหารคือใคร”

            “ให้ตายเถอะ...นักร้องดังของเกาหลีแห่งยุคนี้”   ว่าแล้วผมก็รีบยื่นมือเข้าไปทักทายทันที

            “ผมคิมแทซอน  เรียกแทซอนเฉยๆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

            “เช่นกัน...ว่าแต่คุณพูดไทยได้”

            “นิดหน่อยน่ะครับ  ไม่มาก”

            “งั้นเหรอครับ  เพลง I am Hero ของคุณเพราะมาก  ถ้าไม่นับว่าเมื่อก่อนคุณชอบป่วนภารกิจผมตลอดนะ”

            “ฮะ...ฮะ...เหรอครับ”  แทซอนหัวเราะเขินๆพร้อมกับลูบศรีษะตัวเองเบาๆ

            “รู้ไหม...ตอนนั้นผมอยากกำจัดคุณเป็นอันดับต้นๆ  รองจากดราก้อนฟิชเลยล่ะ”

            “แล้วตอนนี้ละครับ”

            “ผมว่าผมอยากขอลายเซ็นคุณนะ”    แล้วพวกเราทั้ง 4 คน ก็หัวเราะครืนขึ้นมาทั้งห้อง  ไม่น่าเชื่อว่า 12 ปีก่อน  พวกเราทั้ง 4 จะเคยเป็นศัตรูกัน  เวลาเจอหน้ากันก็มักจะท้าสู้กันอยู่เสมอ  หรือไม่ก็กลั่นแกล้งกันตลอด  แต่ดูตอนนี้สิพวกเรากำลังหัวเราะด้วยกัน

            “เอาล่ะ...เอาล่ะ...ผมคิดว่าพวกคุณคงรู้จักกันแล้ว”   จู่ๆดร.เนวันก็พูดแทรกขึ้น  ทำให้พวกเราเงียบเสียงหัวเราะลง

            “และสถานการณ์ส่วนใหญ่พวกคุณก็ได้ทราบไปบ้างแล้ว...ที่เหลือยังไงผมจะแจ้งให้ได้รู้เมื่อเข้าเกมอีกที   ว่าแต่พวกคุณพร้อมแล้วนะ”    พวกเราหันหน้ามามองกัน  ก่อนจะหันกลับไปแล้วตอบเป็นเสียงเดียว

            “พร้อม”   ดร.เนวันยิ้มเป็นประกาย  แล้วผายมือไปทางเครื่องแชร์ความคิดที่เรียงรายอยู่รอบห้อง

            “เครื่องแชร์ความคิดนี้เป็นเครื่องที่จีเอ็มเอาไว้ใช้ออนไลน์พวกคุณเลือกได้เลย เดี๋ยวผมต้องออกไปเปิดระบบที่ห้องควบคุมข้างนอก”    กล่าวจบดร.เนวันก็เดินออกจากห้องไป  และพวกเราก็แยกกันเดินดูเครื่องแชร์ความคิด ที่จะนอนออนไลน์กัน  ซึ่งมันมีมากกว่า 10 เครื่องกระจายอยู่รอบห้อง

            “คน คนนี้”   ผมหยุดอยู่ที่เครื่องแชร์ความคิดเครื่องหนึ่ง  ในนั้นมีใครบางคนนอนออนไลน์อยู่  อายุก็คงประมาณ 50 กว่าเห็นจะได้ถ้าดูจากสีผมที่เริ่มหงอกนะ

            “ดราก้อนฟิชไง”   วรรณภาตอบผม  แล้วเธอก็ลงไปนอนในเครื่องแชร์ความคิดที่ห่างจากผมไป 2 เครื่อง

            “งั้นเหรอ”   ผมพูดได้แค่นั้นก็ละสายตาจากร่างของดราก้อนฟิช  แล้วเลือกนอนในเครื่องแชร์ความคิดข้างๆเขา  ผมแทบไม่อย่ากจะเชื่อเลยว่า 12 ปีก่อนผมจะสู้แพ้คนแก่  บางทีเขาอาจจะเป็นครูสอนดาบในโลกจริงด้วยก็ได้  ถึงได้เก่งดาบในโลกแห่งเกมใครจะไปรู้

            “ทุกคนโอเคไหม”    เสียงดร.เนวันถามดังก้องไปทั่วห้อง  ตอนนี้ผมกำลังจัดการตัวเองให้นอนในท่าที่สบายที่สุดอยู่  ก่อนจะทำการเปิดระบบเครื่องให้ทำงาน  จากนั้นตัวเครื่องแชร์ความคิดก็สั่นเล็กน้อย  แล้วหมวกครอบศีรษะก็เลื่อนลงมาปิดหน้าผมจนเห็นเพียงแค่จมูกและปาก

            “โอเค”    ผมตอบกลับไปซึ่งก็คิดว่าคนอื่นๆ  ก็คงจะพร้อมเหมือนกัน

           

            ณ  ด้านหนึ่งที่ห้องควบคุมระบบ  ดร.เนวันและบรรดาลูกทีมก็เร่งเช็คระบบในการออนไลน์ให้พร้อม  ทุกคนวิ่งวุ่นเช็คโน้นเช็คนี่กันพัลวัน  จนกระทั่งทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง

            “ผมจะย้ำอีกครั้ง  ภายใน 6 ชม. หรือ 3 เดือนในเกมไม่ว่าภารกิจจะสำเร็จหรือไม่  พวกคุณจะได้รับการคุ้มครอง  ส่วนพิกัดที่มีการโจมตีจากมอนสเตอร์  ผมจะให้จีเอ็มส่งให้พวกคุณเป็นระยะที่สำคัญ...”  ดร.เนวันเน้นประโยคสุดท้ายแล้วหยุดหายใจครู่หนึ่ง

            “อย่าบอกเรื่องเวลาในเกมที่เปลี่ยนไปให้แก่ผู้เล่นคนอื่นเป็นอันขาด  ถึงพวกเขาจะรู้หรือระแคะระคายอย่างไรก็อย่าบอก ทางจีเอ็มจะเป็นคนจัดการแก้ข่าวเรื่องนี้เอง”

            “เข้าใจแล้ว”   แทซอนตอบ  แล้วดร.เนวันก็ผละสายตาจากหน้าจอโปร่งแสงขนาดใหญ่  ซึ่งกำลังฉายรูปพวกเรา 4 คนนอนในเครื่องแคปซูลแชร์ความคิดอยู่   เขาวุ่นอยู่กับการกดอะไรบางอย่างบนแป้นพิมพ์โปร่งแสง  ที่ฉายออกมาเป็นภาพโฮโลแกรมอยู่กลางอากาศ  ซึ่งน่าจะเป็นรหัส

            “ยินดีต้องรับกลับบ้าน  เหล่าอดีตผู้แข็งแกร่ง”  

ดร.เนวันเงยหน้ามองดูพวกเรา 4 คนจากจอโปร่งแสงแล้วพูด  ก่อนจะใช้มือสัมผัสปุ่ม Enter บนแป้นพิมพ์อย่างแผ่วเบา

          ออนไลน์ !

 

           

 




NEKOPOST.NET