The Online War ฝ่าวิกฤตออนไลน์ทะลุโลก ตอนที่ 2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

The Online War ฝ่าวิกฤตออนไลน์ทะลุโลก

Ch.2 - บทที่ 1 หวนคืนสู่เกม (ท่อนที่ 1)


 

บทที่ 1  หวนคืนสู่เกม (ท่อนที่ 1)

 

เดือน กันยายน ปี ค.ศ. 2022

ณ  หุบเหวแห่งหนึ่งในเกมเซียออนไลน์...

             สายลมแรงพัดผ่านร่างบุคคลปริศนาสองร่าง  บ้างก็ม้วนตัวลอยหอบเอาฝุ่นละอองคละคลุ้งเป็นหย่อมๆ  บ้างก็เลียบพื้นตะกุยฝุ่นขึ้นเป็นควัน บ้างก็

             พัดผ่านหุบเหวด้านล่างจนดังก้องสะท้อนเป็นเสียงหวีดหวิว  

              ผมถอนหายใจออกช้าๆ ยืนมองคู่ต่อสู้ที่ทั้งชีวิตตัวเองขวนขวายและอยากเจอมากที่สุด  สายตาที่มุ่งมั่นของผมกำลังหรี่ลงอย่างมีความหมาย  ภายในใจก็ย้ำคิดอยู่ตลอดว่า อีกนิดเดียว  อีกนิดเดียวเท่านั้น  เพียงแค่อีกนิดเดียวผมก็จะได้ขึ้นเป็นที่หนึ่งของผู้เล่นสายอาชีพนักดาบแล้ว  ขอเพียงแค่ชนะคนที่ยืนอยู่ข้างหน้านี้เท่านั้น 

              คนที่ทั่วทั้งเกมเซียออนไลน์  ขนานนามให้เป็น เทพแห่งดาบ

             ย้อนกลับไปอีกหลายเดือนก่อนหน้านี้ ผมได้รับเครื่องแคปซูลแชร์ความคิดเป็นของขวัญวันเกิด พร้อมกับเกมที่ชื่อว่าเซียออนไลน์  และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการผจญภัยในเกมทั้งหมดของผม   

            ผมเริ่มจากศูนย์ไม่มีอะไรและไร้ซึ่งจุดหมาย  ผ่านกาลเวลาและสั่งสมค่าประสมการณ์ทั้งตัวเลขและร่างกาย  จนค้นพบสิ่งที่ตัวเองต้องการมากที่สุดในเกมนี้

            นั่นก็คือการเป็นผู้เล่นสายอาชีพดาบที่เก่งที่สุด...

            ผมผ่านภารกิจมามากมาย  ทั้งยาก ทั้งเสี่ยงลดระดับ  และทั้งเหนื่อย  แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เพื่อเป้าหมายเดียวของตัวเอง  และมันก็คือวัตถุประสงค์หลักที่ทำให้ผมมายืนอยู่ต่อหน้า  ผู้เล่นอันดับ 1 ที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งดาบในขณะนี้

           “ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ  จอมดาบสยบศาสตรา”   

             ผมเลิกคิ้วข้างซ้ายขึ้นเล็กน้อยเมื่อฝ่ายตรงข้ามเอ่ยฉายาของผมในขณะนี้  มันเป็นฉายาที่ทั่วทั้งเกมเซียออนไลน์ขนานนามให้  แน่นอนว่าผมไม่รู้สาเหตุที่มาของฉายานี้ 

             ผู้เล่นส่วนมากในเกมพร้อมใจกันโหวตให้มันเป็นนามที่ใช้เรียกความสามารถทั้งหมดที่ผมมี   ถ้าจะมีเหตุผลใดที่เป็นที่มาของฉายาก็คงเป็นเพราะดาบและเพลงดาบที่แข็งแกร่งไม่แพ้ผู้เล่นใด  ที่มันมีอยู่ในการครอบครองของผมกระมัง  แต่ถึงอย่างนั้นศัตรูต่างหน้า  ต่างอาวุธ  ต่างความคิด  ผมก็ไม่เคยกลัวถ้าได้จับดาบและฟาดฟันมันออกไป  ต่อให้เป็นศัตรูแกร่งแค่ไหน  ผมก็จะฟันมันเป็นสองท่อน

            แต่มันยังไม่พอหรอกหากผมยังเป็นรองแค่เทพแห่งดาบ…

            “นายเป็นคนที่เท่าไหร่แล้วนะ ที่มาท้าสู้กับฉัน”   คำถามเหมือนอยากจะให้ผมตอบ หากผมก็ได้แต่นิ่งเงียบ เพราะไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมาไม้ไหน

             “เทพแห่งดาบ...ดราก้อนฟิช”   เป็นครั้งแรกที่ผมเปิดปาก และนั่นก็คือชื่อในเกมของเทพแห่งดาบ  ฝ่ายนั้นเองก็ยิ้มให้เมื่อผมเอ่ยชื่อเขา

               “ประลองกันเลยไหม”   ดราก้อนฟิชกล่าวเสียงเรียบและมันก็เป็นคำพูดง่ายๆ  เพราะก็รู้อยู่แล้วว่าผมมาหาเขาด้วยจุดประสงค์อะไร

             “รับมือ”   

              ผมกล่าวแล้วยิ้มให้ตบท้าย ก่อนจะปลดดาบออกจากกลางหลังแล้ววาดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นคลื่นลมดาบขนาดใหญ่เหวี่ยงตัวฟาดอย่างรุนแรงเข้าหาดราก้อนฟิช   กระนั้นอีกฝ่ายกลับเพียงแค่ยืนเอามือไขว้หลังอย่างสงบ

           ฟ้าว!  ตูม!

           คลื่นลมพุ่งแหวกอากาศตัดร่างของดราก้อนฟิชออกเป็นสองท่อน  แล้วกระทบเข้ากับโขดหินด้านหลังจนระเบิดออกเสียงดัง  แต่ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ไม่ได้คิดว่าดราก้อนฟิชจะถูกฟันง่ายอย่างนี้

           “มองอะไรอยู่”   เสียงของดราก้อนฟิชดังขึ้นเบื้องหลัง ผมเบิกตาโพล่งอย่างตกใจ ก่อนจะหมุนตัวตวัดดาบตามสัญชาตญาณอย่างไม่คิด  แต่ดาบของผมกลับถูกนิ้วชี้กับนิ้วกลางของผู้ที่ได้ชื่อว่าเทพแห่งดาบคีบไว้อย่างง่ายดาย 

           “ดาบดี”   

            ดราก้อนฟิชชม  ผมได้จังหวะจึงระเบิดคลื่นลมขึ้นอีกครั้ง  และดราก้อนฟิชเองก็เหมือนจะรับรู้ถึงอันตรายจึงปล่อยดาบออกแล้วกระโดดลอยไปด้านหลังด้วยท่วงท่าที่แผ่วเบาราวกับขนนกปลิดปลิว   ผมสบโอกาสจึงวาดดาบส่งคลื่นลมตามไป แต่เขาก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย

           “เยี่ยม...สามารถสร้างคลื่นลมดาบได้โดยไม่ต้องเรียกใช้ทักษะ...น่าสนใจจริงๆ”   ผมยิ้มให้กับคำชมในครั้งนี้ แต่ทางที่ดีก็ไม่ควรประมาท

           “ส่วนดาบนั่นก็คงจะได้มาจากภารกิจลูกศิษย์นายช่างสินะ”   อีกครั้งที่ผมเลิกคิ้วขึ้น 

            ถูกต้องอย่างที่ดราก้อนฟิชพูด  ดาบซามูไร กว้าง 3 เซนติเมตร  ยาว 1 เมตร หนาครึ่งเซนติเมตร และไร้ที่คั้นดาบในมือของผมตอนนี้  ผมได้มาจากภารกิจลับระดับ SS ที่น้อยคนจะรู้

           “ของรางวัลจากภารกิจ ก็คืออาวุธอะไรก็ได้ ที่เจ้าตัวปรารถนาซึ่งสามารถ บรรจุความสามารถพิเศษได้สามอย่าง...ดูเหมือนโกงจังเลยนะ”   ประโยคหลังดราก้อนฟิชทำเสียงประชดนิดๆ พร้อมกับยิ้มที่มุมปากให้หนึ่งที

           “มันก็ไม่เท่าไหร่หรอก...แล้วไหนดาบของคุณล่ะ”   

            ดราก้อนฟิชยิ้มกริ่มเมื่อผมถาม เขายื่นนิ้วชี้และนิ้วกลางออกไปข้างลำตัวช้าๆ พลันบังเกิดคลื่นพลังมหาศาลล้นทะลักออกจากร่างของเขา ก่อนจะไหลเข้าไปรวมกันที่ปลายนิ้วมือทั้งสอง และก่อตัวเป็นรูปใบดาบผลึกใสยาวหนึ่งเมตรในฉับพลัน

            “ไร้ดาบ แข่งแกร่งที่สุด จำไว้”   ผมกัดฟันแน่นเมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนจะแผ่พลังอ่อร่าของตัวเองให้ไหลไปรวมกับดาบ และผนึกพลังเพื่อให้มันแข็งแกร่งขึ้น จนใบดาบเริ่มประกายแสงสีขาวอ่อนๆ

             “มาตัดสินกันในทักษะเดียวเถอะ”

             “ก็ได้ถ้าหากว่านายต้องการ”  

              ดราก้อนฟิชตอบรับครั้งสุดท้าย แล้วระเบิดคลื่นพลังจนเกิดลมแรงพัดกระจายไปทั่ว ผมจับดาบไว้แน่นในมือขวา และเปิดใช้ทักษะเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ของตัวเองเพื่อเร่งพลังโจมตี

            ทักษะเผ่าพันธุ์  กายาเพลิง

           ทักษะเผ่าพันธุ์  ไฟทมิฬ

           พรึ่บ!

           เปลวไฟลุกท่วมท้นกายของผู้ใช้ทักษะ  ก่อนมันจะม้วนตัวขึ้นสูงและแผ่รังสีความร้อนกระจายไปทั่วรัศมี 3 เมตร ฉับพลันนั้นเองเปลวไฟทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำในพริบตา  ยังความแปลกใจมาให้ดราก้อนฟิชเล็กน้อย

           ทักษะเผ่าพันธุ์  ปีกอัคคี

           อีกทักษะของเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ที่ผมเรียกใช้ พลันบังเกิดไฟกลุ่มหนึ่งงอกออกมาจากลางหลังของผม ก่อนมันจะสยายออกกลายเป็นปีกเพลิงสีดำคู่ ที่สะบัดและกระพืออย่างรุนแรงจนเกิดลมร้อนหอบหนึ่งพัดกรรโชกไปทั่วกาย  แม้แต่ดราก้อนฟิชเองก็ยังสัมผัสได้ถึงไอร้อนนั้น

             ฟุบ!

             ชั่ววินาทีนั้นร่างของผมก็ดีดตัวขึ้นสู่อากาศ จนมองเห็นเป็นเหมือนก้อนเปลวไฟสีดำบินได้  ผมแผ่เปลวไฟทมิฬไปสู่ดาบในมือของตัวเอง  ซึ่งไม่กี่วินาทีมันก็ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีดำไม่ต่างจากร่างกายของผม และไม่ต้องรอนานปลายดาบที่โหมกระพือด้วยไฟสีดำก็ถูกตวัดยกขึ้น  เปล่งอำนาจเตรียมสำแดงเดชทักษะที่รุนแรงที่สุดออกมา

            ทักษะเพลงดาบมหนภา  ดับโลกันตร์

            วูบ!

            บังเกิดลมกรรโชกหนักขณะที่ผมยกปลายดาบขึ้นสูงด้วยสองมือ  ก่อนสายลมนั้นจะพัดกระจายหายไป แล้วปรากฏเป็นเปลวไฟสีดำลุกโหมกระพือมากกว่าเดิมในชั่วพริบตา และวินาทีนั้นผมก็วาดดาบออกข้างตัวช้าๆ และพุ่งลงเข้าหาร่างของดราก้อนฟิชด้วยความเร็วสูง…

            “เพลงดาบมหนภางั้นเหรอ”    ดราก้อนฟิชเอ่ยอย่างพอใจ แล้วหรี่สายตาลงประหนึ่งกำลังใช้ความคิด

            “เป็นเพลงดาบที่น่าสนใจ”     สิ้นคำพูด ร่างของดราก้อนฟิชก็พุ่งทยานขึ้นเหนือฟากฟ้า เป้าหมายคือตัวของผมที่กำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟทมิฬ

            ตอนนี้รอบตัวของดราก้อนฟิชมีคลื่นลมกรรโชกแรง อีกทั้งยังโหมกระพือหนักขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้ตัวผม จนดูเหมือนลูกอุกาบาตเปลวไฟสีดำกับบอลลมขนาดใหญ่กำลังจะพุ่งชนกัน

           ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ  วิญญาณหวนคืน

           บึ้ม!!!!!

            ทักษะเพลงดาบของดราก้อนฟิชและผมปะทะกันจนเกิดระเบิดเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ฝุ่น ดิน และก้อนหินตลบอบอวนไปหมดจนมองไม่เห็นอะไรนอกจากควันที่ปกคลุมไปทั่วหุบเหว   เป็นนานหลายนาทีกว่าลมที่พัดอยู่บนหุบเหว จะพัดเอาฝุ่นเหล่านั้นให้จางลง จนเผยให้เห็นร่างสองร่างที่ยืนหันหลังให้กันอย่างสงบนิ่ง

          “นายฟันไป  30  ครั้ง”   เสียงของผมพูดอย่างแผ่วเบา

           “31 ต่างหาก”

           ฉัวะ!

           สิ้นคำพูดนั้นเลือดภายในกายของผม ก็พุ่งกระฉูดตามรอยฟันเป็นทางยาวตั้งแต่หัวไหล่จนถึงหน้าท้อง...

           ผมไม่รู้ว่าดาบที่ 31 ของดราก้อนฟิชที่ตวัดฟันมาตอนท้ายนั้นโจมตีถูกตอนไหน   กระนั้น  ณ  เวลานี้ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอีกแล้ว ร่างของผมค่อยๆทรุดฮวบล้มลงคุกเข่ากับพื้น  ความรู้สึกพ่ายแพ้กำลังกัดกินหัวใจของผมช้าๆ วินาทีนี้เองที่ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันพังทลายนั้นเป็นเช่นไร  ผมกำลังรับรู้มันช้าๆ รับรู้ว่าทุกสิ่งอย่างที่ผมเพียรพยายามมาทั้งหมด  มันถูกทำลายลงด้วยดาบที่ 31 ของดราก้อนฟิชที่ผมมองไม่ออก

            “นายยังสามารถพัฒนาได้อีก จอมดาบสยบศาสตรา”   แว่วเสียงของดราก้อนฟิชดังเข้ามาในโสตประสาท  แต่ผมกลับไม่รับฟังอะไรอีกแล้วในเวลานี้

             “ออฟไลน์”   นั่นเป็นคำสุดท้ายของผมที่ได้กล่าว ก่อนร่างกายทั้งร่างจะกลายเป็นแสงสีขาวแล้วเลือนหายไป

            “แล้วกลับมาสู้กันอีกนะ...เควิน...”

             เพียงเท่านั้นร่างของดราก้อนฟิช  ก็ร่วงทรุดลงกับพื้นไม่ต่างกับร่างของคนที่ออฟไลน์ไปก่อนหน้า พร้อมกับหยดเลือดสีแดงสดที่ค่อยๆไหลย้อยออกมุมปากของเขาช้าๆ  และเสียงหัวเราะแปลกๆจากดราก้อนฟิชที่ดังสะท้อนไปทั่วหุบเหว

 

12 ปีต่อมา  ค.ศ. 2034

ณ  ห้องควบคุณระบบดรีมเน็ตเวิร์ก

            เสียงอึกทึกจากการวิ่งพล่านไปทั่วของพนักงานในห้องควบคุม  ไม่ได้ทำให้ดร.เนวันรู้สึกรำคาญเหมือนที่เคย เขากำลังจับจ้องมองดูการต่อสู้ของชายสองคน บนมอนิเตอร์โปร่งแสงที่ลอยนิ่งๆอยู่ตรงหน้า มันเป็นการต่อสู้ของชายที่ได้ชื่อว่าที่ 1 กับที่ 2 ของผู้เล่นเกมที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อ 12 ปีก่อน

            “ท่านครับ”   เสียงของพนักงานคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆ  ยังผลให้ดร.เนวันละสายตาจากจอมอนิเตอร์โปร่งแสง  และหันมามองด้วยความสงสัย

            “ว่าไง”   พนักงานนั่นทำท่านิ่งคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะยื่นกระจกใส่โปร่งแสง ที่มีขนาดเท่ากระดาษเอสี่ให้แผ่นหนึ่ง

            “ข้อมูลของผู้เล่น เควิน ที่ท่านให้หาได้แล้วครับ เป็นข้อมูลเมื่อ 12 ปีที่แล้ว”   พูดจบพนักงานก็ขยับออกห่างจากดร.เนวันเล็กน้อย  พอให้ผู้ที่ได้ชื่อว่าหัวหน้าได้อ่านรายละเอียดที่อยู่บนแผ่นกระจกโปร่งแสงถนัดตา

            “ดีมาก”   ดร.เนวันกล่าวชมแล้วก้มดูข้อมูลของผู้เล่นเควิน

 

ข้อมูลผู้เล่น

สถานะทั่วไป

ชื่อผู้เล่น :  เควิน

อาชีพ :  นักดาบ

เผ่า  :  นกฟินิกซ์

ชั้น :  โกลด์ (Gold)  /  เลเวล :  99

ค่าประสบการณ์  : 15,850,000 / 16,975,000

พลังชีวิต : 1,950,450

พลังออร่า :  1,600,490

พลังเวทย์ :  504,600

-  ความแข็งแกร่ง  :  4,500 จุด

-  ความเร็ว  :  4,300   จุด

-  ความแม่นยำ  :  4,900  จุด

-  ความฉลาด  :  3,700  จุด          

-  โชค  :  42 %

ทักษะติดตัว

ทักษะเผ่าพันธุ์

-  ฟัน       :  100/100                

-  สมาธิ   :  100/100

-  แทง    :  100/100 

-  ทุบ     :  100/100  

-  ต่อสู้ด้วยมือเปล่า  :  100/100                           

-  ฟื้นฟูตัวเอง        :  100/100

-  หลบหลีก    :  100/100                     

-  ผนึกออร่า   :  100/100

-  ผนึกเวทย์   :  45/100   

-  ร่ายเวทย์   :  34/100    

ทักษะเผ่าพันธุ์ นกฟินิกซ์

-  ทักษะไฟทมิฬ             

-  ทักษะปีกอัคคี

-  ทักษะกำเนิดอมตะ       

-  ทักษะเปลวเพลิงปักษา

-  ทักษะกายาเพลิง         

-  ทักษะอาณาเขตอัคคี

 

ทักษะประจำอาชีพ

ทักษะพิเศษ

-  ทักษะดัชนีดาบ                       

-  ทักษะคลื่นลมดาบ

-  ทักษะรัวฟัน                

-  ทักษะพันดาบสังหาร

-  ทักษะลมหายใจดาบ    

-  ทักษะตัวเบา

-  ทักษะหนึ่งเดียว                       

-  ทักษะวิถีนักดาบ

-  ทักษะดวงจิตดาบ  (ต้องการชั้น ไดม่อน)

-  ทักษะกางเขนดาบ  (ต้องการชั้น ไดม่อน)

-  ทักษะฝนดาบดาวตก (ต้องการชั้น คริสตัล)

-  ทักษะลำแสงแห่งดาบ (ต้องการชั้น เซียน)

-  ทักษะพายุดาบคลั่ง  (ต้องการชั้น เทพ)

1.  ทักษะวิชาเพลงดาบมหนภา

            -  หงส์จิกเหยื่อ      -  ผ่ากิเลน

            -  คร่าวิญญาณ     -  ดับโลกันตร์

2.  ทักษะวิชาเพลงดาบปัญจวชิรา

            -  กงล้อธรรม      -  ชี้ทางมาร

            -  หมื่นมรรค       -  คล้อยเสียงธรรม

            -  ประทับตรามาร           

3.  ทักษะวิถีเซียน

            -  ทักษะโสตประสาทเซียน

            -  ทักษะจักษุเซียน

            -  ทักษะมโนเซียน (ถูกผนึก)

            -  ทักษะกายาเซียน (ถูกผนึก)

            -  ทักษะสมาธิเซียน  (ถูกผนึก)

4. ทักษะวิชาท่าเท้าข้ามภพ

            -  เหยียบนภา

            -  ก้าวพริบตา

            -  เดินชมดาว

            -  ท่องมหาสมุทร

            -  เที่ยวสวนพฤกษา

            -  ข้ามจักรวาล

5.  ทักษะโคลนนิ่ง  (ได้ครั้งละ 3 คน)

 

            “ทักษะวิชาเพลงดาบมหนภา...งั้นเหรอ”   ดร.เนวันไล่สายตามองข้อมูลอย่างพึงพอใจ  ถึงจะยังเป็นแค่ระดับ 99 ชั้นโกลด์  แต่มีความสามารถของทักษะขนาดนี้คงจะมีดีอะไรพอตัว

            “ครับ...เป็นรางวัลที่เขาทำภารกิจพิทักษ์เมืองจากการรุกรานของ GM สำเร็จในกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่เมื่อ 12 ปีก่อนนะครับ”   พนักงานเอ่ยอธิบายเพิ่มเติมอย่างรู้งาน  เพราะเขาคิดว่าดร.เนวันคงยังไม่รู้เรื่องนี้  เนื่องจากข้อมูลที่เห็นเป็นของ 12 ปีก่อน  ซึ่งช่วงเวลานั้นดร.เมลวันยังรับหน้าที่คุมห้องนี้ ไม่ใช่ดร.เนวัน

            “ของรางวัลก็คือทักษะอะไรก็ได้หนึ่งทักษะสินะ”  ดร.เนวันกล่าวถามอีก

            “ครับ เขาต้องการทักษะดาบที่แข็งแกร่งไม่แพ้ดราก้อนฟิช ทางเราเลยเลือกทักษะวิชาเพลงดาบมหนภาให้”

            “อืม...”   ดร.เนวันครางในลำคอเบาๆ

            “เรียกตัวเขามาพบผมที”   พนักงานคนนั้นเงยหน้าขึ้นเมื่อได้รับคำสั่ง เขารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

            “แต่ว่าเขาจะทำได้เหรอครับ”

            “ผมไม่รู้เรื่องนั้น...แต่เราต้องพึ่งเขา หรือไม่ก็สวดขอพรกับพระเจ้าเพื่อไม่ให้ปัญหาแย่กว่าที่เป็น”   

            สีหน้าของพนักงานหม่นลงเล็กน้อย  เขาเข้าใจความรู้สึกของดร.เนวันในตอนนี้  แต่ว่าเขาก็ยังมีเรื่องสงสัยอีกเรื่องที่ยังไม่รู้สึกกระจ่าง 

            “ดอกเตอร์ครับผมมีเรื่องสงสัย”   พนักงานที่อยู่ตรงหน้าของดร.เนวันตัดสินใจถาม

            “เรื่องอะไร”

            “คือ...ดอกเตอร์จะปรับเวลาในเกมเป็น 1 ชั่วโมงต่อ 15 วันจริงๆหรือครับ”    ดร.เนวันนิ่งคิดเมื่อได้ยินคำถาม  ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วตอบ

            “ช่วยไม่ได้นี่นะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเราก็ต้องกำจัดตัวปัญหาให้เร็วที่สุด ขืนยืดเยื้ออาจจะไม่เป็นผลดีก็ได้”

            “แต่มันจะไม่กระทบกับระบบประสาทของผู้ใช้เหรอครับ”

            “ไม่หรอก...”  ดร.เนวันลากเสียงยาว  “โดยปกติมนุษย์ก็มีการประมวลผลของสมองในอัตราที่เร็วอยู่แล้ว ถึงเราจะเร่งเวลามากแค่ไหนก็ไม่กระทบหรอก อีกอย่างมันเป็นแค่ความฝัน  และความฝันโดยปกติทั่วไปก็เกิดขึ้นรวดเร็วมาก อาทิเช่นการนอนกลางวันแค่งีบเดียว แต่ความฝันที่เกิดขึ้นบางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วนับสิบกว่าวันทั้งๆที่คนงีบ พึ่งหลับไปแค่10-20 นาที”  

            พนักงานคนนั้นพยักหน้า  หลังจากฟังคำอธิบายเชิงวิชาการจากคนเป็นดอกเตอร์อย่างยืดยาวจบ

            “แต่เราไม่มีรหัสเข้าไปเปลี่ยนไม่ใช่เหรอครับ”

            “ผมมีอยู่ส่วนหนึ่ง ดร.เมลวันมอบไว้ให้  ซึ่งพอจะเข้าไปแก้ไขส่วนนี้ได้”  

            “แบบนั้นเวลาข้างนอกเกมกับในเกมก็ห่างมากเลยนะครับ แล้วแบบนี้เราจะตามเหตุการณ์ในเกมทันได้อย่างไร”

            “ไม่เห็นยาก...”  ดร.เนวันเว้นวรรคพูด  “เราก็ยกสำนักงานเข้าไปในเกมเสียก็สิ้นเรื่อง”   

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่พนักงานคนนั้นจะก้มหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง  แล้วตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง

            “เข้าใจแล้วครับ”  พนักงานนั่นตอบรับและเดินหายออกจากห้องควบคุมไป ทิ้งให้ดร.เนวันมองดูการต่อสู้ของ 2 ผู้แข็งแกร่งที่สุดในเกมเมื่อ 12 ปี ที่ตอนนี้มันกรอกลับมาฉายซ้ำอีกครั้ง

            “ช่วยรับคำขอร้องของเราทีเถอะ”

 

ณ   สำนักงานทนายความพสิฐ

          “วันนี้คณะกรรมการบริษัทเซียคอเปอเรชั่น นายองอาจ ธารุวรรณ ได้ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องวิกฤตของระบบดรีมเน็ตเวิร์กว่าไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ข่าวลือได้กล่าวกัน ซึ่งตัวของนายองอาจเองก็ยอมรับว่าระบบนี้เคยมีปัญหาเมื่อ 12 ปีก่อน แต่ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว และทางบริษัทก็พัฒนาจนให้มันเป็นระบบที่ดีที่สุด นายองอาจยังกล่าวอีกว่า ข่าวลือที่ถูกปล่อยออกมานั้นอาจเป็นแผนทางธุรกิจ ขออย่าให้ผู้ใช้ระบบดรีมเน็ตเวิร์กตื่นตระหนก...”

          ผมกดปิดโทรทัศน์ด้วยรีโมททันที  หลังจากผู้รายงานข่าวกล่าวจบ  ซึ่งผมพบว่าข่าวที่ออกในวันนี้ยังคงย้ำอยู่เรื่องเดิม บริษัทเดิม เหมือนเมื่อวาน มันไม่ได้มีข่าวใหม่ให้ผมสนใจเลยสักนิด  และผมก็เบื่อที่ต้องมานั่งฟังคณะกรรมการของบริษัทบ้าๆนี่ พล่ามถึงข่าวลือเรื่องวิกฤตของระบบดรีมเน็ตเวิร์ก  ระบบที่มีไว้เพื่อให้คนเจอกันในความฝันซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบ  ซึ่งมันเป็นรอบที่ 3 แล้วของวันนี้

ความจริงผมก็เคยใช้ระบบนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว  และก็จำไม่ได้ด้วยว่าใช้มันในเรื่องอะไร  ตอนไหน  ผมจำไม่ได้จริงๆ เอาเป็นว่ามันไร้สาระสำหรับผมไปแล้ว

            “เฮ้อ!”

            ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่  แล้วยกกาแฟขึ้นจิบยามบ่าย  ก่อนจะมองดูตัวเองในกระจกบนโต๊ะทำงาน  พินิจดูดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้ที่ถอดแบบออกมาจากคุณแม่ของตัวเอง  ส่วนโครงหน้าที่คมสัน  จมูกโด่ง  ริมฝีปากบางเรียวนั้นได้มาจากคุณพ่อทั้งสิ้น  แต่ตอนนี้พวกท่านทั้งสองไม่ได้อยู่แล้ว   พ่อกับแม่ของผมจากผมไปเมื่อ 2 ปีก่อนด้วยโรควัยชรา 

            ท่านจากไปอย่างสงบ  แต่ผมยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อและทำงาน...

            มันช่างเป็นวัฏจักรที่ไม่มีทางจบสิ้นง่ายๆ  ตราบใดที่มนุษย์ยังคง เกิด เรียน ทำงาน เรียน ทำงาน และก็เรียน ทำงาน วัฏจักรแสนเบื่อหน่ายที่ว่าก็คงต้องหมุนต่อไป

          ปิ้งป่อง!  ปิ้งป่อง!

            เสียงออดหน้าประดูดังขึ้นสองรอบ  ความคิดที่ล่องลอยในยามบ่ายของผมหยุดชงัก  ผมรีบปรับสีหน้าตัวเองให้เป็นปกติ  ก่อนจะกระชับสูทสีดำที่กำลังใส่อยู่  แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเดินไปเปิดประตูให้กับลูกค้าในวันนี้

            “สวัสดีครับ  เชิญข้างในก่อนนะครับ”   

ผมกล่าวต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มหลังจากเลื่อนประตูเปิดออก เผยให้เห็นชายดูมีภูมิฐานสองคน  คนหนึ่งมีผมหยักศกสีเทา ผอม สูง สายตาของเขาดูว่างเปล่า  ส่วนอีกคนตัวเตี้ยกว่าคนแรก  เขามีผมสีดำที่หวีแปล้ไปด้านหลัง  ใบหน้าดูสะอาดสะอ้านและมีสายตาที่เฉียบคม  ซึ่งผมเดาว่างานนี้คงเป็นคดีหนักแน่ๆ

ถ้าสังเกตดูจากบุคลิกของลูกค้าแล้วนะ...

            “ขอบคุณครับ”   ชายที่มีผมสีเทาคนนั้นกล่าว  ก่อนจะเดินเข้าไปในสำนักงานทนายความของผม  พวกเขานั่งลงบนโซฟาตรงมุมห้องซึ่งผมติดกระจกใสไว้  สามารถมองทะลุออกไปเห็นความวุ่นวายบนท้องถนนได้ และผมก็เลือกนั่งตรงข้ามกับพวกเขา

            “เรามีเรื่องให้คุณช่วย”  คราวนี้เป็นชายที่หวีผมแปล้เป็นคนพูด

            “ได้ครับ...เป็นเรื่องอะไรล่ะครับ ฉ้อฉล ถูกโกง หรือพินัยกรรม”  ผมเปิดประเด็น  เพราะคนที่มีภูมิฐานแบบนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องเงินๆทองๆ  ก็ต้องเป็นเรื่องการโกงภายในบริษัทหรือต่างบริษัทอยู่แล้ว 

            “เปล่า...เราไม่ได้มาหาคุณเรื่องคดีหรอก”   ผมอึ้งเล็กน้อยที่มีคนมาหาผมนอกจากเรื่องคดี

            “ผมชื่อ เอดิสัน”  ชายผมสีเทาแนะนำตัว  “และนี่ก็ เวคิน”  คนที่ชื่อเอดิสันผายมือไปยังคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“เรามาขอให้คุณช่วยเรา”

            “ช่วยพวกคุณ”  ผมทำท่าชี้มือไปที่เอดิสันอย่างงงๆ

“เรื่องอะไรล่ะครับ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ได้เป็นหนี้ใคร”   ผมคิดแบบนั้น

            “คุณไม่เป็นหนี้ครับ...เราอยากให้คุณทำภารกิจหนึ่งให้กับเรา แต่ก่อนอื่นคุณช่วยยืนยันตัวตนก่อนนะครับ”  เอดิสันเงียบไปสักพักหนึ่งซึ่งผมก็ไม่ได้กล่าวอะไร

            “คุณคือ พสิฐ ไมค์เทสัน หรือ เควิน หรือ จอมดาบสยบศาสตรา ถูกไหมครับ”

            “ใช่...พสิฐ ไมค์เทสัน เป็นชื่อผมแต่ชื่อ เควิน หรือ จอมดาบสยบศาสตราอะไรนั่น ผมไม่แน่ใจว่าเคยใช้ชื่อเหล่านี้”  ผมหมายความตามที่พูดจริงๆ

            “ครับ...คุณอาจจะลืมไปแล้วเพราะมันก็นานเหมือนกัน  เควินเป็นชื่อตัวละครในเกมเซียออนไลน์  ส่วนจอมดาบสยบศาสตราก็เป็นฉายาของคุณเมื่อ 12 ปีที่แล้วในเกม...นี่อาจจะทำให้คุณนึกออกได้”  

เอดิสันยื่นแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผม ในนั้นมีรายละเอียดบางอย่าง มันเป็นข้อมูลของตัวละครที่ชื่อเควิน มีทั้งรายละเอียดการสมัคร  ข้อมูลส่วนตัว  และทักษะยิบย่อยของตัวละครที่ชื่อเควิน  ซึ่งชั่วขณะนั้นความทรงจำอันเนิ่นนานที่ผมเกือบลืม  ก็ค่อยๆปรากฎชัดเจนออกมาในสมอง

            “ผมจำได้แล้ว”  ผมโพล่งขึ้นมา  “ผมเคยเล่นเกมนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว แต่สู้แพ้ดราก้อน...อะไรสักอย่างนี้แหละ”

            “ดราก้อนฟิช”

            “ใช่...ชื่อนั้นแหละ ผมออฟไลน์หลังจากนั้นแล้วก็ไม่ได้กลับไปเล่นอีกเลย”

            “นานถึง 12 ปี”

            “ก็นะ...มันคือความฝันของผมตอนเด็กๆ  พอแพ้แล้วผมก็ไม่รู้จะเล่นไปเพื่ออะไรอีก...แต่มันก็นานจริงๆ รายละเอียดอื่นๆในเกมผมก็จำแทบไม่ค่อยจะได้แล้วด้วย”

            “ไม่เป็นไรครับ”   เอดิสันกล่าวยิ้มๆ แล้วรับกระดาษรายละเอียดที่ผมอ่านเมื่อครู่คืนกลับไป

            “ว่าแต่...มีปัญหาอะไรกับตัวละครของผมเหรอครับ”   ผมถามขึ้นอย่างสงสัย  เพราะถ้าผมไม่ได้เล่นนานขนาดนี้ตามความเป็นจริงบริษัทเกมน่าจะลบไอดีผมทิ้ง หรือไม่อย่างนั้นก็คงส่งเอกสารยืนยันการเล่นเกมมาตั้งนานแล้ว  แต่นี้ปล่อยมาถึง 12 ปีโดยไม่แจ้งอะไร  คิดว่าน่าจะมีปัญหาสักอย่าง

            “เปล่า...ไม่มีแน่นอน”   ผมขมวดคิ้วเมื่อคำตอบที่ได้รับตรงข้ามกับที่คิด “เอาเป็นว่าคุณพอมีเวลาสัก 6 ชั่วโมงไหม”

            “หมายความว่ายังไง”

            “เราอยากจะให้คุณไปพบหัวหน้าของพวกเรา  เขาจะอธิบายให้คุณฟังถึงเหตุผลที่ต้องให้คุณช่วยเรา ส่วนคุณจะตกลงช่วยเราหรือไม่ เราจะไม่บังคับคุณ”

            “แล้วผมจะไว้ใจพวกคุณได้ยังไง”   เอดิสันหันไปมองหน้าเวคินอย่างขอความเห็นก่อนจะหันกลับมา

            “เราต้องขอประทานโทษที่ไม่ได้บอก พวกเราเป็นพนักงานฝ่ายพัฒนาและออกแบบเอไอของเกมเซียออนไลน์”   พูดจบทั้งเอดิสันและเวคิน  ก็ยื่นบัตรประจำตัวพนักงานให้ผมดู

            “คุณสามารถจำรหัสพนักงานบนบัตรของเรา เพื่อใช้ประโยชน์ในทางกฎหมายได้...คุณเป็นทนายความนี่”   เวคินพูดเหมือนรู้ความคิดของผม

            จากนั้นก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ  ผมกำลังใช้ความคิด  และใช้สายตามองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง มันเป็นเวลาบ่ายโมงพอดี หากผมไปกับพวกเขา ผมก็จะกลับมาถึงบ้านตอนทุ่มถึงสองทุ่ม

อีกอย่างผมไม่มีนัดในวันนี้…

            “ก็ได้...ผมจะไปกับพวกคุณ”   เอดิสันและเวคินยิ้มร่า เมื่อผมตอบรับข้อเสนอของพวกเขา

            “แล้วเราจะไปไหนกัน”

            “บริษัทเซียคอเปอเรชั่น”

 




NEKOPOST.NET