Fall in to the Wrath ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Fall in to the Wrath

Ch.1 - วันแห่งการเริ่มต้น


เรื่องทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นจากวันนั้น

วันนั้นเป็นวันหยุด ระหว่างที่ผมไปเดินขึ้นเขากับพนักงานคนอื่นๆในบริษัทที่ผมทำงานอยู่

ทุกอย่างยังเป็นปกติสภาพอากาศแจ่มใส ผมอยู่เป็นคนสุดท้ายของขบวนคอยดูแลความปลอดภัย

ให้กับคนอื่นๆ

“อีกนิดก็จะถึงจุดพักแล้วพยายามเข้าทุกคน”  หัวหน้าแผนกของผมที่เดินนำอยู่ส่งเสียง

ตะโกนบอกลูกทีม

“โธ่ หัวหน้าทีหลังถ้าให้พวกผมมาทำอะไรแบบนี้อีกไม่เอาแล้วนะ“  พนักงานชายคนหนึ่ง

ตะโกนบอก เขาอยู่ข้างหน้าผมถัดไปไม่กี่คน

“ไอ้นี่นิ จะให้คนแก่มาเดินคนเดียวจะสนุกอะไร เอางี้ถ้าใครไปถึงยอดได้มีโบนัส“

“โอ้ว“

เจ้าพวกนี้เห็นโบนัสเป็นไม่ได้เลยสินะ ผมส่ายหัวระอากับพวกบ้าข้างหน้าที่ก่อนหน้านี้จะเป็นจะ

ตายแต่พอหัวหน้าเอาโบนัสมาล่อต่างพยายามวิ่งขึ้นหน้าตามหัวหน้าแผนกกันใหญ่ ส่วนตัวผมยัง

ต้องอยู่รั้งท้ายไว้เพื่อกันไม่ให้คนอื่นหลงออกจากกลุ่ม และแล้วก็มีคนถูกทิ้งไว้อยู่ข้างหลังกับผม

จนได้ ผมเดินมองแผ่นหลังของผู้หญิงคนข้างหน้าผมพลางพยายามนึกชื่อของอีกฝ่าย เจ้าหล่อน

มีผมสีดำยาวเลยเอวมาเล็กน้อยชุดที่เธอสวมอยู่เป็นเสื้อเนื้อบางสีขาวที่โบกสะบัดไปตามแรงลม

ผมรู้สึกแปลกๆเพราะเธอไม่ได้ใส่ชุดที่ดูคล่องตัวเหมาะกับกิจกรรมแบบนี้เลย

“เอ่อคุณครับ“ ผมลองส่งเสียงทักดูเผื่ออีกฝ่ายจะเป็นนักท่องเที่ยวที่บังเอิญหลงจากเพื่อนๆของ

ตัวเอง

เธอหันหน้ามามองผมอย่างแปลกใจ ตอนนี้ผมถึงสามารถมองเห็นหน้าของเธอได้ชัดๆ ใบหน้านั้น

แลดูอ่อนเยาว์ ผมเดาอายุน่าจะซัก18-20ปี รูปโฉมดูๆแล้วพอๆกับนางแบบชั้นนำได้เลย แทบไม่มี

ทางเลยที่จะมีใครปล่อยให้เดินคนเดียวโดยเฉพาะพวกเพื่อนร่วมงานของผมที่เดินนำหน้าไปจะไม่

หยุดสนใจ

 

‘มีบางอย่างผิดปกติ’  สัญชาติญาณของผมกู่ร้องให้รีบหนีออกมาแต่ขาผมดันขยับไม่ได้

ผมถูกสะกดนิ่งด้วยนัยน์ตาสีแดงเลือดอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงตรงหน้า

นี้ผมโดนผีอำตั้งแต่กลางวันแสกๆเนี้ยนะ แถมกลางป่าเขาด้วย ผมกรีดร้องในใจดังลั่น

“นายเป็นใคร“ เสียงหวานๆนั้นถามผม

เอาหน่าอย่างน้อยอีกฝ่ายก็คุยด้วยดีๆไม่ได้โผล่มาหลอกให้ตกใจ ผมพยายามปลอบใจตัวเอง

“เอ่อ ผมชื่อกริม ไม่ทราบว่าคุณคือเจ้าที่แถวนี้หรือครับ“

อย่างน้อยถ้าผมเผลอทำอะไรลบหลู่เธอเข้าผมจะได้ขอขมากันตรงนี้เลย ผมคิดแบบนั้น

“เจ้าที่? เจ้าหมายความว่าอะไร ถ้าเจ้าหมายถึงเจ้าของปราสาทหลังนี้ละก็ ใช่ข้าเป็น“ อีกฝ่ายตอบ

“ปราสาท? ปราสาทไหน“ ผมถามออกไปอย่างงุนงง

“ก็ปราสาทที่เจ้าอยู่นี้ไง เจ้าบุกเข้ามาโดยไม่รู้อะไรเลยรึ“ อีกฝ่ายเอียงคอมองผมอย่างสงสัย

ตอนนั้นเองที่ผมพึ่งสังเกตรอบตัวว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนทางขึ้นเขาในป่าอีกแล้วแต่กลับเป็นห้องๆ

หนึ่งที่เตียงขนาดใหญ่ตั้งอยู่

“เจ้าบุกเข้ามาในห้องนอนของข้าโดยที่ไม่มีคนจับได้ ได้ยังไง“ เธอเดินเข้ามาชิดผมจนผมต้อง

ก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ

“โอ้ย“ ระหว่างที่ผมก้าวถอย มือผมไม่ระวังจนไปบาดเข้ากับดาบที่วางประดับอยู่บนผนังทำให้

เลือดของผมไหลหยดลงพื้นผมลอบมองแผลของตัวเอง รอยบาดไม่ได้ลึกมากปล่อยไว้เดี๋ยวก็คง

หายเมื่อเหลือบกลับไปมองผู้หญิงปริศนาตรงหน้าผมก็สังเกตได้ว่าอีกฝ่ายหยุดเดินแล้วแต่เปลี่ยน

มาจับจ้องเลือดของผมแทน

“เลือด  สีแดง เจ้าเป็นมนุษย์“ อีกฝ่ายมองผมอย่างตกตะลึง จนผมอดจะสงสัยไม่ได้ว่าเลือดสีแดง

แล้วทำไมแต่พริบตาต่อมามือเรียวบางก็คว้าหมับเข้าที่คอของผมอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วออกแรง

ยกผมขึ้นด้วยมือข้างเดียว แรงบีบมหาศาลนั้นทำให้ผมทรมานกับการขาดอากาศหายใจ ‘นี้ใช่แรง

ของผู้หญิงจริงๆหรือ’

“ตอบมาเจ้ามนุษย์ เจ้าเข้ามาได้ยังไงและมีพรรคพวกคนอื่นๆอยู่อีกหรือไม่“ น้ำเสียงที่เธอใช้

เปลี่ยนมาเหี้ยมเกรียมทันที ไม่ว่าเธอจะเป็นใครแต่ที่ผมรู้แน่ๆคือเธอไม่ใช่มนุษย์ ไม่มีมนุษย์คน

ไหนโดยเฉพาะผู้หญิงท่าทางบอบบางแบบนี้จะมีแรงขนาดยกผู้ชายด้วยมือข้างเดียวได้แน่

“ผม....ไม่รู้“ ผมพยายามฝืนพูดออกไปด้วยเสียงแหบพร่า

“อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้า“ เหมือนอีกฝ่ายจะไม่เชื่อ ผมพยายามรวบรวม

แรงเพื่อเปล่งวาจาออกไป

“ผ ผม  ไม่รู้ จ จริงๆ“ สายตาของผมพร่าเลือนที่แก้มรู้สึกได้ถึงความชื้น น้ำตาของผมคงจะไหล

ออกมาแน่ๆ

ไม่ว่าจะเพราะอีกฝ่ายเชื่อในคำพูดของผมหรือสมเพชกับสภาพของผมกันแน่แต่อีกฝ่ายก็ยอม

ปล่อยมือออกจากคอของผม

ผมร่วงตกลงไปกระแทกพื้นอย่างแรงต้องขดตัวด้วยความเจ็บ ไอออกมาไม่หยุดสองมือลูบคอตัว

เองเหมือนถ้าทำอย่างนั้นจะบรรเทาอาการลงได้ จมูกพยายามสูดอากาศหายใจชดเชยในส่วนที่

ขาดหายไปอยู่นาน กว่าจะกลับมาเป็นปกติ แต่ก็หมดแรงนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นแบบนั้นต่อไป

เธอเดินมาหยุดตรงศีรษะของผมก่อนจะนั่งลงเอามือจับหน้าของผมให้จ้องตาของเธอ นัยน์ตาสี

แดงของเธอตอนนี้นั้นส่องแสงเรืองรองดูทรงอำนาจและน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกันก่อนจะเอ่ย

คำถามกับผมอีกครั้ง

“เจ้าเข้ามาที่นี้ได้ยังไง“

“ผมไม่รู้จริงๆ รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่นี้แล้ว ได้โปรดอย่าทำอะไรผมเลย“ ผมขอร้องอย่างขลาดเขลา

แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันน่าสมเพชแต่ ณ เวลานี้ศักดิ์ศรีไม่ได้มีค่าอะไรเลย

เหมือนอีกฝ่ายจะคิดอะไรได้เธอพยักหน้ายืนยันให้กับความคิดของตัวเอง

“ผู้หลงมิติสินะ เจ้าตอบสนองต่อพลังเวทของข้าแล้วถูกส่งมายังที่นี่“ เธอพูดให้ผมฟัง

“แสดงว่าเราสองคนคงจะดวงสมพงศ์กันไม่น้อย“ เธอยิ้มกรุ่มกริ่มก่อนจะเดินออกไปจากสายตา

ของผมก่อนจะกลับมาพร้อมกับแอปเปิ้ลผลหนึ่ง

“เอ้า นี้ข้าให้ เจ้าคงจะหิวมากแล้วสินะ“ ผมรับมากัดคำหนึ่งก่อนจะพบว่ามันอร่อยกว่าแอปเปิ้ลที่

ผมเคยกินมาผมจึงรีบกินจนหมด เธอนั่งมองผมกินจากบนเตียงเมื่อเห็นผมกินจนหมดเธอก็เริ่มพูด

ขึ้นลอยๆ

“เจ้ารู้จักเรื่องราวของผลแอปเปิ้ลแห่งอีเดนมั้ย“

ผมพยักหน้าแม้ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับเรื่องเล่าในโลกของผมมั้ยก็ตาม

“มนุษย์ที่แอบกินผลไม้ของพระเจ้าจะถูกสาปไปชั่วชีวิต นั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนก็รู้ และบังเอิญข้าก็

ได้มาผลหนึ่ง“ เธอยิ้มพลางเหลือบมองผมอย่างมีเลศนัย

ผมตาโตเริ่มเข้าใจแล้วว่าเธอหมายถึงอะไร

“อย่าบอกนะว่า....อั๊ก“ ผมพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนจะล้มไปนอนดิ้นทุรนทุรายกับพื้น

“ใช่แล้ว ที่เจ้ากินไปก็คือผลไม้ที่ว่า“

ร่างกายของผมรู้สึกร้อนราวกับถูกไฟเผา อวัยวะภายในเหมือนกำลังละลายเจ็บปวดทรมานแทบ

ขาดใจ ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นเกล็ด ร่างกายเริ่มขยายเปลี่ยนรูปร่างอย่างผิดรูป เสียงกระดูกลั่นดัง

กร็อบแกร็บ เลือดมากมายสาดกระเซ็นจากการที่ผิวหนังที่ปริแตก ย้อมห้องนอนสไตล์โบราณให้

เป็นสีแดงฉาน

ก่อนที่สติของผมจะดับวูบไป เสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินคือเสียงกรีดร้องของตัวเองที่ราวกับสัตว์ป่า

 

กรรรรรรร




NEKOPOST.NET