Lunatic Eyes : ดวงตาวิกลจริต ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Lunatic Eyes : ดวงตาวิกลจริต

Ch.3 - ปีศาจ !?


          โคร้ม !!

          เสียง ประตูเปิดออกอย่างรุนแรง ร่างกายของผมที่ตื่นตัวสุดขีดพุ่งตัวออกจากห้องเรียนอย่างรวดเร็วปานจรวด หญิงสาวหน้าปากซึ่งเป็นชื่อใหม่ที่ผมตั้งให้เธอเมื่อตะกี้ พุ่งตัวตามออกมาติดๆ ฟันของเธอที่พยายามงับหัวผมแต่พลาด พุ่งแฉลบไหล่ขวาของผมไปเพียงหน่อยเดียว แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกเสียวหัวไหล่แปลกๆ เมื่อเหลือบตาไปมองก็พบกับเลือดที่พุ่งออกมาเป็นสายออกมาจากหัวไหล่ นั่นทำให้ผมรีบยันตัวเองลุกขึ้นวิ่งในทันที

          ผม วิ่งลู่ไปตามระเบียงทางเดิน ส่วนด้านหลังของผมนั่นก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวหน้าปากวิ่งตามมาติดๆ ผมจะวิ่งหักเลี้ยวเพื่อจะวิ่งขึ้นบันไดไป ส่วนสาวหน้าปากก็ยังไม่ลดละ มันใช้ทั้งสองมือปีนป่ายช่วยในการขึ้นบันไดเหมือนกับพวกแมงมุม ทำเอาผมถึงกับขนลุกเหมือนได้เจอผีในหนังผีญี่ปุ่น

          ผมวิ่งขึ้นบันไดผ่านชั้น 3 ขึ้นไปชั้น 4 เสียงของหญิงสาวที่คลานไล่ตามผมมานั้นก็เงียบหายไป

          ผมมองไปรอบๆตัวด้วยความระแวดระวัง ถ้านี่คือหนังผีเกรด C เรื่อ ใดเรื่องหนึ่งนั้น ตัวละครที่ต้องสิ้นชีวิตในฉากไครแม็กฉากนี้มักจะวิ่งเข้าไปในห้องปิดตายห้อง ใดห้องหนึ่งและมักจะถูกผีเขมือบแน่ๆ แต่สำหรับผมจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด ผมจะยืนอยู่ตรงกลางระเบียงระหว่างบันไดทั้งสองฝั่งของตึกเรียน ถ้าผีหน้าปากโผล่มาจากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ผมจะได้มีเวลาวิ่งลงบันไดอีกฝั่งได้ทันเวลา

          ตึกๆๆๆ

          เสียง คลานขึ้นบันไดของผีหน้าปาก เกิดขึ้นทางฝั่งซ้ายของตึกเรียน หรือฝั่งที่ผมเพิ่งจะวิ่งขึ้นมานั่นเอง ได้ทีที่ผมจะวิ่งไปทางบันไดฝั่งขวาของตึกเรียนแล้วล่ะ

          “เฮ้ย !!”

          ผมสบถออกมาอย่างลืมตัว เมื่อบันไดฝั่งขวาของตึกเรียนก็มีผีหน้าปากเฝ้าอยู่เช่นกัน แต่มันไม่ใช่ตัวเดียวกับที่มันไล่ตามผมมา !! ถึง จะเป็นผีหน้าปากเหมือนกัน แต่ชุดที่มันใส่อยู่เป็นชุดของนักเรียนชายของโรงเรียนเดียวกับผมนี่แหละ ผมหันหลังกลับเพื่อที่จะวิ่งไปที่บันไดฝั่งซ้ายของตึกเรียน เพื่อที่จะวิ่งลงไปชั้น 3 เผื่อว่าฝีหน้าปากอีกตัวจะยังขึ้นมาไม่ถึงชั้น 3 ก็ได้

          ทันทีที่ผมหันหลังกลับไปก็พบกับหญิงสาวที่หน้ามีแต่ปากเขี้ยวแหลมคมน้ำลายไหลย้อยกำลังแสยะยิ้มให้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผมช้าไป

          ใน เมื่อความหวังสุดท้ายหมดไป ผมคงต้องเลือกทางสุดท้าย นั่นคือการกระโดดลงไปจากตึกเรียน และทันทีที่ผมชะโงกหัวลงไปมองข้างล่างตึกเรียน ผมก็พบกับผีหน้าปากจำนวนมากกำลังปีนป่ายตึกเรียนขึ้นมายั่งกับตัวสัตว์ ประหลาดอะไรสักอย่าง และไม่เพียงเท่านั้น ยังมีพวกมันอีกมากในพื้นที่ข้างล่าง เดินว่อนไปมาในสนามโรงเรียน ทั้งๆที่เข้าโรงเรียนมาในตอนแรกยังไม่เจอพวกมันแท้ๆ

          หน ทางหนีหมดสิ้น สงสัยคงต้องใช้วิธีสุดท้าย โดยการเข้าไปในห้องเรียนที่ใกล้ที่สุด ผมมองผีหน้าปากสลับไปมาสองตัวที่กำลังคลานเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ และอาศัยจังหว่ะหนึ่งที่มันกำลังพุ่งตัวเข้ามาหาผม กระโดดกระแทกประตูห้องเรียนที่ใกล้ที่สุดเข้าไป ผีหน้าปากทั้งสองตัวกระโดดพุ่งชนกันเองจนหงายหลัง มันทั้งสองตัวร้องเสียงหลงด้วยเสียงแหลมน่าเกลียดน่ากลัว ห้องที่ผมเพิ่งจะเข้ามานั้นเป็นห้องเคมี ที่พอจะมีสารเคมีหลายอย่างเป็นอาวุธได้

          และ ในไม่ช้าผีหน้าปากอีกหลายตัวที่กำลังปีกขึ้นมาบนตึกชั้นที่ผมอยู่ ก็เริ่มคลานเข้ามาหาผมในห้องเคมีพลางแสยะยิ้มน้ำลายเยิ้มให้ผมได้เห็น และทันทีที่ผีหน้าปากตัวหนึ่งกำลังพุ่งตัวเข้ามาเพื่อที่จะงาบผมด้วยฟันที่ แหลมคมของมัน ขวดกรดที่ใกล้มือผมที่สุดได้ลอยลิ่วด้วยแรงขว้างของผม กระแทกหน้าของผีหน้าปากตัวนั้นอย่างจัง ขวดกรดแตกกระจายดังโผล๊ะ กรดในขวดหลอมละลายหัวมันจนไม่เหลือชิ้นดี มันนอนแน่นิ่งบนพื้นไปสักพัก ก่อนที่ร่างกลายมันทั้งร่างจะสลายกลายเป็นควันสีดำไปในที่สุด

          ยัง ไม่ทันที่ผมจะได้ตกใจกับผีหน้าปากที่สลายหายไปตัวเมื่อกี้ ผีหน้าปากอีกตัวก็พุ่งตัวเข้ามาหมายจะงาบผม ผมสไลด์หลบใต้โต๊ะ และควานหาอาวุธชิ้นต่อไป และผมก็เจอมัน

          มี ลังกระดาษลังหนึ่งวางอยู่หน้าห้องบนโต๊ะอาจารย์ ในลังกระดาษนั้นมีลูกกลมๆอยู่ และดูเหมือนจะมีเชือกเส้นเล็กๆติดอยู่กับลูกกลมๆนั่น แค่ผมมองเพียงแว่บเดียวก็รู้ว่านั่นคือระเบิดปิงปองแน่ๆ แต่ที่สำคัญในตอนนี้ควรจะหาไฟก่อน ไม่งั้นจะไม่มีอะไรทำให้จุดระเบิดปิงปองได้

          ผม พุ่งตัวหลบผีหน้าปากอีกตัวที่กระโดดเหมือนกบพยายามใช้ฟันอันแหลมคมของมัน เขมือบหัวผมไปได้อย่างหวุดหวิด และพยายามตะเกียดตะกาย พยุงร่างกายที่เริ่มหมดแรงนั้นไปที่โต๊ะอาจารย์ หยิบระเบิดปิงปองมา 3 ลูกจากในกล่อง สายตาผมเริ่มมองกวาดรอบห้องอีกครั้ง ตอนนี้มีผีหน้าปากอยู่ 4 ตัวในห้อง มันกำลังคลาน อย่างช้าๆเข้ามาหาผมเหมือนสัตว์จำพวกแมวที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ แต่นั่นไม่ใช่เป้าสำคัญในการกวาดตามองของผมในตอนนี้ สิ่งที่ผมต้องการคือไฟสำหรับจุดระเบิดปิงปอง

          ผี หน้าปากตัวหนึ่งที่โผล่มาจากที่ไหนไม่รู้พุ่งเข้าหาผมจากด้านขวา ด้วยความที่ฝืนตัวเองเพื่อจะหลบคมเขี้ยวนั่น ผมถึงกับเซเสียจังหวะล้มหงายหลังลง แต่ผีหน้าปากตัวเมื่อกี้ที่พยายามเขมือบผมแต่พลาดนั้น ก็หันกลับมาประจันหน้ากับผมอีกครั้ง

          “เอ๊ะ !!”

          มือ ขวาของผมที่กำลังยันตัวเองลุกขึ้นนั้น ก็คลำพบอะไรบางอย่างเป็นแท่งๆเล็กๆ สายตาผมจึงหันกลับไปมองสิ่งที่ถืออยู่ในมือตอนนี้อย่างอัตโนมัติ ดูเหมือนผมจะมีโชคอยู่นิดหน่อยในสถานการณ์แบบนี้ เพราะตอนนี้ผมได้เจอกับสิ่งที่ต้องการแล้ว

          ผี หน้าปากตัวที่เพิ่งจะจู่โจมเข้ามาหาผมเมื่อกี้ ก็พุ่งตัวเข้าจู่โจมผมอีกครั้ง ผมแสยะยิ้ม พร้อมกับขว้างระเบิดปิงปองลูกหนึ่งที่จุดฉนวนแล้ว สวนเข้าไปในปางของมัน

          บรึ้ม !!

          เสียงระเบิดปิงปองที่ทำเอาหัวของผีหน้าปากนั้นกระจุยไปซีกนึง ร่างกายมันกระตุกเป็นจังหวะ ก่อนที่จะสลายกลายเป็นควันสีดำอีกครั้ง

          ผมยันตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ยืนประจันหน้ากับผีหน้าปากจำนวน 4 ตัวที่กำลังคลานไปมาดูเชิงดั่งกับสัตว์ล่าเนื้อสี่ขาที่ล่ากันเป็นฝูง

          ปัง !!

          ผม ลองกระทืบเท้าเสียงดัง มีผีหน้าปาก 2-3 ตัวสะดุ้งโหยง ทำเอาผมยิ้มแก้มแทบปริ เพราะอย่างน้อยพวกมันยังรู้จักกลัวอยู่เหมือนกัน ผมยังพอจะมีทางรอดออกไปจากที่นี่

          ผม กวาดตามองรอบห้องดูรอบสุดท้ายเพื่อวางทางหนีทีไล่ พลางหยิบระเบิดปิงปองในกล่องใส่กระเป๋ากางเองและซอกต่างๆในร่างกายไว้ให้ได้ มากที่สุด แต่จะไม่เยอะเกินไป เพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวก และจุดฉนวนระเบิดลูกหนึ่งขว้างไปที่ผีหน้าปากตัวที่ใกล้ที่สุด

          บรึ้ม !!

          เสียง ระเบิดกัมปนาอย่างรุนแรง แต่คราวนี้พลาด แต่ก็เป็นอย่างที่ผมคำนวณไว้ ผมใช้จังหวะที่มันกำลังมัวแต่หลบระเบิดลูกนั้นวิ่งพุ่งตัวเข้าหาผีหน้าปาก ตัวถัดไปทันที

          บรึ้ม !!

          เสียง ระเบิดเกิดขึ้นอีกครั้ง ระเบิดปิงปองที่ผมจุกฉนวนอย่างรวดเร็วนั้นได้ถูกยัดเข้าไปในปากของผีตัวที่ สอง ร่างมันสลายไป ผีตัวที่ 3 และ 4 พุ่งตัวเข้าจู่โจมผมจากทั้งด้านหน้าและหลัง ผมตวัดขาเตะจระเข้ฟาดหางใส่ผีที่กระโจนเข้าโจมตีผมจากด้านหลังจนมันกระเด็น ลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับโต๊ะเรียนโต๊ะหนึ่ง ส่วนอีกตัวผมใช้จังหวะที่หมุนตัวกลับนั้น เสริมแรงต่อยอัพเปอร์คัตเข้าที่คางอย่างจัง มันลอยคว้างในอากาศหมดสิ้นการทรงตัว ก่อนที่จะร่วงลงสู้พื้นนอนแน่นิ่งไป ผมรีบใช้จังหวะนี้รีบวิ่งออกจากห้องวิทย์ทันที

          แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เข้าข้างผมล่ะนะ

          ผี หน้าปากหลายสิบตัวเกือบๆร้อยที่กำลังคลานอยู่ตามระเบียงทางเดินทั้งซ้ายและ ขวามือของผม กำลังหันหน้ามาที่ผมเป็นจุดเดียวกัน น้ำลายไหลเยิ้มของพวกมันบ่งบอกว่าพวกมันกำลังหิวโซ ถึงแม้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมขอได้สู้อย่างเต็มกำลังความสามารถของตัวเองไว้ก่อน นั่นแหละที่ผมได้ทำมาตลอด

          ผม วิ่งประจัญบานเข้าไปหากลุ่มผีหน้าปากทางฝั่งซ้ายของระเบียง เป้าหมายของผมเพียงหนึ่งเดียวคือบันไดทางลงอาคารเรียน เมื่อวิ่งไปถึงผีหน้าปากตัวแรกไม่ถึง 10 เมตร มันก็กระโจนเข้าโจมตีผมทันที

          เปรี๊ยง !!

          ผม วิ่งต่อยสวนหน้ามันเข้าไปเต็มๆ มันกระเด็นไปกระแทกกับตัวข้างหลังที่กำลังตามมันเข้ามานั้น ลอยล้มลงไปทั้งคู่ มืออีกข้างของผมล้วงเข้าไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว หยิบระเบิดปิงปองมาลูกหนึ่ง รีบจุดฉนวนและขว้างเข้าไปในดงผีหน้าปาก

          บรึ้ม !!

          เสียง ระเบิดดังขึ้น ผีหลายตัวโดนแรงระเบิดกระเด็นลอยออกไปนอกระเบียง และตกลงสู่พื้นเบื้องล่างเสียงดังแผละ ทำเอาผมไม่อยากนึกถึงสภาพของมัน ผีที่อยู่ทางฝั่งขวาของอาคารเริ่มทยอยวิ่งเข้ามาหาผมเข้าไปทุกที จนกระทั่งผีตัวถึงก็พุ่งเข้าจู่โจมผมจากด้านหลัง

          ผลัก !!

          มัน กระโดดหมายจะตะครุบผม แต่ผมใช้ท่าเตะจระเข้ฟาดหางเตะเข้าหน้าของมัน มันกระเด็นตามแรงเตะปลิวออกไปนอกระเบียง ผีทางฝั่งซ้ายก็เริ่มเข้าจู่โจมผมพร้อมๆกัน ผีตัวหนึ่งพุ่งตัวเลียดตามพื้นระเบียงหมายจะเข้ามากัดขาผมเพื่อทำลายการทรง ตัว แต่ผมให้ของขวัญกับมันเข้าเต็มหน้าจนเป็นรูปรอยพื้นรองเท้า แต่นั่นทำให้ผมเสียหลัก เซไปมาก่อนที่จะล้มหงายหลังลง

          ผี หน้าปากหลายตัวกำลังยืน หรือเรียกอีกอย่างว่าคลานดีกว่า ปิดทางทั่งซ้ายและขวาของระเบียงทางเดินบนอาคาร ผมที่ตอนนี้นอนแอ้งแม้งพลางหอบด้วยความเหน็ดเหนื่อยอยู่ ได้แต่คิดวางแผนที่จะเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ตอนนี้ได้ให้ แต่ไม่ว่าผมจะคิดยังไงมันก็ไม่มีทางที่ผมจะรอดไปจากสถานการณ์ตรงนี้ไปได้เลย แม้แต่น้อย

ยกเว้นเสียแต่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

          และ ในทันทีทันใดนั้นเอง จังหวะเดียวกันกับผีทั้งหลายที่ดูเหมือนกำลังหิวโซ ที่พุ่งตะครุบผมที่นอนหงายแอ้งแม้งพร้อมๆกัน ก็มีควันสีดำบางอย่างพุ่งอย่างรวดเร็วปานดาวตกมาจุดที่ผมนอนอยู่ เสียงของควันนั่นกระทบกับผีหลายๆตัวเกิดเสียงดังสนั่น ผีหน้าปากกระเด็นกระดอนกันไปคนละทาง และเมื่อควันนั่นจางลง ผมก็พบกับหญิงสาวที่ผมคุ้นหน้าเป็นที่สุด เพราะคุณเธอเพิ่งจะมานอนอยู่บนเตียงของผมเมื่อเช้านี้เอง

          หญิง สาวหน้าตาสระสวยที่ตอนนี้ใส่ชุดที่แตกต่างไปจากเมื่อเช้าอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนี้เธอใส่ชุดเกราะเหมือนกับนักรบในนิยายแนวแฟนตาซี เกราะของเธอดูเทอะทะมากจนตัวเธอดูไม่สมส่วน พร้อมกับผ้าคลุมด้านหลังที่ปลิวไสวเบาๆ แสงของดวงจันทร์สีขาวนวลส่องกระทบกับชุดเกราะของเธอ จนสะท้อนออกมาเป็นสีดำสนิทเหมือนกับความมืดที่ไม่มีแสงใดๆลอดออกไปได้ ในมือของเธอถือเคียวอันใหญ่เกินกว่าที่คนธรรมดาจะถือได้ ก่อนที่เธอจะควงมันไปมา และหันมามองผม

          “นายใช้ดาบเป็นมั้ย”

          นั่น เป็นคำพูดแรกที่ควรจะพูดกับบุคคลที่เจอกันครั้งแรกหรอ หรือว่ามันเป็นภาษาวัยรุ่นชนิดใหม่ที่สาวกคอสเพลเขามักจะพูดกัน แต่ช่างเถอะ สำหรับผมแล้วในสถานการณ์แบบนี้ คำทักทายแบบนี้อาจจะไม่แย่เกินไปนัก

          ผมผยักหน้า

          เธอสะบัดมือข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือเคียวไปข้างลำตัว ก็บังเกิดควันดำๆขึ้นก่อเป็นรูปร่างดาบสีดำ ก่อนที่เธอจะปักดาบนั้นไว้ข้างลำตัวผม

          เมื่อ ผมมองหน้าเธอผมก็เข้าใจสถานการณ์ได้ ว่าผมคงต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเองจนวินาทีสุดท้าย ผมจึงดันตัวเองลุกขึ้นยืน พร้อมกับดึงดาบสีดำที่ถูกปักอยู่กับพื้นระเบียงขึ้นมา

          “พร้อมมั้ย !?”

          เธอ ถามขึ้นอีกครั้ง ผมผงกหน้ารับ พร้อมกับเตรียมตั้งท่าที่จะวิ่งเข้าประจันหน้ากับผีหน้าปากชุดใหม่ที่เพิ่ง วิ่งขึ้นบันไดขึ้นมากลุ่มใหญ่ แต่แล้วผมก็รู้สึกกระตุกที่คอเสื้อ หญิงสาวผมทองกระชากคอเสื้อผมพร้อมกับโยนผมลงไปจากระเบียง ผมลอยละคว้างอยู่ในอากาศ อยากจะแหกปากร้องก็ทำไม่ได้ และในระหว่างที่ผมกำลังร่วงลงไปกระแทกกับพื้นข้างล่างเพราะแรงดึงดูดของโลก ผมก็รู้สึกเหมือนควันสีดำอะไรบางอย่างพุ่งอย่างรวดเร็วไปบนพื้นสนาม ซึ่งผมก็พบกับหญิงสาวคนเมื่อกี้มาคอยรับผมอยู่ข้างล่าง

          อ๊อค !!

          เธอ ไม่ได้รับผมอย่างปกติ แต่เธอกลับจับที่คอเสื้อของผมที่เพิ่งจะดิ่งพสุธาลงมาอย่างรุนแรง และไม่เพียงเท่านั้น เธอยังขว้างผมออกไปข้างหน้าอย่างกับผมเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่คน ตัวผมลอยคว้างพุ่งเข้าหากับผีหน้าป่ากกลุ่มใหญ่บนสนามโรงเรียนอย่างควบคุม ไม่อยู่ ผมจึงฝืนพลิกลำตัวกลางอากาศเพื่อเอาขาลงแตะพื้นให้ได้ และผมก็ทำสำเร็จ แต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อผีหน้าปากตัวหนึ่งกระโดนพุ่งตัวเข้ามาประจันหน้าผม เสียแล้ว

          สวบ !!

          ผม เหวี่ยงดาบในมือออกไปโดยสัญชาตญาณ ดาบอันคมกริบตัดหัวมันหลุดออกจากบ่า พร้อมกับร่างกายของมันที่แหลกสลายกลายเป็นฝุ่นหายไป แต่มันก็ใช่ว่าผมจะโชคดี เพราะว่าตอนนี้ผมกลับมาอยู่กลางดงผีหน้าปากอีกแล้วเป็นครั้งที่ 2

          ผม ยืนอยู่กลางดงผีหน้าปากที่ได้แต่เดินไปมารอบๆตัวผม ดั่งกับว่าพวกมันสามารถรู้ได้ถึงอันตรายจากตัวผม และนั่นทำให้ผมได้เปรียบจากการต่อสู้นี้เต็มๆ

          ผี หน้าปากตัวหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีผม ผมตวัดดาบเสยขึ้นตัดมันออกเป็น 2 ซีก พร้อมกับที่ผมพุ่งไปหาผีหน้าปากอีกตัว และหมุนตัวตามแรงถีบ ตวัดดาบฟันผีหน้าปากจนมันลงไปนอนดิ้น ทำให้ผีหน้าปากอีกหลายตัวพุ่งเข้าโจมตีผมพร้อมๆกัน ผมเบี่ยงตัวหลบผีหน้าปากตัวหนึ่งที่เกือบงับผมที่หัว และใช้ดาบฟันผีอีกตัวที่จะโจมตีผมจากด้านหลัง การต่อสู้นี้เกิดขึ้นยาวนานกว่า 20 นาที จนกระทั่งพวกมันที่เหลือก็หยุดโจมตีและล่าถอยเข้าไปในโรงเรียน

          ถึง แม้ว่าการต่อสู้จะยาวนานเกินกว่าที่คนธรรมดาจะทนได้ แต่ผมก็รู้สึกแปลกใจกับตัวเองที่ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไรเลยกับการต่อสู้ เมื่อกี้ และในตอนนี้ผมก็เพิ่งสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ เพราะว่าผีหน้าปากที่นอนกองอยู่กับพื้นตอนนี้กลับไม่สลายกลายเป็นควัน

          และ ทันใดนั้นเอง ร่ายกายของผีหน้าปากหลายสิบตัวก็สลายกลายเป็นควันพร้อมๆกัน ควันสีดำทมิฬนั่นพุ่งเข้าใส่ตัวผมทุกทิศทุกทาง ในทีแรกผมคิดว่ามันมีจุดหมายที่จะทำร้ายผม แต่เปล่าเลย หลังจากที่มันพุ่งเข้าสู่ร่างกายผม มันทำให้ผมรู้สึกดีเป็นที่สุด ความรู้สึกเหมือนกันว่าเรากำลังทานข้าวในเวลาที่เราหิวจัด และมันกำลังช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในร่างกายของผม

          “พลังปีศาจน่ะ”

          หญิง สาวที่เดินออกมาจากกองศพผีหน้าปากอีกกองหนึ่ง ซึ่งจากที่สังเกตแล้วศพกองของเธอเยอะกว่าของผมมากกว่า 4 ถึง 5 เท่าแน่ๆ และควันสีดำจากกองศพนั่นก็กำลังพุ่งเข้าใส่ตัวเธออย่างไม่ขาดสาย

          “ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในหนังแนวแฟนตาซีเลยแฮะ”

          ผม พูดขึ้นลอยๆ พร้อมทำหน้าหน่ายใจ ถึงแม้ว่าจะเคยมีความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็เหอะนะ แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว คงต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงโดยที่ไม่มีข้อคัดค้านกังขาอะไรทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผมก็ยังอยากจะรู้เรื่องทั้งหมดอยู่ดี

“เอาไว้กลับบ้าน เธอช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังด้วยนะ เริ่มตั้งแต่หน้าเว็บเพจนั่นเลย”

          ผม หันไปพูดกับหญิงสาว ที่ตอนนี้ยืนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์จนดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็เป็นคนที่ช่วยชีวิตผมมาแล้วครั้งนึง




NEKOPOST.NET