Heart Gear ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heart Gear

Ch.7 - Heart Gear EP 07 – ตำนานที่ถูกเล่าขาน


Heart Gear EP 07 – ตำนานที่ถูกเล่าขาน

เช้าวันจันทร์อันแสนสงบสุข ณ หน้าประตูโรงเรียนม.ปลายแห่งหนึ่งได้มีนักเรียนหญิงสาวผู้ยืนรอคอยเพื่อนด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายแม้บรรยากาศรอบข้างนั้นจะมีแต่เสียงหัวเราะของนักเรียนคนอื่นๆก็ตาม

'พี่นะพี่ ก็รู้อยู่นะว่างานยุ่งแต่น่าจะบอกกันก่อนสิ ว่าจะไม่กลับบ้าน'

สาวน้อยนามเซริสได้พร่ำบ่นเรื่องพี่ชายอยู่ในใจตลอดเวลาที่รอคอยเพื่อนของเธอ พร้อมกับจ้องมองขึ้นไปยังท้องฟ้าอันแสนสดใส ถึงแม้ว่าตัวของเซริสเองจะไม่ค่อยสดใสเท่าไรก็ตาม

"เซรี่...รอนานไหม"

"สวัสดีเซริส"

เมื่อรอคอยไปได้ไม่นานนักก็มีเสียงของสาวน้อยสองคนดังขึ้นและเรียกหาเซริสที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตู พร้อมๆกับเดินเข้ามาใกล้ๆตัวของเซริส

"อ่าว เมย์ริน เซร่า หวัดดี"

เซริสที่ได้ยินเสียงและเห็นเพื่อนที่เธอรอคอยอยู่เดินใกล้เข้ามาจึงทักทายกลับไปแต่ด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักจึงทำให้น้ำเสียงนั้นออกมาดูไร้ซึ่งอารมณ์ตอบสนองซักเท่าไร

'เมย์ริน ชิ่อเต็ม เมเรี่ยน ดิวโฟ เผ่ามังกร เป็นเพื่อนกับเซริสมาตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนใหม่ๆ มีเขาเล็กๆอยู่บนหัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเผ่ามังกรที่ยังไม่โตเต็มที่'

'เซร่า ชื่อเต็ม เซร่า เอลเทียร์ เป็นลูกครึ่งมนุษย์ เริ่มรู้จักกับเซริสตอนปีสองเพราะเป็นนักเรียนย้ายเข้ากลางเทอมเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบแต่ก็สนิทกับทั้งสองคนเป็นอย่างดี'

"เซรี่เป็นอะไรเหรอ เอ แต่ใกล้จะโฮมรูมแล้วค่อยไปคุยในห้องดีกว่าเนอะ"

"เดี๋ยวสิเมย์ริน..."

หลังจากที่เมย์รินพูดจบก็ลากตัวเซริสวิ่งไปอย่างรวดเร็วโดยที่เซริสไม่ทันจะได้ตอบกลับอะไรเมย์รินเลยแม้แต่น้อย ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เซร่าที่เห็นว่าทั้งสองคนเริ่มวิ่งไปก่อนแล้วจึงรีบวิ่งตามไปเช่นกัน

"ทำอะไรของเธอเนี่ย มึนหัวไปหมดแล้วนะเมย์ริน"

"เค้าขอโทษน้า"

ไม่นานนักทั้งสามสาวก็วิ่งมาถึงจุดหมายรึก็คือที่หน้าห้องเรียน เซริสที่มึนจากการโดนลากมาได้เอาหลังไปพิงกำแพงเพื่อปรับสภาพพร้อมกับบ่นใส่เมย์รินไปด้วย หลังจากที่บ่นใส่เมย์รินเสร็จทั้งสามคนก็ค่อยๆเดินเข้าห้องไป

ในขณะที่เดินเข้าไปสภาพของห้องที่เรียนอยู่จะแบ่งเป็นสี่ส่วน ส่วนที่เซริส เมย์รินและเซร่านั่ง อยู่ที่มุมหลังห้องใกล้หน้าต่าง โดยที่เซร่านั่งอยู่หลังเซริสซึ้งทั้งสองคนอยู่ติดริมหน้าต่างและเมย์รินนั่งอยู่ข้างๆเซริสอีกที

"เด็กๆทั้งหลายนั่งที่ได้แล้ว จะได้เริ่มโฮมรูมกันซะที"

หลังจากที่ทั้งสามคนนั่งที่ได้ไม่นานนักอาจารย์ประจำชั้นก็เดินเข้ามาในห้องเรียน ซึ่งผู้ที่เข้ามานั้นเป็นผู้ชายวัยกลางคนและเมื่อเดินเข้ามาจนถึงที่หน้าชั้นเรียนก็ได้สั่งให้นั่งที่ ในเวลานั้นเสียงของนักเรียนที่กำลังคุยกันอยู่ก็ได้เงียบลงทันที

"เงียบๆแบบนี้ค่อยดีหน่อย เอาล่ะมาเข้าเรื่อง แต่เรื่องที่จะคุยก็คงรู้กันอยู่แล้วนี้นะ เรื่องงานเลี้ยงเต้นรำ อาจารย์เองก็ไม่ค่อยอยากพูดเรื่องซ้ำๆเท่าไรเอาเอกสารไปอ่านเลยละกัน"

เมื่อพูดจบอาจารย์ประจำชั้นก็ได้หยิบกองเอกสารขึ้นมาและโยนขึ้นไปกลางอากาศพร้อมกับร่ายมนต์ใส่ กองเอกสารที่ลอยอยู่ เมื่อร่ายเสร็จเอกสารแต่ละแผ่นก็พุ่งไปวางอยู่บนโต๊ะของนักเรียนแต่ละคนอย่างแม่นยำ

"ก็แค่นี้แหละ มีแค่เรื่องงานเลี้ยงเหมือนเดิม ส่วนรายละเอียดที่เหลือให้ไปอ่านในเอกสารเอง หมดโฮมรูมแค่นี้ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ"

"ครับ/ค่า"

หลังจากที่นักเรียนตอบกลับไปแล้วอาจารย์ประจำชั้นก็ได้เดินออกจากห้องไปทันที และเมื่ออาจารย์ปิดประตูห้องเสียงของนักเรียนแต่ละคนก็ได้ดังขึ้นซึ่งเป็นเสียงที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่อาจารย์ได้มาบอกเมื่อครู่นี้

'อืม กำหนดวันงานแล้วสินะ หลังจากที่พี่กลับมาคงต้องรีบบอกแล้วสิ ว่าแต่ว่าเมื่อไรพี่จะกลับมาซะทีล่ะเนี้ย'

เซริสที่ดูข้อมูลของวันที่จัดงานเลี้ยงจากเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ได้นั่งคิดอยู่ในใจพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างและถอนหายใจไปด้วย

"เซริส เมย์ริน ไปเถอะ"

"ไปไหนเหรอ"

เซริสและเมย์รินเมื่อได้ยินเสียงของเซร่าที่เรียกนั้น ทั้งสองคนก็ได้หันมามองที่เซร่าซึ่งในตอนนี้กำลังเก็บของและกำลังลุกออกจากโต๊ะ

"วิชาประวัติศาสตร์และสังคมของอาจารย์เอล ถ้าไม่รีบไปจะไม่ได้ที่นั่งดีๆ"

"อ๊ะ นั่นสินะ รีบไปเถอะ"

หลังจากที่คุยกันจบทั้งสามคนก็ได้เดินออกจากห้องและตรงไปที่ห้องวิชาประวัติศาสตร์และสังคมหรือที่นักเรียนทั่วไปจะเรียกกันย่อๆว่าห้องประวัติสังคม

เมื่อทั้งสามคนมาถึงที่ห้องประวัติสังคมก็ได้เห็นอาจารย์สาวนามเอลได้มารอนักเรียนทุกคนอยู่ก่อนแล้วพร้อมกับหนังสือกองหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆอาจารย์ซึ่งเป็นเนื้อหาที่จะเรียนในวันนี้

"นักเรียนทุกคนมาครบแล้วใช่ไหมเอ่ย"

"ครบแล้วสินะ"

เมื่ออาจารย์เอลเห็นว่าไม่มีนักเรียนคนไหนเข้ามาอีกแล้ว ก็ได้ทำการหยิบหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่มจากในกองหนังสือที่เตรียมไว้

"งั้นมาเริ่มเรียนกันได้ วันนี้จะให้ฟังเกี่ยวกับตำนานของมหาเทพนะ"

เมื่อพูดจบแล้วอาจารย์เอลก็ค่อยๆเปิดหนังสือที่ถือไว้และค่อยๆเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานที่ถูกบันทึกและบอกเล่ากันมานานนับตั่งแต่อดีตกาลของโลกแห่งนี้ ซึ่งเป็นตำนานของ 'มหาเทพทั้งเจ็ดและเทพมารผู้ทรยศ'

ในอดีตที่นานแสนนาน ณ ดินแดนแห่งทวยเทพ ดินแดนในอุดมคติที่ไร้ซึ่งสงครามและความขัดแย้ง มีเพียงแต่ความรักและความอุดมสมบูรณ์เท่านั้นที่มีตัวตนอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งภายในดินแดนที่แสนสงบสุขแห่งนี้มีมหาเทพผู้ครอบครอบพลังอันยิ่งใหญ่อยู่แปดองค์ที่คอยควบคุมและค้ำจุนมิติบริวารต่างๆที่มีดวงดาวและสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนดำรงอยู่

มหาเทพแห่งแสง ผู้ครอบครองแสงสว่างแห่งการชำระล้างจิตใจ

มหาเทพแห่งไฟ ผู้ครอบครองเปลวเพลิงแห่งความอบอุ่น

มหาเทพแห่งน้ำ ผู้ครอบครองสายน้ำแห่งการรักษา

มหาเทพแห่งลม ผู้ครอบครองสายลมแห่งความร่มเย็น

มหาเทพแห่งดิน ผู้ครอบครองพื้นปฐพีแห่งความอุดมสมบูรณ์

มหาเทพแห่งสายฟ้า ผู้ครอบครองสายฟ้าแห่งการลงทันต์

มหาเทพแห่งน้ำแข็ง ผู้ครอบครองน้ำแข็งแห่งการผนึก

และเทพมารผู้ทรยศ

ด้วยพลังอำนาจของมหาเทพทั้งแปดจึงทำให้ทุกดินแดนใต้อาณัติได้ดำรงอยู่ด้วยความสงบสุขเรื่อยมา จนกระทั้งเทพมารผู้มีความคิดชั่วร้ายนั้นได้ขอให้มหาเทพแห่งแสงอนุญาตให้ตนไปจัดการกับความมืดที่แผ่ขยายและพยายามที่จะกลืนกินดาวในมิติบริวารดวงหนึ่งที่ตนเป็นผู้สังเกตการณ์

เมื่อมหาเทพสายฟ้าและน้ำแข็งที่เป็นเทพบริวารของเทพมารรู้เรื่องคำข้อนั้นจึงขอที่จะตามไปด้วย แต่เทพมารนั้นกลับห้ามที่จะไม่ให้มหาเทพทั้งสองตามไปด้วยเนื่องด้วยความอันตรายของงานนี้ มหาเทพทั้งสองที่ในเข้าใจในความหวังดีจึงได้ปล่อยให้เทพมารที่เป็นนายของตนเดินทางไปในมิติบริวารตามลำพัง

แต่แท้ที่จริงแล้วเทพมารที่เดินทางไปในมิติบริวารนั้นไม่ได้ไปเพื่อกำจัดความมืดแต่อย่างใด ความจริงแล้วไปเพื่อไปรับพลังแห่งความมืดที่ตนต้องการมาตลอดเพื่อแผนการยึดครองดินแดนแห่งทวยเทพให้มาเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว

ตัวเทพมารหลังจากที่ได้ซึมซับพลังแห่งความมืดเรียบร้อยแล้วก็ได้เดินทางกลับมาโดยหลอกลวงเทพบริวารทั้งสองที่รอคอยมาตลอดว่าตนบาดเจ็บหนักจากการไปจัดการกับความมืดและยังถูกความมืดกลืนกินร่างกายไปบางส่วนอีกด้วย

เทพบริวารทั้งสองเมื่อรู้ว่านายของตนโดนความมืดกลืนกินจึงได้รีบพาเทพมารมาพบกับมหาเทพแห่งแสงเพื่อที่จะชำระล้างความมืดออกไปจากร่างโดยเร็วที่สุด

เมื่อเทพมารได้พบมหาเทพแห่งแสงที่อยู่ ณ ใจกลางของดินแดนแห่งนี้ก็ได้สยายปีกสีดำทมิฬทั้งสิบหกและแผ่คลื่นพลังแห่งความมืดเพื่อกลืนกินดินแดนทวยเทพจากศูนย์กลางอย่างรวดเร็วแต่โชคดีที่เทพบริวารทั้งสี่ของมหาเทพแห่งแสงนั้นไหวตัวทันจึงเข้าไปควบคุมตัวเทพมารได้ก่อนที่คลื่นพลังความมืดจะแผ่ขยายจนไม่สามารถควบคุมได้

ด้วยการที่เทพมารผู้เป็นอดีตมหาเทพได้ทรยศเหล่ามหาเทพด้วยกันนั้นเองมหาเทพแห่งแสงจึงได้ออกคำสั่งกับมหาเทพที่เหลือทำการเอาตัวเทพมารไปผนึกไว้ในดาวบริวารที่กำลังจะถูกความมืดกลืนกินโดยลงโทษให้กลายเป็นผนึกที่คอยดูดกลืนความมืดแทน

มหาเทพทั้งหกนั้นได้พาตัวเทพมารมายังต้นกำเนิดของความมืดในดาวบริวารและทำการผนึกโดยการใช้พลังของไฟ ดิน น้ำ ลม สร้างหอคอยสีดำขนาดใหญ่ตั้งไว้ในที่แห่งนั้นและใช้พลังสายฟ้า น้ำแข็ง ตรึงร่างของเทพมารไว้ในห้องลับในส่วนที่ลึกที่สุดของหอคอย พร้อมกับสร้างกุญแจผนึกห้าดอก

เทพบริวารทั้งสี่ของเทพแห่งแสงได้กระจายตัวไปยังสถานที่ต่างๆของดาวบริวารเพื่อมอบกุญแจสี่ดอกแรกที่ใช้ในการเปิดประตูห้องลับให้กับผู้ถูกเลือกที่เหมาะสมที่จะปกป้องกุญแจผนึก ส่วนดอกสุดท้ายที่ใช้ในการผนึกพลังของเทพมารได้ถูกเทพบริวารทั้งสองของเทพมาร นำไปตั้งไว้ที่ชั้นบนสุดของหอคอยเพื่อคอยดูดกลืนความมืดไปตลอดกาล

เมื่อมหาเทพทั้งหกได้จัดการผนึกเทพมารตามที่ได้รับมอบหมายจากมหาเทพแห่งแสงเสร็จเรียบร้อยก็ได้เดินทางกลับไปยังดินแดนแห่งทวยเทพและความสงบสุขนั้นก็กลับคืนมาอีกครั้ง

"เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงแค่นี้ ใครมีคำถามอะไรรึเปล่า"

อาจารย์เอลที่ได้เล่าตำนานจบแล้วก็ได้ปิดหนังสือลง พร้อมกับมองไปรอบๆห้องเพื่อที่จะดูว่ามีนักเรียนคนใดมีข้อสงสัยอะไรหรือไม่

"ไม่มีสินะ งั้นก็เลิกเรียนแค่นี้"

เมื่อเห็นว่าไม่มีนักเรียนคนไหนมีคำถามอะไรสงสัยที่จะถาม อาจารย์เอลจึงเก็บหนังสือเข้าชั้นและปล่อยให้นักเรียนค่อยๆเดินออกจากห้องไป

"เป็นเรื่องที่สนุกดีเนอะ เซรี่ เซร่า"

เมย์รินที่กำลังเดินออกจากห้องได้หยุดเดินและถามออกมาก่อนที่จะหันมามองเซริสกับเซร่าที่ตามมาขางหลังจนทำให้ทั้งสองคนนั้นหยุดเดินเช่นกัน

"นั่นสินะ"

"......"

เซริสนั้นตอบคำถามเมย์รินกลับไปทันที แต่เซร่านั้นกลับยืนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องโดยไม่รอทั้งสองคนที่หยุดคุยกันอยู่

"เอ๊ะ เค้าทำเซร่าอารมณ์ไม่ดีเหรอ"

"เอาน่าๆ เมย์ริน เซร่าเค้าไม่ค่อยชอบเรื่องนี้เท่าไรน่ะนะ"

เซริสนั้นพยายามปลอบใจเมย์รินที่เศร้าเพราะคิดว่าตนเองทำให้เพื่อนรักอารมณ์ไม่ดี แต่ไม่ว่าเซริสจะพูดอย่างไรก็ไม่ได้ช่วยให้เมย์รินรู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย

"งั้นวันนี้ไปกินข้าวที่บ้านฉันเอาไหม...เมย์ริน"

"เอาสิ...เค้าอยากไปมานานแล้ว....."

แต่เมื่อเมย์รินได้ยินว่าเซริสจะพาไปกินข้าวเย็นที่บ้านถึงกับเปลี่ยนอารมณ์จากที่เป็นอยู่เมื่อครู่อย่างรวดเร็วจนทำให้เซริสนั้นตกใจเล็กน้อย

'เปลี่ยนอารมณ์ไวจัง'

"งั้นหลังเลิกเรียนก็ไปที่บ้านฉันละกันนะ"

"สัญญาแล้วนะ เซรี่"

"จ้าๆ"

หลังจากที่พูดคุยและให้คำสัญญากันในเรื่องที่จะไปกินข้าวที่บ้านของเซริสเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็ได้เดินกลับไปยังห้องเพื่อที่จะไปเรียนวิชาต่อไปของวันนี้

Chapter 7 END




NEKOPOST.NET