Heart Gear ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heart Gear

Ch.3 - Heart Gear EP 03 – ภาพมายาและความจริง


Heart Gear EP 03ภาพมายาและความจริง

"สเลส!"

เสียงของเอนิออสที่ดังขึ้นหลังจากได้เห็นสเลสในสภาพที่แปลกไป ปกติแล้วสเลสจะใส่เสื่อคลุมอยู่ตลอดเวลา แต่สเลสที่อยู่ต่อหน้าเอนิออสนั้นกลับใส่ชุดเจ้าสาวสีขาว มีรอยเปื้อนจากเลือดเป็นแนวยาวตั้งแต่ช่วงเอวถึงปลายกระโปรง ผมยาวหยักศกสีเทา ดวงตาที่ไร้แวว พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเปล่าเปลี่ยวหัวใจ

เมื่อสเลสที่เดินเข้ามาเห็นเอนิออสยืนอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มที่มีก็ขยายกว้างขึ้น ก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเดียวกันนั้นแขนทั้งสองข้างของสเลสก็ได้เปลี่ยนสภาพไปคล้ายกับขาของแมงมุมที่มีปลายแหลม พร้อมลากผ่านพื้นไปเป็นทางยาว เมื่อถึงระยะที่ขาแมงมุมจะยืดไปถึงก็สะบัดแขนขวาที่แปลงสภาพแล้วตรงดิ่งไปที่ลำตัวของเอนิออส

"Phantom!"

หลังจากที่เอนิออสตะโกนออกมาแขนของสเลสที่ฟาดเข้ามาก็ถูกหยุดไว้กลางอากาศจากวัตถุปริศนาบางอย่างที่มีรูปร่างคล้ายกับมืดบิน มีสีดำสนิท และถ้าสังเกตดีๆแล้วนอกจากที่แขนของสเลสที่ฟาดเข้ามาแล้ว ยังมีวัตถุปริศนานาม Phantom อีกส่วนที่ลอยอยู่รอบๆตัวของเอนิออสอีกด้วย

"ทำไม.....ทำไมกัน.....ราชา....."

สเลสที่เห็นว่าโจมตีไม่สำเร็จ ได้พึมพำบางอย่างออกมาก่อนที่จะชักแขนกลับ และสะบัดแขนทั้งสองข้างฟาดไปรอบๆตัว

เนื่องด้วยพลังและความเร็วของแขนที่สะบัดไปมานั้นรุนแรงมากทำให้พื้นรอบๆตัวของสเลสเป็นรอยเหมือนกับถูกเฉือนด้วยของมีคม ก่อนที่จะกระโจนเข้าหาตัวของเอนิออส และพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา

"รับไปสิ.....รับไป.....ความรู้สึกนี้.....รับไปให้หมด....."

แต่ไม่ว่าสเลสจะโจมตีเข้าไปเท่าไร Phantom ที่ลอยอยู่ก็ได้บินเข้ามาขวางการโจมตีทุกครั้ง และในขณะที่การโจมตีของสเลสยังคงถาโถมเข้ามานั้น น้ำตาของสเลสก็ได้ไหลออกมาทั้งๆที่กำลังหัวเราะออกไปพร้อมๆกับการจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง

"สเลสฉันจะช่วยปลดปล่อยเธอจากฝันร้ายนี้เอง....."

"Phantom Chain!"

เอนิออสที่ทนเห็นสภาพของสเลสไม่ไหวก็ได้พูดขึ้นมาแล้วทำให้ Phantom ที่อยู่ในสภาพป้องกันตัวอยู่ เปลี่ยนรูปแบบเป็นพุ่งเข้าไปที่ตัวของสเลส จนทำให้ตัวของสเลสปลิวไปติดกับพนังจนสลบ พร้อมกับเปลี่ยนสภาพเป็นโซ่ล็อคตัวของสเลสไว้อย่างแน่นหนา

"ยูธรา ถ้าแกเป็นผู้ควบคุมความฝันแล้วล่ะก็แกคงจะคิดว่าแกรู้จักกับความฝันทุกชนิดแล้วสินะ แต่ว่าไม่เลยฉันจะให้แกได้เห็นฝันร้ายที่แท้จริงเอง"

เอนิออสชี้ไปที่หน้าของยูธรา พร้อมกับคำพูดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธในสิ่งที่ยูธราทำและในขณะที่กำลังพูดอยู่ Phantom ที่ลอยอยู่รอบๆตัวของเอนิออสทั้งหมดก็เริ่มเปลี่ยนสีจากสีดำสนิทกลายเป็นสีแดงเข้มที่คล้ายกับสีของเลือด

"ฝันร้ายที่แท้จริงรึ.....น่าสนใจดี.....แน่จริงก็ทำให้ข้าเห็นมันซะสิราชา"

"Phantom Illusion!"

เสียงของยูธราและเอนิออสได้ดังขึ้นมาพร้อมกัน

ซึ่งในเวลาเดียวกันกับที่เอนิออสได้ตะโกนออกมา Phantom ที่ลอยอยู่รอบๆตัวนั้นก็บินเข้าไปในร่างของของเอนิออสจนไม่เหลือแม้แต่อันเดียว ก่อนที่เอนิออสจะยืนนิ่งแล้วมองไปที่ยูธรา

"ภาพมายา...บ้าอะไร...ไม่เห็นมีอะไรเลยราชา"

ยูธราที่ดูอยู่พูดขึ้นมา หลังจากที่เห็นว่า  Phantom ที่ไปรวมกับร่างของเอนิออสนั้นหายไปเฉยๆ

"ถ้าทำได้แค่นั้นข้าจะให้แกเห็นพลังที่แท้จริงของข้าเอง"

เมื่อยูธราพูดจบก็ทำการใช้มือเลื่อนหน้ากากทางหน้าซีกซ้ายมาใส่ในซีกขวา จนกลายเป็นหน้ากากรูปดวงตาแบบเต็มใบหน้า และทำการวิ่งตรงเข้าไปเพื่อจะโจมตีเอนิออส

ในด้านของเอนิออสที่เห็นยูธราวิ่งเข้ามา จึงทำการวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกำมือขวาชกไปที่ลำตัวของยูธรา แต่น่าเสียดายที่ยูธรานั้นโยกตัวหลบได้ และในเวลาที่ยูธรากำลังจะโจมตีกลับนั้น ยูธราก็รู้สึกเหมือนโดนอะไรบางอย่างจู่โจมเข้าจากด้านหลัง ก่อนจะล้มลงนอนกับพื้น

"แกทำอะไร...ทำไมถึงโจมตีจากข้างหลังข้าได้"

ยูธราที่พูดออกมาด้วยความสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน แต่คำตอบที่ได้มานั้นกลับเป็นแค่ความเงียบและดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธที่ถูกเก็บงำไว้ภายในของเอนิออส

เอนิออสเห็นว่ายูธรานั้นกำลังอยู่เผลอจึงได้ทำการเตะยูธราที่นอนอยู่อย่างแรงจนทำให้ตัวของยูธราให้ลอยขึ้นไปอยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะทำการต่อยไปที่ลำตัวของยูธราที่กำลังลอยอยู่อีกที

'ความรู้สึกแบบนี้มัน...แถมยังมีสิ่งนั้นอีก...เข้าใจแล้วว่าทำไม...แกก็ไม่รอดแน่...ราชา'

หลังจากที่ยูธราที่โดนแรงกระแทงของหมัดทำให้ตกลงมาบนพื้น ก็ได้คิดในเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนในช่วงที่ถูกจู่โจมเมื่อครู่ ก่อนที่จะทำการยืนขึ้นและใช้ดวงตาบนหน้ากากโจมตีไปที่เอนิออส

"Horror Eyes!"

ดวงตามากมายได้พุ่งตรงไปหาเอนิออส แต่เอนิออสนั้นกระโดดหลบดวงตาที่พุ่งมาได้ทั้งหมด พร้อมกับเข้าไปใกล้ตัวของยูธรา และใช้ขาเตะกวาดพื้นเพื่อหวังให้ตัวยูธรานั้นเสียหลัก แต่ยูธรานั้นก็โดดหลบได้อย่างง่ายดาย ในช่วงเวลาที่กำลังจะถึงพื้นนั้น ยูธราก็ได้ใช้เท้าดันพื้นซ้ำเพื่อดีดตัวออกห่างจากเอนิออส

"ภาพมายาของแก...ก็แค่ของแค่นี้เองสินะ"

ยูธราพูดขึ้นมาหลังจากที่เห็น Phantom กำลังแยกตัวจากการแปลงสภาพเป็นสิ่งของบางอย่าง จากการที่ใช้ดวงตาโจมตีใส่เอนิออส 

"ก็แค่ของ...หลอกเด็ก...แต่ก็เอาเถอะ...ลาก่อนนะ...ราชา"

เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เอนิออสใช้เพื่อโจมตีตนคืออะไร ยูธราก็พูดขึ้นมาก่อนที่จะแสยะยิ้ม และนั่งลงบนแท่นพิธีพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆโดยไม่สนใจท่าทีของเอนิออสเลย

"จะทำอะไร ยูธรา ยอมแพ้แล้วรึไง"

เอนิออสพูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นยูธราไม่สนใจที่จะต่อสู้ต่อ แต่กลับไปนั่งหัวเราะอยู่บนแท่นพิธี เอนิออสที่เห็นแบบนั้นเลยหยุดยืนเพื่อเตรียมรับมือ แต่กลับถูกของมีคมบางอย่างแทงทะลุหน้าอกจากด้านหลัง

"รับความรู้สึกไปซะทีนะคะ...ราชาของฉัน"

เสียงของหญิงสาวที่เคยถูก Phantom Chain ผนึกติดกับผนังได้ดังขึ้นหลังจากที่ใช้ขาแมงมุมแทงเข้าที่ตัวของเอนิออส พร้อมกับรอยยิ้ม

สเลสที่โพล่ออกมาด้านหลังของเอนิออสนั้น อยู่ในสภาพที่มีขาแมงมุมอีกหกขางอกเพิ่มขึ้นมาจากด้านหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยทำลายผนังและทำให้สามารถหลุดออกมาจากการพันธนาการของ Phantom Chain ได้นอกจากนั้นยังใช้แขนทั้งสองข้างที่เป็นขาแมงมุมแทงทะลุตัวของเอนิออส ก่อนที่สเลสจะยืนนิ่งไป

"ไม่ระวังหลัง...เลยนะ...ราชา"

'แต่อีกไม่นานยัยหนูนั้นก็คงจะตื่นขึ้นแล้ว...คงต้องรีบเอาศพมากินความฝันก่อน'

หลังจากที่ยูธรานั่งมองดูสภาพของเอนิออสที่ถูกแทงอย่างสบายใจ  ก็ได้ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปที่จุดที่เอนิออสและสเลสยืนอยู่ แต่ไม่ทันได้เดินไปถึงก็ถูกขาแมงมุมของสเลสที่อยู่กลางหลังฟาดใส่จนกระเด็นไปชนกับแท่นพิธี

"ราชา...ราชา...เป็นอะไรไป...ฟื้นขึ้นมาสิคะ"

สเลสที่ได้สติดึงแขนทั้งสองข้างที่แทงตัวเอนิออสออกพร้อมกับแปลงสภาพกลับไปเป็นมือแบบปกติ พร้อมกับจับตัวของเอนิออสที่กำลังจะล้มลงไว้และพูดประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา

"ไม่นะ!"

หลังจากที่เห็นว่าร่างกายของเอนิออสนั้นค่อยๆแตกสลายไป น้ำตาของสเลสก็ได้ไหลออกมาพร้อมกลับความบ้าคลั่งของขาแมงมุมกลางหลังทั้งหกที่เหลืออยู่

ขาแมงมุมทั้งหกนั้นได้ยืดออกและสะบัดไปมารอบๆตัว กรีดกำแพงและพื้นเป็นรอยลึก จนยูธรารู้สึกว่าอันตรายจนต้องรีบดีดตัวไปยังกำแพงฝั่งตรงข้ามที่ขาแมงมุมยืดไปไม่ถึง

"รู้สึกตัวไว...เพราะแรงช็อกเรอะ"

'ทำไมร่างกายถึงขยับไม่ได้...เกราะพวกนี้มันอะไร'

ยูธราบ่นขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่จะรู้ตัวว่าร่างของตนนั้นถูกสวมด้วยเกราะเหล็กจนไม่สามารถขยับตัวได้ และยังตกใจจนไม่อยากที่จะเชื่อสายตาตัวเองเมื่อได้เห็นชายที่น่าจะตายไปแล้วเดินออกมาจากมุมมืดใกล้ๆนั้น

"Phantom Lock เป็นยังไงบ้างยูธรา"

ชายที่เดินออกมานั้นก็คือเอนิออส ซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้ตัวของยูธราเรื่อยๆ ก่อนที่จะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของยูธราที่กำลังตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

"ทำไมแกถึง..."

"Phantom Illusion จะเพิ่มสามารถในการแปลงเป็นสิ่งมีชีวิตให้กับ Phantom"

"ยูธราแกไม่ได้รู้สึกเลยสินะว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ฉัน ตั้งแต่ที่เริ่มใช้ความสามารถฉันก็ได้หลบออกมาอยู่ฝั่งตรงข้ามนี้ตั้งแต่แรกแล้ว"

หลักจากที่พูดกับยูธราเสร็จเรียบร้อย เอนิออสก็ได้ทำการก้มลงพร้อมวางมือขวาไว้บนพื้น และใช้ความสามารถอีกอย่างของ Phantom

"Phantom Gate! เรือนจำมายาทมิฬ"

พื้นรอบๆตัวยูธราเปิดออกเป็นอุโมงค์มิติขนาดพอๆกับตัวของยูธราและค่อยๆดูดตัวยูธราลงไป ซึ่งถ้ามองผ่านอุโมงค์ไปจะเห็นได้ว่าปลายทางนั้นคือห้องขังในเรือนจำมายาทมิฬ

เมื่อร่างของยูธราถูกดูดเข้าไปใน Phantom Gate เรียบร้อยแล้ว ประตูมิติก็ทำการปิดตัวลงอย่างช้าๆ และเมื่อประตูปิดสนิทแล้วเอนิออสก็ได้หันกลับมาดูสเลสที่กำลังบ้าคลั่งอยู่

'ต่อไปก็คงต้องไปหยุดสเลสสินะ'

"สเลส!"

หลังสิ้นเสียงเรียก สเลสที่หันมาเห็นเอนิออส ก็หยุดการกระทำที่บ้าคลั่งของตนก่อนที่จะลุกขึ้นและวิ่งตรงเข้าหาเอนิออสพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความดีใจที่นายของตนยังไม่ตาย

"ราชา...ปลอดภัย...ดี...สินะคะ...อ๊ะ"

สเลสที่วิ่งมาหยุดที่หน้าของเอนิออสก็ได้พูดขึ้นมาก่อนที่ทรุดตัวลงไปเนื่องด้วยการใช้พลังใจและพลังกายที่เกินขีดจำกัด

เอนิออสที่เห็นสเลสหมดแรงทรุดตัวไปกับพื้น จึงได้ทำการอุ้มตัวสเลสขึ้นมา ก่อนที่จะเดินออกจากถ้ำไป และเมื่อเดินมาถึงปากถ้ำแล้วเอนิออสก็ได้หันกลับมาในตัวถ้ำก่อนจะทำการบอกลาสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

'ลาก่อน ยูธรา ฝันร้ายอันยาวนาน ยูธรา'

Chapter 3 END




NEKOPOST.NET